ำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารไตรมาส 1/2553
07 May 2010
หนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวม 0.43 0.42 0.42
เงินกู้สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.12 0.15 0.00
เงินกู้สุทธิต่อ EBITDA 0.19 0.23 0.00
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.76 0.74 0.73
Current ratio 1.73 2.02 2.33
Interest coverage 14.0 15.2 19.7
DSCR 5.6 14.6 17.3
กำไรต่อส่วนผุ้ถือหุ้น - ROE (%) 23.4% 22.9% 25.9%
ตาราง 10 - ตารางการจ่ายคืนหนี้ (ล้านบาท)
หุ้นกู้ เงินกู้ระยะยาว
ไตรมาส 1/2553 - -
ไตรมาส 2/2553 - 246.5
ไตรมาส 3/2553 - -
ไตรมาส 4/2553 - 246.5
2554 4,000 9,978
2555 5,000 493
2556 8,000 493
2557 2,500 2,939
2558 - 493
2559 - 493
2560 - 493
2561 - 247
กระแสเงินสด
ในไตรมาส 1/2553 เอไอเอสยังคงมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง โดยกระแสเงินสดหลังหักเงินลงทุน (EBITDA-
CAPEX) อยู่ที่ 1.22 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระดับ 8.5 พันล้านบาทในไตรมาส 1/2552 โดยปรับเพิ่มขึ้น
42.7% อันเป็นผลจากเงินลงทุนที่ลดลงและ EBITDA ที่สูงขึ้น เงินลงทุนในไตรมาส 1/2553 ลดลง 74.3%
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 3.1 พันล้านบาท เงินลงทุนในไตรมาส 1/2553 อยู่ที่ 805
ล้านบาทจากประมาณการเงินลงทุนทั้งปี 2553 ที่ระดับ 6.2 พันล้านบาทซึ่งเงินลงทุนนี้จะตอบสนองกับ
ความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะในด้านการใช้บริการด้านข้อมูล ทั้งนี้เอไอเอสยังคงสร้างกระแสเงินสด
จากการดำเนินงานก่อนหักงเนทุนหมุนเวียนเท่ากับ 1.31 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 1/2553 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก
1.23 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 1/2552
ตาราง 11 - แหล่งที่มาและการใช้ไปของเงินทุนในไตรมาส 1/2553 (ล้านบาท)
แหล่งที่มาของเงินทุน การใช้ไปของเงินทุน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ก่อนหักส่วนเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียน 13,136 การลงทุนในโครงข่ายและสินทรัพย์ถาวร 805
ดอกเบี้ยรับ 85 ชำระต้นทุนทางการเงิน 376
เงินรับจากหุ้นทุนและส่วนเกินทุน 77 เงินสดเพิ่มขึ้น 10,443
ส่วนเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน 339 ชำระค่าเช่าทางการเงิน 7
ลงทุน (เงินฝากประจำหรือเทียบเคียง) 2,006
รวม 13,637 รวม 13,637
มุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มและกลยุทธ์ในปี 2553
มุมมองปี 2553
กระแสเงินสดหลังหักเงินลงทุน (EBITDA - CAPEX) 12% เทียบกับปี 2552
รายได้การให้บริการ +3% (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย)
EBITDA margin 44%
เงินลงทุนโครงข่าย 6,200 ล้านบาท (รวมงบลงทุนใน 3G บนคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz )
ในช่วงปี 2553 สภาพเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว จึงคาดการณ์ว่า
อุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะปรับตัวเพิ่ม 3% อุปสงค์ภายในประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น จากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ภาคเกษตรกรรมมีแนวโน้มดีขึ้นจากสินค้าเกษตรที่มีราคาสูงขึ้นเหมือนในช่วงปี 2551 ส่งผลให้มีการจับจ่าย
ใช้สอยในเขตต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น การใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติซึ่งส่วนใหญ่มาจากชาวต่างประเทศที่เดินทาง
เข้ามาในประเทศไทย คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศทีเพิ่มขึ้น สำหรับบริการโทรออก
ต่างประเทศนั้น คาดว่าในปี 2553 จะยังมีการแข่งขันด้านราคาต่อเนื่องจากไตรมาส 4/2552 ที่ผ่านมา
บริการด้านข้อมูลจะเป็นปัจจัยหลักในการเติบโตของรายได้ ขณะที่รายได้จากการให้บริการเสียงยังทรงตัว
อัตราเลขหมายโทรศัพท์ เคลื่อนที่ต่อจำนวนประชากรจะเพิ่มสูงกว่า 100% ในปี 2553 โดยทั้งอุตสาหกรรม
จะมีจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 ถึง 4 ล้านเลขหมาย หรือเพิ่มขึ้นเพียง 5% ดังนั้นคาดว่าการแข่งขัน
ในตลาดการให้บริการเสียงจะยังคงอยู่ในระดับทรงตัว ในขณะที่ตลาดการให้บริการด้านข้อมูลจะเติบโตขึ้น
โดยเฉพาะจากการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยคาดว่ารายได้จากการให้บริการด้านข้อมูล
จะเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปี 2552 จากจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นและปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของ
ผู้ใช้บริการรายคน ปัจจัยสำคัญในการเติบโตเนื่องมาจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
ในขณะที่การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตแบบผ่านสายโทรศัพท์ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก
เอไอเอสคาดว่าระดับกระแสเงินสดหลังหักเงินลงทุนจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12% เนื่องจากได้ปรับลดเงินลงทุน
ในเครือข่ายลงจาก 9,915 ล้านบาท ในปี 2552 เป็น 6,200 ล้านบาท ในปี 2553 ในส่วนของการลด
ค่าใช้จ่ายนั้น บริษัทได้ดำเนินโครงข่ายเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยการควบคุมต้นทุนมาตั้งแต่ปี 2551
ต่อเนื่องมาถึงปี 2552 ดังนั้นการจะลดค่าใช้จ่ายลงอีกในปี 2553 จึงอาจเป็นไปได้น้อย ยกเว้นค่าใช้จ่าย
บางตัวเช่น ค่าใช้จ่ายในการผลิตบัตรเติมเงินซึ่งยังมีแผนที่จะลดลงต่อเนื่องจากการกระตุ้นให้ลูกค้าใช้
การเติมเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนการใช้บัตรเติมเงิน อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มการเติบโตของ
บริการด้านข้อมูล จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายบางรายการปรับเพิ่มขึ้น ในส่วนค่าเชื่อมโยงโครงข่าย
สุทธินั้นคาดว่าจะอยู่ในระดับ 400 - 700 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าในปี 2552 ดังนั้นบริษัทคาดว่า EBITDA
margin จะอยู่ที่ระดับ 44%
รายได้จากการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่คาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว แม้ในปี2553 ที่คาดว่าสภาวะเศรษฐกิจ
จะทำให้ความต้องการของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่ตลาดเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังได้รับผลกระทบจากการแข่งขัน
ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ราคาประหยัด ดังนั้นกลยุทธ์ในการขายจะเน้นการจำหน่าย
สมาร์ทโฟนและแอร์การ์ดซึ่งให้อัตรากำไรที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามธุรกิจจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จะยังเป็น
ส่วนสำคัญในการช่วยส่งเสริมกลยุทธ์ของเอไอเอสในการสร้างการเจริญเติบโตของธุรกิจ รวมถึงสนับสนุน
การเปิดตลาด 3G ในอนาคต
ระยะเวลาการออกใบอนุญาต 3G ยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากยังมีการถกเถียงในประเด็นขอบเขตอำนาจของ
สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในระหว่างนี้ เอไอเอสได้พยายามหาแนวทาง
ในการให้บริการเทคโนโลย 3G กับผู้บริโภค โดยเปิดให้บริการ 3G เชิงพาณิชย์บนคลื่นความถี่เดิมที่ย่าน 900
MHz ในบางพื้นที่ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสประสบการณ์ 3G เช่น เซ็นทรัลเวิร์ดและสยามพารากอนในกรุงเทพ
เชียงใหม่ ชลบุรี และหัวหิน ซึ่งช่วยตอกย้ำ เอไอเอส ในฐานะผู้นำในการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาสู่ผู้ใช้บริการ
เอไอเอสจะพิจารณาการบริหารโครงสร้างเงินทุน เมื่อมีความชัดเจนในเรื่องการออกใบอนุญาต 3G บนคลื่น
ความถี่ย่าน 2.1 GHz มากขึ้น เนื่องจากการลงทุนใน 3G จะส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนในเครือข่ายและ
กระแสเงินสดในระยะยาว ปัจจุบันบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้บริษัท
ต้องอยู่ในสถานะที่สามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ AA จากทริสเรตติ่ง (TRIS)
สรุปตัวเลขการดำเนินงาน
จำนวนผู้ใช้บริการ ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส
1/2552 4/2552 1/2553
จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 2,586,300 2,835,800 2,878,500
จีเอสอ็ม 1800 76,900 78,900 78,300
โพสต์เพด 2,663,200 2,914,700 2,956,800
พรีเพด 24,918,600 25,858,200 26,552,400
รวมจำนวนผู้ใช้บริการ 27,581,800 28,772,900 29,509,200
ผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น (Net additions)
โพสต์เพด 51,200 80,100 42,100
พรีเพด 220,400 410,500 694,200
รวมจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 271,600 490,600 736,300
Churn rate (%)
โพสต์เพด 2.0% 2.2% 2.3%
พรีเพด 4.8% 5.2% 4.7%
ค่าเฉลี่ย 4.6% 4.9% 4.4%
ส่วนแบ่งตลาดของจำนวนผู้ใช้บริการ
โพสต์เพด 41% 42% N/A
พรีเพด 44% 44% N/A
รวม 44% 44% N/A
ARPU ไม่รวม IC (บาท)
จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 678 660 657
จีเอสเอ็ม 1800 636 623 610
โพสต์เพด 677 659 655
พรีเพด 195 192 193
ค่าเฉลี่ย 241 239 240
ARPU รวม IC (บาท)
จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 634 619 617
จีเอสเอ็ม 1800 620 604 593
โพสต์เพด 634 619 617
พรีเพด 203 198 198
ค่าเฉลี่ย 244 240 240
MOU (จำนวนนาทีที่โทรออก)
จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 533 535 524
จีเอสเอ็ม 1800 480 492 483
โพสต์เพด 531 534 523
พรีเพด 243 255 263
ค่าเฉลี่ย 271 283 289
Traffic
% outgoing to total minute 48% 49% 48%
% on-net to total outgoing minute 77% 79% 80%
Disclaimer
ในเอกสารชุดนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต (ไม่ว่าจะเป็นการ
ประมาณการทางด้านการเงินหรือการประมาณการทางด้านธุรกิจในส่วนอื่นๆ) ตัวอย่างของคำที่ใช้ในการประมาณการ
ถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น "อาจจะ", "จะ", "คาดว่า", "ประมาณ", "เชื่อว่า" เป็นต้น
แม้ว่าประมาณการดังกล่าวจะประเมินขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นฐาน บริษัทฯ ไม่สามารถรับประกัน
หรือยืนยันได้ว่าการประมาณการดังกล่าวจะเกิดขึ้นตรงตามที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ในอนาคต ดังนั้นผู้ใช้ข้อมูลดังกล่าว
จึงควรระมัดระวังในการใช้ข้อมูลประมาณการข้างต้น