ำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร

18 February 2009
รวมสินทรัพย์ ค้างจ่าย 3,634 2.8% 2,719 2.1% หมุนเวียน 20,586 16.0% 26,958 21.0% เจ้าหนี้ตอบแทนการโอนสิทธิ 4,739 3.7% - - หนี้สินหมุนเวียนอื่นๆ 10,528 8.2% 10,840 8.5% รวมหนี้สินหมุนเวียน 28,157 21.8% 24,860 19.4% สภาพคล่อง สิ้นปี 2551 บริษัทฯ มีสถานะดีขึ้น โดยมีอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องสูงขึ้นเป็น 1.08 จาก 0.73 ในปี 2550 เนื่องจากปริมาณเงินสดเพิ่มขึ้นและการตกลงค่าตอบแทนการโอนสิทธิ์ดีพีซีตามข้อพิพาท กับดีแทค ในเดือนพฤษภาคม 2551 บริษัทมีสภาพคล่องในระดับสูงเห็นได้จากสัดส่วนของสินทรัพย์ หมุนเวียนมากกว่าคครึ่งเป็นเงินสด ในปี 2551 บริษัทฯได้รับค่าเชื่อมโยงโครงข่ายที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2550 เป็นมูลค่า 2,477 ล้านบาท จึงส่งผลให้ลูกหนี้การค้าลดลง 28.1% เทียบกับปี 2550 โครงสร้างเงินทุน มีความแข็งแกร่งด้วย Debt ratio ในระดับ 42.7% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนที่ 41.5% และอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนทุนเพิ่มขึ้น เป็น 74.4% จาก 70.9% ในปี 2550 เนื่องจากมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้น โดยส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อยจากที่บริษัทฯ จ่ายปันผลรวมมูลค่าสูงกว่ากำไรสุทธิ อย่างไรก็ตามเอไอ เอสมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังหักการลงทุน (Free cash flow) มากเพียงต่อต่อการจ่ายปัน ผล โดยระหว่างปี 2551 ได้จ่ายปันผลที่อัตรา 6.3 บาทต่อหุ้น รวมเป็นมูลค่า 18,653 ล้านบาท จากเงินสดที่ เพิ่มขึ้นทำให้ ณ สิ้นเดิอนธันวาคม 2551 บริษัทฯ มีเงินกู้สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 24.5% ลดลงจาก 29.2% ในปี 2550 (ล้านบาท) 2550 2551 หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 30,349 34,328 หนี้สินรวม 53,481 54,646 รวมส่วนผู้ถือหุ้น 75,461 73,436 เงินกู้สุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น 29.2% 24.5% หนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้น 70.9% 74.4% หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ในปี 2551 มีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยคิดเป็นมูลค่า 34,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% จาก 30,348 ล้านบาท ในปี 2550 เนื่องจากในเดือนเมษายน 2551 เอไอเอสได้ออกหุ้นกู้มูลค่า 4,000 ล้านบาท รวมถึงได้กู้เงินเพิ่มเติมระยะยาวเพื่อการลงทุนในเครือข่ายเป็นมูลค่า 5,029 ล้านบาท ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ย เฉลี่ยคิดเป็น 5.1% ต่อปี ลดลงจาก 5.3% ในปี 2550 เนื่องจากเงินกู้เพิ่มเติมระหว่างปีมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของบริษัท และในเดือนมกราคม 2551 เอไอเอสได้ออกหุ้นกู้ใหม่ประเภทไม่ด้อยสิทธิ รวม มูลค่า 7,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ชุด ดังนี้ 1) หุ้นกู้อายุ 3.5 ปี โดยจ่ายอัตราดอกเบี้ย 4% ใน 2.5 ปีแรก และ 5% ในอีก 1 ปีที่เหลือ 2) หุ้นกู้อายุ 5 ปี โดยเสนออัตราดอกเบี้ย 4% ในปีที่ 1-2 5% สำหรับปีที่ 3-4 และ 6%ในปีสุดท้าย ณ สิ้นงวด ณ สิ้นงวด ยอดที่ต้องจ่ายชำระคืน(1) หน่วย: ล้านบาท 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 เงินกู้ระยะสั้น 3,492 - - - - - - เงินกู้ระยะยาว(2) 10,745 15,718 411 408 9,889 400 398 หุ้นกู้ระยะยาว(1) 16,111 18,610 6,627 - 4,000 - 8,000 รวมเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 30,348 34,328 7,038 408 13,888 400 8,398 (1) รวมต้นทุนในการออกหุ้นกู้; (2) รวมสัญญาแลกเปลี่ยน swap และ forward กระแสเงินสด บริษัทมีสถานะกระแสเงินสดดีขึ้นเทียบกับปี 2550 เนื่องจากมีกระแสเงินสดจากการดำเนินการดีขึ้น ประกอบกับการลงทุนในเครือข่ายลดลง กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเป็นผลจาการเติบโต ของรายได้ที่ดีและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2551 บริษัทมีการลงทุนเครือข่ายรวม จำนวน 12,586 ล้านบาท ลดลงจาก 17,105 ล้านบาท ในปี 2550 เนื่องจากโปรโมชั่นในช่วงนอกเวลา เร่งด่วน (off-peak) ได้รับการตอบรับอย่างดี รวมถึงลดการแข่งขันด้านราคาเบาบางลงด้วย ทำให้สามารถบริหาร การใช้โครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในปี 2551 บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (ก่อนหักส่วนเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน) เป็นจำนวน 47,702 ล้านบาท และมีเงินกู้ในระยะยาว เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 9,014 ล้านบาท โดยได้จ่ายคืนหนี้สินไปเป็นจำนวน 5,161 ล้านบาท จ่ายเงินปันผล 18,681 ล้านบาท รวมถึงจัดหาเงินลงทุนในเครือข่าย 12,586 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทฯมีเงินสดเพิ่มขึ้น สุทธิเท่ากับ 8,235 ล้านบาท แหล่งที่มาและการใช้ไปของเงินทุน: ปี 2551 แหล่งที่มาของเงินทุน การใช้ไปของเงินทุน กระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังหัก ดอกเบี้ยและภาษี 47,702 การลงทุนในเครือข่ายและสินทรัพย์ถาวร 12,586 เงินรับจากหุ้นทุนและส่วนเกินทุน 283 ชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น 3,500 ดอกเบี้ยรับ 324 ดอกเบี้ยจ่าย 1,580 เงินรับจากการขายสินทรัพย์ 132 ส่วนเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน 10,981 เงินรับจากการกู้ยืมระยะยาว 9,014 เงินปันผลจ่าย 18,681 การลงทุนระยะสั้นและเงินลงทุนใน บริษัทย่อย 229 เงินสดเพิ่มขึ้น 8,235 ชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 1,661 รวม 57,454 รวม 57,454 มุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มและกลยุทธ์ปี 2552 ประมาณการเติบโตของผู้ใช้บริการ 5 ล้าน เลขหมาย โดยรวมทั้งอุตสาหกรรม ส่วนแบ่งตลาด ส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้ 50% รายได้จากการให้บริการ อัตราการเติบโตของรายได้การบริการประมาณ 3-4% ค่าใช้จ่ายทางการตลาด 3% ของรายได้รวม (เท่ากับ 3.5% ของรายได้รวมไม่รวมรายรับค่า IC) ค่าเสื่อมราคาเครือข่าย คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8-10% (ค่าเสื่อมราคาโครงข่าย และ ค่าเสื่อม ราคาอุปกรณ์ที่บันทึกไว้ในต้นทุนบริการเท่านั้น แต่ไม่รวม ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิที่บันทึกในค่าใช้จ่ายในการขายและ บริหารและการตัดจำหน่ายสิทธิตามสัญญาอนุญาตให้ดำเนินการ) อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและ 41-42% (หากไม่รวม IC จะเท่ากับ 48-49%) ค่าเสื่อม (EBITDA margin) เงินลงทุนในเครือข่าย 13,000 - 15,000 ล้านบาท รวมงบลงทุนใน 3G บนคลื่นความถี่ ย่าน 900 MHz รายรับค่า IC สุทธิ 400-700 ล้านบาท ในปี 2552 คาดว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีการเติบโตน้อย เป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตั้งแต่ ไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 ซึ่งจะยังส่งผลให้อุปสงค์และกำลังการซื้อของผู้บริโภคลงลงอย่างต่อเนื่อง โดย มีหลายหน่วยงานคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ 0-2% สำหรับเอไอเอสคาดการเติบโตของรายได้ไว้ที่ประมาณ 3-4% โดยมีปัจจัยสำคัญจาก (1) การเติบโตของ ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อประชากรในต่างจังหวัด ซึ่งผู้บริโภคยังคงมีรายได้ดีกว่าอันเป็นผลจาก รายได้จากภาคเกษตรกรรม (2) ภาวะการแข่งขันทรงตัวแต่หันมาเน้นการแข่งขันรักษาฐานลูกค้าเดิมรวมถึง คุณภาพของผู้ใช้บริการมากกว่าการแข่งขันด้านราคา (3) รายได้การบริการข้อมูลเติบโตได้ดี แม้จะเติบโต น้อยลงด้วยอัตรา 10-15% เทียบกับ 28% ในปี 2551 เนื่องจากผู้บริโภคลดการใช้จ่ายลง นอกจากนี้คาดว่า รายได้จากการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จะลดลงค่อนข้างมากในปี 2552 นี้ ในปี 2552 คาดการ์ณว่าจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อจำนวนประชากรจะเพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 100% โดยจะมีจำนวนผู้ใช้บริการ ทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 5 ล้านเลขหมาย เทียบกับในช่วงปี 2550- 51 ที่มี จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นถึงปีละ 8-10 ล้านเลขหมาย จากการเพิ่มขึ้นของการใช้หลายหมายเลข (multiple SIMs) โดยผู้ใช้หลายหมายเลขโดยมากจะอาศัยอยู่ในเขตตัวเมือง ดังนั้นอัตราการใช้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ต่างจังหวัดจึงน่าจะมีเพียง 50-60% ซึ่งทำให้มีโอกาสในการเติบโตได้อีกมากด้วย โครงข่ายที่แข็งแกร่ง คุณภาพที่เหนือกว่า และตราสินค้าที่มีความโดดเด่นของเอไอเอส ทำให้เอไอเอสครอง ตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ได้ การเริ่มคิดค่าเชื่อมโยงโครงข่ายที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การคิดค่าบริการที่สะท้อนต้นทุน ที่แท้จริงมากขึ้น และอุตสาหกรรมฯมีความมั่นคงขึ้น ดังจะเห็นได้จากการแข่งขันด้านราคาที่น้อยลง ในหกไตรมาสที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการได้สร้างความสมดุลในการสร้างอัตราการเติบโตของรายได้โดย คำนึงถึงต้นทุนค่าเชื่อมโยงโครงข่าย ทำให้การแข่งขันที่รุนแรงด้านราคาลดน้อยลง โดยมุ่งไปที่การรักษา คุณภาพ การเข้าถึงลูกค้าในแต่ละกลุ่ม และการรักษาความจงรักภักดีของลูกค้า ซึ่งการแข่งขันราคาสะท้อน ต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น ทำให้สามารถลดการลงทุนในโครงข่ายลง อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการ ดำเนินงานเนื่องจากรายได้มากจากความต้องการใช้งานที่แท้จริง การทำการตลาดของเอไอเอสจะมุ่งไปที่ การสร้างฐานลูกค้าให้มีคุณภาพที่ดี ท่ามกลางสภาวะที่ผู้บริโภคมีความต้องการใช้จ่ายที่ลดลง ด้วย ประโยชน์จากการเป็นผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายขนาดใหญ่ การดำเนินงานในปี 2552 จึงจะมุ่งไปที่การ ควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน โดยเน้นที่การรักษาอัตราของผลกำไร รายได้จากการบริการด้านข้อมูลจะเป็นปัจจัยสำคัญของการเติบโตในช่วง 3 - 5 ปีข้างหน้า ในปี 2551 รายได้จากบริการด้านข้อมูลเติบโตถึง 28% โดยมีบริการอินเตอร์เนทไร้สายผ่านเทคโนโลยี EDGE เป็นตัว ขับเคลื่อนของการเติบโตทั้งนี้การเติบโตของบริการด้านข้อมูลในปี 2552 โดยที่ 3G ยังไม่เกิดขึ้น จะมีความ ท้าทายขึ้นเนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคมีแนวโน้มลดน้อยลง ทำให้คาดการณ์ว่ารายได้จากการ บริการข้อมูลจะเติบโตเพียง 10-15% อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในแง่บวก รายได้ของบริการด้านข้อมูลก็ ยังเติบโตสูงกว่า 20% แม้ในช่วงที่อัตราเงินเฟ้อสูงเมื่อกลางปี 2551 และช่วงที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคแย่ ลงในช่วงไตรมาส 4 ใบอนุญาต 3G เป็นจุดสำคัญของเอไอเอสในปี 2552 โดยเอไอเอสมีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถประมูลในอนุญาต 3G ใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็น ธรรมระหว่างผู้ประกอบการทั้งหลายในอุตสาหกรรมภายใต้โครงสร้างต้นทุนที่เท่าเทียมกัน ในแง่ของการ ดำเนินงาน เอไอเอสได้มีการเตรียมตัวและมีความพร้อมที่จะออกให้บริการโดยเร็ว ในแง่การเงินเอไอเอสมี ความแข็งแกร่งทางการเงินที่เพียงพอ สามารถสนับสนุนการลงทุนได้ โดยส่วนหนึ่งเห็นได้จากความสำเร็จ ในการออกหุ้นกู้ในช่วงเดือนมกราคม 2552 ที่ผ่านมา แม้ว่าภาพของเศรษฐกิจมหภาคของปี 2552 นี้จะมีความท้าทาย แต่ด้วยประโยชน์จากการเป็นผู้ประกอบการโครงข่ายขนาดใหญ่ และมีความแข็งแกร่งทางการเงิน จะช่วยทำ ให้เอไอเอสสามารถเติบโตได้ในปีที่ยากลำบากนี้ ในเอกสารชุดนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต (ไม่ว่า จะเป็นการประมาณการทางด้านการเงินหรือการประมาณการทางด้านธุรกิจในส่วนอื่นๆ) ตัวอย่างของคำที่ ใช้ในการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น "อาจจะ", "จะ", "คาดว่า", "ประมาณ", "เชื่อว่า" เป็นต้น แม้ว่าประมาณการดังกล่าวจะประเมินขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นฐาน บริษัทฯ ไม่สามารถรับประกันหรือยืนยันได้ว่าการประมาณการดังกล่าวจะเกิดขึ้นตรงตามที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ในอนาคต ดังนั้นผู้ใช้ข้อมูลดังกล่าวจึงควรระมัดระวังในการใช้ข้อมูลประมาณการข้างต้น สรุปตัวเลขทางการเงิน %เปลี่ยนแปลง %เปลี่ยนแปลง %เปลี่ยนแปลง ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส เทียบกับ เทียบกับ เทียบกับ งบการเงินรวม 4/2550 3/2551 4/2551 ไตรมาส 4/2550 ไตรมาส 3/2551 2550 2551 ปี 2550 รายได้จากการ ให้บริการ 36,642 24,623 24,077 -34.3 -2.2 94,810 99,586 5.0 รายได้จากการขาย 3,228 2,905 2,194 -32.0 -24.5 13,644 11,206 -17.9 รายได้รวม 39,870 27,528 26,270 -34.1 -4.6 108,454 110,792 2.2 ต้นทุนบริการ (20,380) (10,348) (10,145) -50.2 -2.0 (38,441) (41,484) 7.9 ส่วนแบ่งรายได้ (5,412) (4,990) (4,823) -10.9 -3.3 (19,691) (20,021) 1.7 ต้นทุนขาย (2,960) (2,730) (2,198) -25.7 -19.5 (12,624) (10,534) -16.6 กำไรขั้นต้น 11,118 9,461 9,104 -18.1 -3.8 37,697 38,753 2.8 ค่าใช้ในการขาย และบริหาร (3,382) (2,732) (3,280) -3.0 20.1 (12,767) (11,205) -12.2 EBITDA 12,698 11,491 10,637 -16.2 -7.4 43,684 46,406 6.2 ดอกเบี้ยจ่าย (427) (417) (440) 2.8 5.4 (1,721) (1,625) -5.5 กำไรก่อนหักภาษี 7,441 6,469 2,118 -71.5 -67.3 23,804 24,846 4.4 กำไรสุทธิ 5,132 4,533 420 -91.8 -90.7 16,290 16,409 0.7 ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC 4/2550 3/2551 4/2551 โพสต์เพด - บริการเสียง 19.3% 18.0% 18.5% พรีเพด - บริการเสียง 59.5% 58.6% 57.9% โพสต์เพด - บริการเสียง 4.8% 5.4% 6.3% พรีเพด - บริการข้อมูล 6.9% 8.1% 8.2% บริการโรมมิ่งต่างประเทศ 5.1% 4.4% 3.4% อื่น ๆ (IDD, ค่าธรรมเนียม) 4.4% 5.5% 5.7% รายได้จากการขาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 95.2% 95.9% 94.5% ซิมการ์ด 4.8% 4.1% 5.5% ต้นทุนค่าบริการไม่รวม IC ค่าเสื่อมราคาโครงข่าย 69.2% 68.5% 68.8% ต้นทุนโครงข่าย 9.2% 9.4% 9.7% ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย 7.6% 7.6% 7.0% อื่นๆ 14.0% 14.5% 14.5% ต้นทุนค่าขาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 97.6% 97.5% 96.2% ซิมการ์ด 2.4% 2.5% 3.8% งบดุลรวม 2550 2551 สินทรัพย์หมุนเวียน 20,586 26,958 สินทรัพย์ถาวร 87,088 81,189 รวมสินทรัพย์ 128,942 128,081 รวมหนี้สิน 53,481 54,646 กำไรสะสม 49,999 47,755 รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 75,461 73,436 อัตราส่วนทางการเงิน 2550 2551 EBITDA 43,684 46,406 EBITDA Margin 40.3% 41.9% Interest Coverage (x) 14.5 16.9 DSCR (x) 4.5 3.7 หนี้สินสุทธิ / EBITDA (x) 0.50 0.39 หนี้สินสุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น (%) 0.29 0.25 หนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้น (x) 0.71 0.74 Free cash flow to EV (%) 6.8% 10.3% กำไรต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) 21.3% 22.0% สรุปตัวเลขการดำเนินงาน ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส จำนวนผู้ใช้บริการ 4/2550 3/2551 4/2551 จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 2,203,500 2,410,400 2,534,200 จีเอสอ็ม 1800 82,400 78,600 77,800 โพสต์เพด 2,285,900 2,489,000 2,612,000 พรีเพด 21,819,500 24,285,600 24,698,200 รวมจำนวนผู้ใช้บริการ 24,105,400 26,774,600 27,310,200 ผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น (Net additions) โพสต์เพด -146,000 149,000 123,000 พรีเพด 1,047,000 660,900 412,600 รวมจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 901,000 809,900 535,600 Churn rate (%) โพสต์เพด 4.7% 1.7% 2.0% พรีเพด 3.9% 5.1% 5.2% ค่าเฉลี่ย 4.0% 4.8% 4.9% ส่วนแบ่งตลาดของจำนวนผู้ใช้บริการ โพสต์เพด 41% 41% n/a พรีเพด 46% 45% n/a รวม 46% 45% n/a ARPU ไม่รวม IC (บาท) จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 744 711 695 จีเอสเอ็ม 1800 739 676 666 โพสต์เพด 743 709 695 พรีเพด 227 206 193 ค่าเฉลี่ย 279 252 241 ARPU รวม IC (บาท) จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 696 661 647 จีเอสเอ็ม 1800 739 657 649 โพสต์เพด 698 661 647 พรีเพด 238 214 203 ค่าเฉลี่ย 283 255 245 MOU (จำนวนนาทีที่โทรออก) จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 573 550 546 จีเอสเอ็ม 1800 426 473 487 โพสต์เพด 568 548 544 พรีเพด 239 262 242 ค่าเฉลี่ย 271 288 270 Traffic % outgoing to total minute 48% 49% 49% % on-net to total outgoing minute 70% 75% 76%