คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร
06 November 2009
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร
บทวิเคราะห์สำหรับผู้บริหาร
ผลประกอบการในไตรมาส 3/2552 มีแนวโน้มทรงตัวจากไตรมาสที่แล้ว จากผลกระทบเชิงฤดูกาล
แต่ได้รับผลดีจากการใช้งานด้านข้อมูลที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและบริการข้ามแดนอัตโนมัติที่ปรับตัวดีขึ้น
อัตราการลดลงของรายได้เริ่มชะลอตัว จากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ที่ดีขึ้น นอกจากนี้รายการส่งเสริมการขายยังช่วยลดผลกระทบเชิงฤดูกาล การดำเนินงานอย่างมี
ประสิทธิภาพและแผนควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิผลทำให้ EBITDA margin เพิ่มขึ้นเป็น 45.8%
จากระดับเดิมที่ 44.8% ในไตรมาสที่ 2/2552 และที่ 41.8% ในไตรมาส 3/2552
รายได้จากบริการด้านข้อมูลเติบโตอย่างเข้มแข็ง เพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาส 3/2551 และ 9.6%
จากไตรมาส 2/2552 จากจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น และการใช้งานอินเตอร์เน็ตไร้สายที่มากขึ้น
จำนวนผู้ใช้บริการด้านข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันในไตรมาสที่ 3/2552
ที่จำนวนผู้ใช้บริการ 4.9 ล้านคนเปรียบเทียบกับจำนวน 4.5 ล้านคนในปีที่แล้ว หลายกิจกรรม
ทางการตลาดถูกนำเสนอออกมาเพื่อตอบสนองกระแสที่มาแรงอย่างสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เชื่อมต่อ
อินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย ตัวอย่างเช่นบริการเสริมชื่อ"แบล็คเบอรี่" ที่ออกมาเพื่อตอบสนองลูกค้า
ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนอย่างแบล็คเบอรี่โดยเฉพาะ ให้สามารถใช้งานด้านข้อมูลอย่างไม่จำกัด สร้าง
กระแสในกลุ่มผู้ใช้ระดับกลางถึงบน อุปกรณ์โทรศัพท์แบล็คเบอรี่และโปรโมชั่นที่มีราคาต่ำลงมา
จะช่วยเสริมความแรงของกระแสนี้ในกลุ่มวัยรุ่น ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้ให้บริการด้านข้อมูลที่แข็งแกร่ง
และมีความเชื่อถือได้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างฐานลูกค้าให้มากขึ้น
นโยบายควบคุมค่าใช้จ่าย ได้รักษาความสามารถในการแข่งขันของ เอไอเอส ค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ
ได้ปรับลดลงเพื่อชดเชยกับสภาพเศรษฐกิจขาลงและผลกระทบจากฤดูกาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
(Cash OPEX) ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในด้านดำเนินงานโครงข่าย, ค่าใช้จ่ายในการขายและ
การบริหารงาน ไม่รวมค่าเสื่อมราคา ได้ลดลง 13.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
และลดลง 5.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาจากค่าบำรุงรักษาโครงข่ายและค่าใช้จ่ายสำนักงานที่ลดลง
แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานโดยรวมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว อันเป็นผลจาก
ใช้จ่ายตัดจำหน่ายและค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ 24,800 ล้านบาทสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ โดยดีขึ้น
จากระดับ 22,400 ล้านบาทในงวด 9 เดือนแรกของปี 2551 อันเป็นผลจากการควบคุมค่าใช้จ่าย
ที่รัดกุม แม้รายได้จะลดลงจากผลกระทบเศรษฐกิจก็ตาม ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด
ทำให้บริษัทมีความคล่องตัวในด้านเงินสดที่ต้องใช้ในการลงทุน 3G รวมไปถึงค่าใบอนุญาตประกอบ
กิจการ และในขณะเดียวกันบริษัทยังคงยึดมั่นในการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น
**แนวโน้มและกลยุทธ์ต่อการลงทุน 3G แสดงในหน้าที่ 6**
สรุปผลการดำเนินงาน
จำนวนผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 3/2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 28.3 ล้านเลขหมาย ซึ่งส่วนใหญ่
มาจากกลุ่มลูกค้าพรีเพด
ARPU ลดลงจากปัจจัยทางฤดูกาล
MOU เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากกลุ่มลูกค้าพรีเพดอันเป็นผลจากโปรโมชั่นกระตุ้นการใช้งาน
จำนวนผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 3/2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 28.3 ล้านเลขหมาย โดยเพิ่มขึ้น
(net addition) 380,000 เลขหมาย ในขณะที่ไตรมาสที่แล้ว เพิ่มขึ้น
320,000 เลขหมาย การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการนี้โดยมากมาจาก
กลุ่มลูกค้าพรีเพดโดยเฉพาะจากโปรโมชั่นที่ได้รับความนิยมอย่าง "บู๊ลิ้ม"
ขณะที่จำนวนลูกค้าโพสเพดยังคงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความสำเร็จของ
โปรโมชั่นอย่าง "Mix & Match" ที่ปรับให้เข้ากับสไตล์การใช้งานที่แตกต่างกันไป
และเมื่อเทียบไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว จำนวนผู้ใช้บริการในไตรมาสนี้
เพิ่มสูงขึ้น 5.6% เปรียบเทียบกับปริมาณ 26.8 ล้านเลขหมายในไตรมาสที่ 2/2551
ARPU ยังคงลดลงจากปัจจัยทางฤดูกาล โดย ARPU ของลูกค้ากลุ่มโพสต์เพด รวมรายรับ
ค่าไอซีสุทธิเท่ากับ 600 บาท ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว 0.8% จาก MOU ของลูกค้า
กลุ่มโพสต์เพดที่ลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ในขณะที่ ARPU
ของลูกค้ากลุ่มพรีเพด รวมรายรับค่าไอซีสุทธิเท่ากับ 191 บาท ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว
2.5% โดยที่ MOU ของลูกค้ากลุ่มพรีเพดยังทรงตัวโดยเป็นผลจากโปรโมชั่น
ที่กระตุ้นให้โทรออกนอกเครือข่ายมากขึ้น
สรุปผลประกอบการเชิงการเงิน
รายได้การบริการไม่รวม IC ลดลง 3.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งดีขึ้นกว่าไตรมาสที่แล้ว
ที่ลดลง 5.4%
EBITDA ลดลง 0.5% จากไตรมาส เดียวกันของปีที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 1.3% จากไตรมาสที่ผ่านมาจากการ
ควบคุมค่าใช้จ่าย
กำไรสุทธิ ในไตรมาส 3/2552 เท่ากับ 4,184 ล้านบาท ลดลง 7.7 % เทียบกับไตรมาส 3/2551
เป็นผลจากค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
รายได้การให้บริการไม่รวม IC ไตรมาส 3/2551 ไตรมาส 2/2552 ไตรมาส 3/2552 %เปลี่ยนแปลง %เปลี่ยนแปลง
เทียบกับ เทียบกับ
(ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส
3/2551 2/2552
รายได้จากบริการเสียง 15,831 76.6% 15,244 76.5% 14,868 74.9% -6.1% -2.5%
โพสต์เพด (เสียง) 3,728 18.0% 3,650 18.3% 3,600 18.1% -3.4% -1.4%
พรีเพด (เสียง) 12,103 58.6% 11,593 58.2% 11,268 56.7% -6.9% -2.8%
รายได้จากบริการข้อมูล 2,785 13.5% 3,151 15.8% 3,455 17.4% 24.1% 9.6%
รายได้โรมมิ่งต่างประเทศ 919 4.4% 547 2.7% 571 2.9% -37.9% 4.4%
อื่นๆ (โทรต่างประเทศและอื่นๆ) 1,130 5.5% 990 5.0% 970 4.9% -14.2% -2.0%
รวมรายได้จากการให้บริการ 20,665 100.0% 19,932 100.0% 19,863 100.0% -3.9% -0.3%
รายได้การบริการไม่รวม IC ในไตรมาส 3/2552 ลดลง 0.3% จากไตรมาสที่แล้วโดยมีปัจจัยสำคัญ
จากฤดูฝนและฤดูเก็บเกี่ยวในประเทศไทยในขณะที่รายได้จากบริการด้านข้อมูลช่วยลดผลกระทบจาก
ฤดูกาลดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว รายได้การบริการไม่รวม IC
ในไตรมาสนี้ลดลง 3.9% จากเศรษฐกิจขาลง อัตราการลดลงของรายได้การบริการไม่รวม IC
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว มีระดับที่ดีขึ้นจากไตรมาสที่ 2/2552 ที่ลดลง 5.4% แสดงถึง
สัญญาณการเริ่มฟื้นตัวของความต้องการและความเชื่อมั่นในตลาด สำหรับรอบ 9 เดือนแรกของปี 2552 นี้
รายได้การบริการไม่รวม IC ลดลง 4.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วจากเศรษฐกิจขาลงและสถานการณ์
ทางการเมืองในครึ่งปีแรกของปี 2552
รายได้จากบริการเสียง ลดลง 2.5% จากไตรมาสที่ผ่านมาจากปัจจัยทางฤดูกาล โดยรายได้จาก
บริการเสียงจากกลุ่มพรีเพดลดลง 2.8% จากไตรมาสที่ผ่านมาในขณะที่รายได้จากบริการเสียง
จากกลุ่มโพสเพดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.4% จากไตรมาสที่ผ่านมา
รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติ (IR) ปรับเพิ่มขึ้น 4.4% จากไตรมาส 2/2552 เนื่องจาก
รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติในไตรมาสที่ผ่านมาลดลงมากกว่าปกติ จากสถานการณ์ทาง
การเมืองประกอบกับการระบาดของเชื้อไข้หวัด H1N1 รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติลดลง
37.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจขาลง ในขณะที่ในรอบ 9
เดือนแรกของปีนี้ รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติลดลง 35.4% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรก
ของปีที่ผ่านมา
รายได้อื่น ลดลง 2.2% จากไตรมาสที่แล้ว และลดลง 14.2% จากไตรมาส 2/2551 โดยส่วนใหญ่
เป็นผลจากรายได้การโทรออกต่างประเทศผ่านรหัส 005 ลดต่ำลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากจำนวน
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงและสภาวะการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้นรายรับสุทธิค่าเชื่อมโยงโครงข่าย
(net IC) ลดลงจากไตรมาสที่แล้วมาอยู่ที่ระดับ 239 ล้านบาท เทียบจากไตรมาส 2/2552 ที่ระดับ
319 ล้านบาท รายรับสุทธิค่าเชื่อมโยงโครงข่ายที่ลดลงส่วนใหญ่มากจากโปรโมชั่นทางการตลาด
ซึ่งให้อัตราค่าโทรภายนอกเครือข่ายที่จูงใจ เพื่อกระตุ้นการใช้งานของลูกค้า
ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส %เปลี่ยนแปลง %เปลี่ยนแปลง
(ล้านบาท) 3/2551 2/2552 3/2552 เทียบกับ เทียบกับ
ไตรมาส ไตรมาส
3/2551 2/2552
รายรับค่า IC 3,958 3,621 3,517 -11.1% -2.9%
รายจ่ายค่า IC 3,749 3,302 3,278 -12.6% -0.7%
สุทธิ รับ / (จ่าย) 209 319 239 14.5% -25.1%
ต้นทุนการให้บริการไม่รวม IC
ค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย 4,523 4,733 4,869 7.7% 2.9%
ต้นทุนโครงข่าย 622 679 662 6.4% -2.5%
ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย 500 350 328 -34.5% -6.5%
อื่นๆ 954 957 822 -13.9% -14.1%
ต้นทุนการให้บริการไม่รวมค่า IC 6,599 6,719 6,681 1.2% -0.6%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ค่าใช้จ่ายการตลาด 769 658 612 -20.4% -6.9%
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 1,926 1,729 1,727 -10.4% -0.1%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,696 2,387 2,339 -13.2% -2.0%
% ค่าใช้จ่ายการตลาดเมื่อเทียบกับ
รายได้ (ไม่รวม IC) 2.8% 2.6% 2.5%
% ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญ
ต่อรายได้โพสต์เพด 2.2% 3.9% 4.0%
% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ต่อรายได้ (ไม่รวม IC) 9.8% 9.5% 9.4%
EBITDA (ล้านบาท)
กำไรจากการดำเนินงาน 6,765 6,342 6,334 -6.4% -0.1%
ค่าเสื่อมราคาที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 763 836 842
ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงข่าย 3,999 4,146 4,286
กำไรจากการขายสินทรัพย์ 8 0 0
ค่าตอบแทนผู้บริหาร -23 -16 -16
ค่าใช้จ่ายการเงินอื่นๆ -16 -18 -13
EBITDA 11,495 11,289 11,432 -0.5% 1.3%
EBITDA margin 41.8% 44.8% 45.8%
ต้นทุนทางการเงิน
ดอกเบี้ยจ่าย 417 478 460 10.2% -3.9%
ค่าใช้จ่ายการเงินอื่นๆ 16 18 13 -20.3% -29.5%
ต้นทุนทางการเงิน 433 497 473 9.1% -4.9%
กำไรสุทธิ 4,533 4,197 4,184 -7.7% -0.3%
รายได้จากบริการด้านข้อมูล มีการเจริญเติบโตสูงขึ้นถึง 9.6% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2552
และเพิ่มขึ้น 24.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส3/2551 การเจริญเติบโตนี้ส่วนใหญ่มาจากบริการ
อินเตอร์เน็ตไร้สายที่มีการใช้งานเพิ่มมากขึ้น และจำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตซิม, แพ็กเกจ
GPRS/EDGE และแบล็คเบอรี่ที่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว รายได้
จากบริการเสริมรูปแบบต่างๆ เกือบทั้งหมดเพิ่มสูงขึ้น สำหรับ 9 เดือนแรกที่ผ่านมา รายได้จาก
บริการด้านข้อมูลทั้งหมดเพิ่มขึ้น 20.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ จำนวนผู้สมัครใช้
บริการโปรโมชั่นด้านข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นทุกเดือน สะท้อนศักยภาพของกระแสสมาร์ทโฟนและ 3G
และในอนาคต อินเตอร์เน็ตซิมและ Data Card จะเป็นที่นิยมในกระแสยุคอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่
รายได้จากการขาย ซึ่งเป็นสัดส่วน 6.4% ของรายได้รวมทั้งหมดนั้น ลดลง 3.3% จากไตรมาสที่ผ่านมา
และลดลง 45.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วโดยมาจากความต้องการของผู้บริโภคต่อโทรศัพท์มือถือ
และอุปกรณ์เกี่ยวข้องยังคงต่ำอยู่จากเศรษฐกิจขาลงและการแข่งขันที่สูงขึ้นจากผู้ผลิตโทรศัพท์ท้องถิ่น
กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 8.2% เทียบกับระดับ 2.7% ในไตรมาสที่ 2/2552 และ
6.0% ในไตรมาสที่ 3/2551 นโยบายควบคุมระดับสินค้าคงคลังช่วยให้กำไรขั้นต้นจากการขายดีขึ้น
ต้นทุนการให้บริการไม่รวมต้นทุนค่า IC ลดลง 0.6% จากไตรมาสที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากการควบคุม
ค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการไม่รวมต้นทุนค่า IC ยังคงเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับ
ไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายที่สูงขึ้นจากระยะเวลาของสัญญาร่วม
การงานที่เหลืออยู่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายด้านการเช่าพื้นที่และสาธารณูปโภคของ
สถานีฐาน ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาโครงข่าย และค่าใช้จ่ายในต้นทุนการให้บริการอื่นๆ ได้ลดลง 2.5%,
6.5% และ 14.1% ตามลำดับ โดยค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาโครงข่ายลดลงอย่างมากถึง 34.5%
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว มีเพียงค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายเท่านั้น ที่เพิ่มขึ้น 2.9%
จากไตรมาสที่แล้ว และ 7.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว สำหรับ 9 เดือนแรกของปีนี้นั้น
ต้นทุนการให้บริการไม่รวมต้นทุนค่า IC เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปีที่แล้ว
จากค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณากรณีไม่คำนึงถึงค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายแล้ว
ต้นทุนการให้บริการไม่รวมต้นทุนค่า IC ลดลง 4.4% เมื่อเปรียบเทียบกับ 9 เดือนแรกของปีที่แล้ว
อันเป็นผลจากค่าบำรุงรักษาโครงข่ายและต้นทุนบัตรเติมเงินที่ลดลง จากการเติมเงินที่เปลี่ยนไปสู่
การเติมเงินผ่านมือถือ
ส่วนแบ่งรายได้ เพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาส 2/2552 และลดลง 2.2% จากไตรมาส 3/2551
ค่าใช้จ่ายทางการตลาด ลดลง 6.9% จากไตรมาสที่ผ่านมา และลดลง 20.4% จากไตรมาสเดียวกัน
ของปีที่แล้ว จากนโยบายควบคุมค่าใช้จ่าย สำหรับรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ ค่าใช้จ่ายทางการตลาด
ลดลง 9.8% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปีที่แล้ว คิดเป็น 2.3% เป็นของรายได้ทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายในการจัดการ ใกล้เคียงกับไตรมาสที่แล้ว แต่ลดลง 10.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2551
อันเป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านบุคคลากรที่ลดลง และการตัดค่าใช้จ่ายสำนักงานในด้านต่างๆ การตั้ง
สำรองหนี้สูญ ยังคงใกล้เคียงในระดับเดิมที่ 4.0% ของรายรับจากลูกค้ากลุ่มโพสเพด สำหรับรอบ
9 เดือนแรกของปีนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8.1% จากค่าใช้จ่ายด้านบุคคลากรและ
ด้านสำนักงานที่ลดลง
รายได้อื่นๆ เท่ากับ 136 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากไตรมาส 2/2551 และลดลงเมื่อเทียบกับ
ไตรมาส 3/2551 ที่มีรายได้อื่นๆ เท่ากับ 183 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากรายได้จากดอกเบี้ยรับที่ลดลง
กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) มีมูลค่า 11,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3%
จากไตรมาส 2/2552 แต่ลดลง 0.5% จากไตรมาส 3/2551 ตามการลดลงของรายได้ ปัจจัยหลัก
ที่ทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้นมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายซึ่งทำให้ต้นทุนการให้บริการไม่รวมต้นทุนค่า
IC ลดลง 0.6% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.0% จากไตรมาสที่ผ่านมา EBITDA
Margin ในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 45.8% เพิ่มขึ้นจากระดับ 44.8% ในไตรมาส 2/2552 และ
41.8% ในไตรมาส 3/2551 สำหรับรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ EBITDA อยู่ที่ระดับ 34,373
ล้านบาท ลดลง 4.0% จากปีที่แล้ว อันเนื่องมาจากการลดลง 5.7% ของรายได้จากการบริการ
และชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาโครงข่ายที่ลดลง 18.3% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ที่ลดลง 8.5% โดย EBITDA Margin ของรอบ 9 เดือนแรกในปีนี้อยู่ที่ระดับ 45.0%เพิ่มขึ้นจาก
42.4% ในรอบ 9 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา
ต้นทุนทางการเงิน ลดลง 4.9% จากไตรมาสที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2551
เนื่องจากมียอดเงินกู้เพิ่มขึ้นเป็น 36,000 ล้านบาท จาก 32,500 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2551
กำไรสุทธิ ในไตรมาส 3/2552 เท่ากับ 4,184 ล้านบาท ลดลง 0.3% เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่แล้ว
เนื่องจากค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงข่ายและดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น ขณะที่เมือเทียบกับไตรมาส 3/2551
จะลดลง 7.7% จากเศรษฐกิจขาลง สำหรับรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ มีกำไรสุทธิปกติที่ระดับ 12,949
ล้านบาท ลดลง 12.4% จากรอบ 9 เดือนแรกของปี 2551 ที่ผ่านมา
โครงสร้างงบดุล
สินทรัพย์รวม ลดลง 6.1% จากไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 123,679 ล้านบาท และจากในไตรมาสที่
2/2552 ที่ระดับ 131,698 ล้านบาท เนื่องมาจากการจ่ายเงินปันผลและจ่ายคืนหุ้นกู้ในไตรมาสนี้
รายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิลดลง 3.9%จากไตรมาสที่ผ่านมาเนื่องจากค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย
ที่สูงกว่าเงินลงทุน
(ล้านบาท) ไตรมาส % สิน ไตรมาส % สิน
2/2552 ทรัพย์รวม 3/2552 ทรัพย์รวม
เงินสด 27,368 20.8% 21,798 17.6%
เงินลงทุนระยะสั้น 34 0.0% 84 0.1%
ลูกหนี้การค้า 5,479 4.2% 4,825 3.9%
สินค้าคงเหลือ 907 0.7% 740 0.6%
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ 2,374 1.8% 3,200 2.6%
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 36,162 27.5% 30,647 24.8%
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 76,899 58.4% 73,919 59.8%
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน-สุทธิ 6,437 4.9% 6,392 5.2%
สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 9,940 7.5% 9,950 8.0%
อื่นๆ 2,260 1.7% 2,771 2.2%
รวมสินทรัพย์ 131,698 100.0% 123,679 100.0%
เจ้าหนี้การค้า 3,990 3.0% 3,275 2.6%
ส่วนของหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี 3,923 3.0% 498 0.4%
ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีค้างจ่าย 5,166 3.9% 6,240 5.0%
อื่นๆ 9,371 7.1% 8,414 6.8%
รวมหนี้สินหมุนเวียน 22,450 17.0% 18,428 14.9%
หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 39,317 29.9% 35,887 29.0%
รวมหนี้สิน 59,203 45.0% 55,659 45.0%
รวมส่วนผู้ถือหุ้น 72,495 55.0% 68,021 55.0%
สภาพคล่อง เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) ที่ 1.66 เพิ่มขึ้น
จากที่ระดับ 1.61 ในไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งสินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการที่
เอไอเอสใช้เงินสดจ่ายคืนหนี้ สินค้าคงคลังยังคงลดลงต่อจากไตรมาสที่ผ่านมาจากการระบายสต๊อก
โทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง
หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ลดลงอยู่ที่ระดับ 35,887 ล้านบาทจากเดิมที่ระดับ 39,317 ล้านบาทในไตรมาสที่
2/2552 จากการจ่ายคืนหุ้นกู้มูลค่า 3,427 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3/2552 ต้นทุนกู้ยืมโดยเฉลี่ยอยู่ที่
4.8% โดยที่เงินกู้สกุลเงินต่างประเทศได้ทำการประกันความเสี่ยงไว้
(ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส
1/2552 2/2552 3/2552
หนี้สินรวม / สินทรัพย์รวม 43% 45% 45%
เงินกู้สุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น 12% 16% 21%
หนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้น 76% 82% 82%
โครงสร้างเงินทุน ยังคงแข็งแกร่งโดยมีสัดส่วนของเงินกู้สุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นที่ระดับ 21% และอัตราส่วน
หนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นยังคงที่ ณ ระดับ 82% เปรียบเทียบจากไตรมาสที่แล้ว ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลง
มาจากการจ่ายเงินปันผลในไตรมาสที่ 3/2552 ในขณะที่หนี้ลดลงจากการชำระคืนหุ้นกู้
(ล้านบาท) ณ สิ้นงวด ยอดที่ต้องจ่ายชำระคืน
9 เดือนแรก/2552 ไตรมาส 4/2552 2553 2554 2555 2556 2557
เงินกู้ระยะยาว(1) 16,415 247 493 9,978 493 493 2,939
หุ้นกู้ระยะยาว(2) 19,472 - - 4,000 5,000 8,000 2,500
รวมเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 35,887 247 493 13,979 5,494 8,494 5,439
(1) รวมสัญญาแลกเปลี่ยน swap และ forward (2) รวมต้นทุนในการออกหุ้นกู้
กระแสเงินสด
บริษัทยังคงมีระดับกระแสเงินสดที่ดี สามารถรองรับการลงทุนและการจ่ายหนี้คืน สำหรับในรอบ 9
เดือนแรกของปี 2552 นี้ เอไอเอสมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนของเงินทุน
หมุนเวียนอยู่ที่ระดับ 35.3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอสำหรับการลงทุนและจ่ายคืนหนี้
รวมทั้งจ่ายเงินปันผล ถึงแม้จะมีระดับกระแสเงินสดที่เพียงพอ เอไอเอสได้กู้เงินเพิ่มเติมจำนวน
8.5 พันล้านบาทโดยส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้จำนวน 7.5 พันล้านบาทในไตรมาสที่ 1/2552
เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการหาวงเงินกู้จากสถานการณ์เครดิตตึงตัวในช่วงเศรษฐกิจขาลง และ
เตรียมใช้สำหรับการประมูลใบอนุญาต 3G ที่จะมีขึ้นในอนาคต กระแสเงินสดสุทธิ สำหรับงวด
9 เดือนแรกของปี 2552 อยู่ที่ 24,800 ล้านบาทเทียบกับระดับ 22,400 ล้านบาทสำหรับงวด
9 เดือนแรกของปี 2551
แหล่งที่มาและการใช้ไปของเงินทุน: 9 เดือนแรก/2552 ล้านบาท
แหล่งที่มาของเงินทุน การใช้ไปของเงินทุน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุนในเครือข่ายและสินทรัพย์ถาวร 8,326
หลังหักดอกเบี้ยและภาษี 35,303
เงินรับจากการกู้ยืมระยะยาว 8,535 เงินปันผลจ่าย 18,664
ดอกเบี้ยรับ 236 ชำระต้นทุนทางการเงิน 1,477
เงินรับจากการขายสินทรัพย์ 15 ลงทุน 5
เงินรับจากหุ้นทุนและส่วนเกินทุน 292 เงินสดเพิ่มขึ้น 6,797
ชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 6,949
ส่วนเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน 2,159
รวม 44,381 รวม 44,381
มุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มและกลยุทธ์ในปี 2552
ประมาณการเติบโตของผู้ใช้บริการ 5 ล้านเลขหมายสำหรับตลาดโดยรวม
โดยรวมทั้งอุตสาหกรรม
ส่วนแบ่งตลาด รักษาส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้
กระแสเงินสดหลังหักเงินลงทุน เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปี 2551
รายได้จากการให้บริการ เติบโต -3% ถึง 0%
ค่าใช้จ่ายทางการตลาด 3% ของรายได้รวม (เท่ากับ 3.5% ของรายได้รวม
ไม่รวมรายรับค่าเชื่อมโยงโครงข่าย)
ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงข่าย เพิ่มขึ้น 7-8% (ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายที่บันทึกไว้
ในต้นทุนบริการเท่านั้น ไม่รวมที่ดิน อาคาร อุปกรณ์-สุทธิ
ที่บันทึกใค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และการตัดจำหน่ายสิทธิ
ตามสัญญาอนุญาตให้ดำเนินการ)
อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและ 41-42%
ค่าเสื่อม (EBITDA margin)
เงินลงทุนในเครือข่าย 11,000 ล้านบาท รวมงบลงทุนใน 3G บนคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz
รายรับค่าเชื่อมโยงโครงข่ายสุทธิ 400-700 ล้านบาท
ผลประกอบการทางการเงินยังคงต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และคาดว่าในไตรมาสที่ 4/2552 สถานการณ์
จะกลับดีขึ้นจากฤดูกาลที่มีการใช้จ่ายสูงและความเชื่อมั่นที่กลับคืนของผู้บริโภคจากภาวะเศรษฐกิจขาลง
โดยทั้งปี 2552 คาดการณ์ว่าการเติบโตของรายได้การบริการไม่รวม IC ยังคงอยู่ในช่วง -3% ถึง 0%
บริการเสียงซึ่งเป็นรายได้ส่วนใหญ่ยังคงแนวโน้มลดลง และมีการฟื้นตัวอย่างช้า จากระดับการแข่งขัน
ในตลาดที่ยังคงมีอยู่ต่อไป ถึงแม้รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติและการโทรออกต่างประเทศ
ผ่านรหัส 005 ยังคงได้รับผลกระทบจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่ลดลงตามฤดูกาลในไตรมาสที่ 3/2552
และผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่ปกติในครึ่งปีแรกของปีนี้ก็ตาม ฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4/2552
จะช่วยให้รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติและการโทรออกต่างประเทศผ่านรหัส 005 กลับมา
โดยคาดว่ารายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติจะลดลง 30% เมื่อเทียบกับปี 2551 สำหรับรายได้
จากบริการด้านข้อมูลยังคงอยู่ในสถานะที่ดีเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยยังคงเป้าหมายเติบโตที่ระดับ
10-15% บริการด้านข้อมูลโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตไร้สายและเนื้อหาเป็นเป้าหมายในการสร้าง
การเจริญเติบโตของรายได้ เพื่อชดเชยรายได้จากบริการเสียงที่อิ่มตัว โดยเอไอเอสมีกิจกรรม
ที่หลากหลายและเนื้อหาที่ให้บริการเพื่อตอบสนองกับกระแสของสังคมออนไลน์ที่กำลังมาแรง แนวโน้ม
การเพิ่มขึ้นของการใช้งานแบล็คเบอร์รี่และอินเตอร์เน็ตไร้สายพร้อมการใช้งานที่สูงจะเป็นปัจจัย
ในการเพิ่มขึ้นของรายได้ ภาพลักษณ์ของเอไอเอสที่มีเครือข่ายที่มั่นคงเชื่อถือได้จะช่วยเพิ่มลูกค้า
ในกลุ่มนี้มากขึ้น
แม้จะปรับคาดการณ์การเติบโตรายได้ลดลง เอไอเอสคาดว่าจะมีกระแสเงินสดหลังหักเงินลงทุนเพิ่มขึ้น
จากปีที่แล้ว 15% เนื่องจากเอไอเอสได้ดำเนินนโยบายควบคุมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและ
เงินลงทุนเครือข่าย จึงคาดว่า EBITDA margin จะอยู่ในระดับ 41-42% แม้จะปรับคาดการณ์
การเติบโตรายได้ลดลง ทั้งนี้เป็นผลจาก (1) คาดว่าธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีสัดส่วนรายได้
(ยังมีต่อ)