คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ไตรมาส 3/2551

11 November 2008
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2551 สรุปผลการดำเนินงาน *ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 เอไอเอสมีจำนวนผู้ใช้บริการรวม 26.8 ล้านราย จากการขยายตลาด อย่างต่อเนื่องในต่างจังหวัด *รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) และปริมาณการใช้งาน (MOU) ลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากผลกระทบของฤดูกาล จำนวนผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 มีทั้งสิ้น 26.8 ล้านเลขหมาย โดยเพิ่มขึ้น 810,000 ราย หรือ 3.1% จากไตรมาสก่อน และ 15.4% จากไตรมาสเดียวกันในปี 2550 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการ ขยายตัวในต่างจังหวัด โดยใน 9 งวดเดือนแรกของปีนี้มีจำนวนผู้ใช้บริการรวม 2.7 ล้านคน ลูกค้าพรีเพด ได้รับผลกระทบจากฤดูกาลและอุทกภัย ส่งผลให้มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ 661,000 ราย ซึ่งลดลงจาก 862,000 ราย ในไตรมาส 2/2551 โดยลูกค้าใหม่ส่วนใหญ่มาจากการ ขยายตัวของตลาดต่างจังหวัด ด้าน ARPU ไม่รวม IC ณ ไตรมาส 3/2551 ลดลง 7.2% เทียบกับ ไตรมาสเดียวกันในปี 2550 เนื่องจากการใช้ซิมการ์ดมากกว่าหนึ่งหมายเลข (Multiple SIM) ประกอบกับการขยายตลาดสู่ต่างจังหวัดซึ่งผู้ใช้บริการมี ARPU ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ในส่วนของ MOU ยังคงเพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาส 3/2550 เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้บริการบุฟเฟ่ต์ในช่วง Off-peak เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว การใช้งานในไตรมาสนี้ลดลง เป็นผลจาก ฤดูกาลประกอบกับหลายพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่างถูกน้ำท่วม ส่งผลให้ ARPU ไม่รวม IC ลดลง 5.5% ขณะที่ MOU ลดลง 1.5% ลูกค้าโพสต์เพด เพิ่มขึ้น 149,000 คน ในไตรมาสนี้ จากยอดเพิ่มขึ้นเพียง 16,000 คน ในไตรมาส ที่แล้ว เป็นผลจากการทำการตลาดกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดมากขึ้น หลังจากที่ได้จัดการปัญหาลูกหนี้ด้อยคุณภาพ ออกไปในไตรมาสก่อนๆ โดยโพสต์เพด ARPU ไม่รวม IC ในไตรมาสนี้เท่ากับ 709 บาท สูงขึ้น 1.6% เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เนื่องจาก MOU เพิ่มขี้น 8.1% แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2551 MOU ลดลง 3.9% และARPU ไม่รวม IC ลดลง 4.4% โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบตามฤดูกาล สรุปผลประกอบการเชิงการเงิน *ใน 9 งวดเดือนแรกของปี 2551 มีรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เพิ่มขึ้น 8.6% จากช่วงเดียวกัน ในปีก่อน ขณะที่รายได้จากพรีเพด บริการด้านข้อมูล และ IDD ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 8.3% จากไตรมาสที่แล้ว *รายได้จากการให้บริการลดลงจากไตรมาสก่อน 1.9% เนื่องจากผลกระทบด้านฤดูกาลและอุทกภัย *บริษัทมีกำไรสุทธิ 4.53 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากไตรมาส 3/2550 รายได้จากการให้บริการ รายได้การให้บริการไม่รวม IC ไตรมาส 3/2551 ไตรมาส 3/2550 ไตรมาส 2/2551 % เปลี่ยนแปลง % เปลี่ยนแปลง (ล้านบาท) เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 3/2550 2/2551 รายได้จากบริการเสียง 15,832 76.6% 15,380 80.6% 16,288 77.3% 2.9% -2.8% โพสต์เพด (เสียง) 3,728 18.0% 4,111 21.5% 3,845 18.3% -9.3% -3.0% พรีเพด (เสียง) 12,104 58.6% 11,269 59.1% 12,443 59.1% 7.4% -2.7% รายได้จากบริการข้อมูล 2,784 13.5% 2,109 11.1% 2,665 12.7% 32.0% 4.5% รายได้โรมมิ่งต่างประเทศ 919 4.4% 837 4.4% 952 4.5% 9.9% -3.4% อื่นๆ (โทรต่างประเทศและอื่นๆ) 1,130 5.5% 753 3.9% 1,155 5.5% 50.0% -2.2% 20,665 100.0% 19,079 100.0% 21,060 100.0% 8.3% -1.9% รายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่า IC) ในไตรมาส 3/2551 เพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2550 จากการเติบโตของรายได้พรีเพด บริการข้อมูล และการโทรออกต่างประเทศ ถึงแม้ว่าไตรมาสนี้จะได้รับ ผลกระทบจากฤดูกาลและอุทกภัยในภาคเหนือแต่เมื่อเทียบกับรายได้จากการให้บริการในไตรมาสก่อนลดลง เล็กน้อยเพียง 1.9% เป็นผลจากส่วนบริการข้อมูลที่ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2551 รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เพิ่มขึ้น 8.6% เป็น 63,151 ล้านบาท จาก 58,168 ล้านบาท ณ ช่วงเดียวกันในปี 2550 เนื่องจากรายได้ในกลุ่มลูกค้าพรีเพด รายได้จากบริการข้อมูล รวมถึงรายได้โรมมิ่งและการโทรออกต่างประเทศ ผ่านรหัส 005 มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้น รายได้จากบริการเสียง เพิ่มขึ้น 2.9% เทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจาก ณ ไตรมาสนี้การเติบโตของรายได้จาก บริการเสียงของกลุ่มลูกค้าพรีเพดเพิ่มขึ้น 7.4% แม้ว่ารายได้จากกลุ่มโพสต์เพดจะลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากการกระตุ้นตลาดอย่างแรงเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าระบบโพสต์เพด ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการและรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติในช่วงดังกล่าว แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2551 รายได้จากบริการเสียงจากกลุ่มพรีเพดและโพสต์เพดในไตรมาสนี้ ลดลง 2.8% ซึ่งเป็นผลมาจากฤดูกาล โดยพรีเพดลดลง 2.7% ขณะที่โพสต์เพดลดลง 3% ทั้งนี้ ระหว่างไตรมาส 3/2551 เอไอเอสได้เพิ่มอัตรา ค่าโทรของลูกค้าเดิมบางส่วนในกลุ่มพรีเพด รายได้บริการด้านข้อมูล ยังมีการเติบโตที่ดีโดยเพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว และคิดเป็น สัดส่วน 13.5% จากรายได้การให้บริการที่ไม่รวมค่า IC ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 11.1% ในไตรมาส 3/2550 เนื่องจากการใช้งาน GPRS ที่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสนี้ มีจำนวนผู้ใช้บริการ GPRS จำนวน 4.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.5% จากไตรมาสก่อน และสูงขึ้นถึง 50% จากไตรมาสเดียวกัน ณ ปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับไตรมาส2/2551 รายได้บริการด้านข้อมูลในไตรมาสนี้เติบโต 4.5% จากการใช้งาน GPRS และ SMS ที่เพิ่มขึ้น สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2551 รายได้บริการด้านข้อมูลเติบโต 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากยอดการใช้ GPRS และ EDGE ที่เพิ่มขึ้น รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติและโทรออกต่างประเทศผ่านรหัส 005 ได้รับผลกระทบจากฤดูกาล ทำให้รายได้ลดลง 3.4% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9.9% จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ส่วนการโทรออก ต่างประเทศผ่านรหัส 005 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2550 ถึง 50% จากการเปิดให้บริการโทรออก ต่างประเทศผ่านเกตเวย์ของ AIN อย่างเต็มรูปแบบ สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2551 รายได้จาก บริการข้ามแดนอัตโนมัติเติบโต 12.9% ในขณะที่การโทรออกต่างประเทศผ่านรหัส 005 เพิ่มขึ้น ถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว รายได้และต้นทุนค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (Interconnection) ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย ไตรมาส 3/2551 ไตรมาส 3/2550 ไตรมาส 2/2551 % เปลี่ยนแปลง % เปลี่ยนแปลง (ล้านบาท) เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส 3/2550 ไตรมาส 2/2551 รายรับค่า IC 3,958 4,357 4,144 -9.2% -4.5% รายจ่ายค่า IC 3,749 3,842 4,080 -2.4% -8.1% สุทธิ รับ / (จ่าย) 209 515 64 -59% 225% *รายได้สุทธิค่า IC ในปีที่ 2550 ทั้งปี บริษัทได้บันทึกรายได้ทั้งหมดในคราวเดียวในไตรมาส 4/2550 ค่าเชื่อมโยงโครงข่ายสุทธิ (IC) ในไตรมาส 3/2551 นี้เพิ่มขึ้นเป็น 209 ล้านบาท จาก 64 ล้านบาท ในไตรมาสที่แล้ว โดยในไตรมาสนี้ ปริมาณการโทรข้ามเครือข่ายทั้งการโทรออกและการรับสายลดลง เห็นได้จากสัดส่วนการโทรภายในเครือข่าย (on-net) เพิ่มขึ้นเป็น 75% จาก 73% ในไตรมาสที่แล้ว โดยการโทรออกนอกเครือข่ายลดลงจากการปรับราคาขึ้นในระหว่างไตรมาส แต่เนื่องจากปริมาณ การรับสายเข้าจากเครือข่ายอื่นลดลงในอัตราที่น้อยกว่า ส่งผลให้บริษัทมีค่าเชื่อมโยงโครงข่ายสุทธิเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนสำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2551 มีค่าเชื่อมโยงโครงข่ายสุทธิเท่ากับ 390 ล้านบาท รายได้จากการขาย ลดลง 12.7% จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว และลดลง 7.5% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากในไตรมาสนี้มียอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียง 895,000 เครื่อง ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 3/2550 และ 11.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2551 รายได้จากการขายใน 9 งวดเดือนแรก ของปีนี้ลดลง 13.5% เหลือ 9,012 ล้านบาท จาก 10,416 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ต้นทุนการให้บริการ ต้นทุนการให้บริการไม่รวม IC ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส % เปลี่ยนแปลง % เปลี่ยนแปลง (ล้านบาท) 3/2551 3/2550 2/2551 เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส 3/2550 ไตรมาส 2/2551 ค่าเสื่อมราคาโครงข่าย 4,523 4,288 4,426 5.5% 2.2% ต้นทุนโครงข่าย 622 580 628 7.3% -1.0% ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย 500 488 427 2.6% 17.1% อื่นๆ 954 884 929 7.9% 2.6% 6,599 6,239 6,411 5.8% 2.9% ต้นทุนการให้บริการไม่รวม IC มีมูลค่า 6,599 ล้านบาท สูงขึ้น 5.8% จากปีที่แล้ว และ 2.9% จากไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากค่าเสื่อมราคาโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น 5.5% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และ 2.2% จากไตรมาสที่แล้ว เนื่องด้วยระยะเวลาในการตัดค่าเสื่อมราคาสั้นลงตามอายุสัญญา ร่วมการงาน ในปีที่ผ่านมากบริษัทได้ขยายโครงข่ายจากเดิม 12,400 สถานีฐาน ในไตรมาส เดียวกันของปีที่แล้ว เป็น 14,000 สถานีฐานในไตรมาสนี้ ทำให้ต้นทุนโครงข่ายในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 7.3% เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว ส่วนค่าซ่อมบำรุงโครงข่ายซึ่งมีความผันผวน ในบางไตรมาส มีอัตราเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ค่าซ่อมบำรุง โครงข่ายในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2551 ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2551 ต้นทุนการให้บริการไม่รวม IC เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ในปีก่อน สาเหตุหลักจากมีค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น 8.3% ต้นทุนขาย ไตรมาสนี้ลดลง 12.4% จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว และลดลง 4.7% จากไตรมาสก่อน ตามยอดขายที่ลดลง 12.7% จากไตรมาส 3/2550 และ 7.5% จากไตรมาส 2/2551 ส่วนอัตรา กำไรขั้นต้นจากการขาย (Sale margin) นั้นมีความผันผวนตามไตรมาส โดย ณ ไตรมาส 3/2551 เท่ากับ 6% ลดลงจาก 8.8% ณ ไตรมาส 2/2551 และ 6.3% ไตรมาส 3/2550 โดยใน 9 งวดเดือนแรกของปี 2551 ต้นทุนขายลดลง 13.7% เช่นเดียวกับรายได้จากการขายที่ลดลง 13.5% ต้นทุนค่าผลประโยชน์ตอบแทนรายปี (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส % % 3/2551 3/2550 2/2551 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 3/2550 2/2551 % ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี 4,990 4,627 5,051 7.9% -1.2% เมื่อเทียบกับรายได้จากการ ให้บริการไม่รวม IC 24.1% 24.2% 24.0% ต้นทุนค่าผลประโยชน์ตอบแทนรายปี คิดเป็นสัดส่วน 24.1% ของรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่า IC คงตัวจาก 24% ณ ไตรมาส 2/2551 และ 24.2% ณ ไตรมาส 3/2550 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ล้านบาท) ไตรมาส 3/2551 ไตรมาส 3/2550 ไตรมาส 2/2551 % ค่าใช้จ่ายการตลาดเมื่อเทียบกับรายได้ (ไม่รวม IC) 3.3% 3.3% 2.4% % ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญต่อรายได้โพสต์เพด 2.2% 7.0% 2.2% % ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ (ไม่รวม IC) 11.6% 13.2% 10.8% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ต่อรายได้ไม่รวม IC ในไตรมาสนี้คิดเป็น 11.6% เพิ่มขึ้นจาก 10.8% ในไตรมาส 2/2551 ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น แต่ลดลงจาก 13.2% ของรายได้เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2551 จากการหยุดการตัดค่าเสื่อมค่าความนิยมและค่าใช้จ่าย การตั้งสำรองหนี้สูญที่น้อยลง ในไตรมาสนี้บริษัทได้มีการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์พรีเพด "Freedom Enjoy" ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 3.3% ของรายได้ไม่รวม IC จาก 2.4% ในไตรมาส 2/2551 ด้านค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญยังคงตัวจากไตรมาสก่อนที่ 2.2% ของรายได้ โพสต์เพด แต่ลดลงจากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้วที่มีอัตราสูงถึง 7.0% เนื่องจากกลุ่มลูกค้าโพสต์เพด มีคุณภาพดีขึ้น ในงวด 9 เดือนแรกของปีนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการต่อรายได้ไม่รวม IC 11.6% ลดลงจาก 13.2% ณ ช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุจากการตั้งสำรองหนี้สูญและค่าใช้จ่าย ตลาดที่ลดลง ขณะที่บริษัทยังคงงบด้านการตลาดทั้งปี 2551 ไว้ที่ 4%ของรายได้รวม จึงคาดว่าจะส่งผลให้ ในไตรมาสถัดไปมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดสูงขึ้น อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA margin) คิดเป็น 41.7% ลดลงจาก 45.5% ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากการบันทึกค่า IC หากไม่รวมค่า IC แล้ว EBITDA margin ในไตรมาสนี้เท่ากับ 47.9% สูงขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว เนื่องจากมีรายได้สูงขึ้นขณะที่ค่าใช้จ่าย ที่เกิดจากหนี้สูญลดลง แต่ลดลงจาก 49.2% ในไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากรายได้ลดลงในไตรมาสนี้ ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดสูงขึ้น สำหรับช่วงระยะเวลา 9 งวดเดือนแรกของปี 2551 EBITDA margin ไม่รวม IC เท่ากับ 49% ซึ่งสูงขึ้นจาก 45.2% ณ ช่วงเดียวกันของปีทีแล้ว จากการ เติบโตของรายได้แข็งแกร่งรวมถึงค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญลดลง EBITDA (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 9เดือนแรก/ 9เดือนแรก/ 3/2551 3/2550 2/2551 2551 2550 กำไรจากการดำเนินงาน 6,725 5,463 7,323 21,709 17,187 ค่าเสื่อมราคาที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 763 711 752 2,269 2,216 ค่าตัดจำหน่ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 92 108 94 280 340 ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้ 3,794 3,510 3,708 11,140 10,020 สัญญาสัมปทาน ค่าตัดจำหน่ายสิทธิในสัญญาค่า 114 114 113 341 341 สัมปทาน ค่าความนิยมตัดจำหน่าย 0 292 0 - 875 ค่าเผื่อการด้อยของค่าความนิยม 0 - 0 15 - EBITDA 11,491 10,199 11,994 35,765 30,986 EBITDA margin 41.7% 45.5% 42.3% 42.3% 45.2% EBITDA ไม่รวม IC 11,301 10,199 11,915 35,380 30,986 EBITDA margin ไม่รวม IC 47.9% 45.5% 49.2% 49.0% 45.2% ดอกเบี้ยจ่าย สำหรับไตรมาสนี้ลดลง 2.6% จากปีที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 5.7% จากไตรมาสก่อน เนื่องจาก บริษัทมีการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นในระหว่างไตรมาส รายได้อื่น มีจำนวน 184 ล้านบาท ลดลงจาก 1,944 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2551 ซึ่งมีการบันทึกรายได้ จากการระงับข้อพิพาทระหว่างดีพีซี (บริษัทย่อยของเอไอเอส) และดีแทค กำไรสุทธิ สำหรับไตรมาส 3/2551 เท่ากับ 4,533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกัน ในปีก่อน แต่ลดลง 28.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากการบันทึกรายได้จากการระงับข้อพิพาท ระหว่างดีพีซีและดีแทคในไตรมาสที่แล้ว และเมื่อปรับรายการพิเศษออก บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 19.2% จากไตรมาส 3/2550 เนื่องจากมีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ เกิดจากหนี้สูญต่ำลง แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน บริษัทมีกำไรสุทธิลดลง 11.4% เนื่องจากผลกระทบของ ฤดูกาล ทำให้มีรายได้จากบริการลดลง รวมถึงค่าเสื่อมราคาโครงข่ายที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายการตลาดที่ เพิ่มขึ้น สำหรับในช่วง 9 งวดเดือนแรกของปี 2551 เมื่อปรับค่าความนิยมตัดจำหน่าย ค่าเผื่อการด้อย ของของค่าความนิยม รายได้จากข้อพิพาทกรณีดีพีซี จะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 14,788 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% จากกำไรสุทธิจำนวน 12,034 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยตารางด้านล่างได้แสดงถึง การเปรียบเทียบกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานให้มีความชัดเจนเพิ่มเติมจากการรายงานกำไรสุทธิตามงบการเงิน กำไรสุทธิเพื่อการเปรียบเทียบ (Comparative net profit) (ล้านบาท) หัก ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส % % 9เดือน 9เดือนแรก/ % ภาษี 3/2551 3/2550 2/2551 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง แรก/2551 2550 เปลี่ยนแปลง เทียบกับ เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 9 เดือนแรก/ 3/2550 2/2551 2550 กำไรสุทธิ 4,533 3,512 6,333 29.1% -28.4% 15,990 11,159 43.3% บวก: ค่าความนิยมตัดจ่าย ไม่ได้ 292 876 ค่าเผื่อการด้อยค่าของ ไม่ได้ 15 ค่าความนิยม หัก:รายรับจาก DPC ได้ (1,217) (1,217) หลังหักภาษี ตามที่บันทึก กำไรสุทธิก่อนรายการพิเศษ 4,533 3,804 5,116 19.2% -11.4% 14,788 12,034 22.9% (Normalized) บวก: รายรับสุทธิค่า IC ที่ ได้ 294 1,205 เกิดขึ้นจริงในไตรมาส กำไรสุทธิเพื่อการ 4,533 4,098 5,116 10.6% -11.4% 14,788 13,239 11.7% เปรียบเทียบ (Comparative) โครงสร้างงบดุล สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 มีมูลค่า 127,227 ล้านบาท ลดลงจาก 128,942 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2550 แม้จะมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 14% เนื่องจากสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานสุทธิ ลดลงแม้ว่าบริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้น แต่การตัดค่าเสื่อมจากการลงทุนโครงข่ายมีมูลค่าสูงกว่า เป็นผลจากระยะเวลาในการตัดค่าเสื่อมราคาสั้นลงตามอายุสัญญาร่วมการงาน (ล้านบาท) ไตรมาส 3/2551 %ต่อสินทรัพย์รวม ไตรมาส 4/2550 %ต่อสินทรัพย์รวม สินทรัพย์หมุนเวียน 23,534 18.5% 20,586 16.0% ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 8,018 6.3% 8,561 6.6% สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทาน-สุทธิ 74,101 58.2% 78,527 60.9% สินทรัพย์ไม่มีตัวตน-สุทธิ 10,148 8.0% 10,593 8.2% สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 10,016 7.9% 10,031 7.8% อื่นๆ 1,410 1.1% 644 0.5% รวมสินทรัพย์ 127,227 100.0% 128,942 100.0% สภาพคล่อง มีสถานะดีขึ้นเนื่องจากเงินสดที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการชำระหนี้สินในกรณีพิพาทดีพีซีที่ทำให้ ในไตรมาสนี้อัตราส่วนสภาพคล่องสูงขึ้นเป็น 84% เมื่อเทียบกับ 73% ณ สิ้นปี 2007 บริษัทมีสภาพคล่องสูง เห็นได้จากสินทรัพย์หมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นเงินสดกว่าครึ่งของสินทรัพย์หมุนเวียน (ล้านบาท) ไตรมาส 3/2551 %ต่อสินทรัพย์รวม ไตรมาส 4/2550 %ต่อสินทรัพย์รวม เงินสด 13,209 10.4% 8,317 6.5% เงินลงทุนระยะสั้น 124 0.1% 123 0.1% ลูกหนี้การค้า 5,306 4.2% 8,054 6.2% สินค้าคงเหลือ 2,206 1.7% 1,236 1.0% สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ 2,688 2.1% 2,718 2.1% สินทรัพย์หมุนเวียน 23,534 18.5% 20,586 16.0% (ล้านบาท) ไตรมาส 3/2551 %ต่อสินทรัพย์รวม ไตรมาส 4/2550 %ต่อสินทรัพย์รวม เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 0 0.0% 3,492 2.7% เจ้าหนี้การค้า 4,739 3.7% 4,218 3.3% ส่วนของหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี 6,907 5.4% 1,545 1.2% ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีค้างจ่าย 7,483 5.9% 3,634 2.8% ค่าสิทธิสัญญาสัมปทานค้างจ่าย 0 0.0% 4,739 3.7% หนี้สินหมุนเวียนอื่นๆ 8,926 7.0% 10,528 8.2% รวมหนี้สินหมุนเวียน 28,055 22.1% 28,157 21.8% โครงสร้างเงินทุน ยังคงมีความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างหนี้สินในระดับต่ำ แม้ในระหว่างไตรมาส บริษัทมีการเพิ่มเงินกู้ยืม ส่งผลให้ ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2551 มีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนทุนเพิ่มขึ้น เป็น 74% จาก 67% ณ ไตรมาสก่อน ขณะที่อัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อทุนเพิ่มขึ้นจาก 23% ณ สิ้นไตรมาสก่อน เป็น 26% ณ สิ้นไตรมาสนี้ เนื่องจากบริษัทมีกำไรสะสมลดลงจากการจ่ายปันผลที่อัตรา 3 บาทต่อหุ้น ในเดือนกันยายน 2551 (ล้านบาท) ไตรมาส 3/2550 ไตรมาส 4/2550 ไตรมาส 1/2551 ไตรมาส 2/2551 ไตรมาส 3/2551 หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 33,600 30,349 26,105 30,104 32,500 หนี้สินรวม 56,173 53,481 51,937 51,593 54,199 รวมส่วนผู้ถือหุ้น 70,308 75,461 80,743 77,359 73,029 เงินกู้สุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น 37% 29% 14% 23% 26% หนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้น 80% 71% 64% 67% 74% หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ณ สิ้นงวดไตรมาสนี้ยอดรวมทั้งสิ้น 32,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 30,104 ล้านบาท ณ สิ้นงวดที่แล้ว เนื่องจากมีการกู้เงินระยะยาวเพื่อการลงทุนในเครือข่าย เป็นจำนวน 91.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการทำสัญญาแลกเปลี่ยน (swap contract) ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายป้องกันความเสี่ยง สำหรับเงินกู้เงินตราต่างประเทศทั้งจำนวน ณ สิ้นไตรมาสนี้ สัดส่วนเงินกู้ที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวคิดเป็น 9% ของยอดเงินกู้ยืมทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นเงินกู้ยืมที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือได้มีการทำสัญญาแลกเปลี่ยน (interest swap contract) ไว้แล้ว ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยคิดเป็น 5.1% ต่อปี ลดลงจาก 5.3% ในไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากเงินกู้เพิ่มเติมระหว่าง ไตรมาสมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของบริษัท หน่วย: ล้านบาท ณ สิ้นงวด ณ สิ้นงวด ยอดที่ต้องจ่ายชำระคืน(1) 2/2551 3/2551 2551 2552 2553 2554 2555 2556 เงินกู้ระยะยาว (2) 10,680 13,829 134 268 268 9,753 268 268 หุ้นกู้ระยะยาว 19,357 18,608 1,500 6,627 - 4,000 - 8,000 สัญญาเช่าทางการเงิน 67 63 23 17 12 8 4 - รวมเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 30,104 32,500 1,657 6,912 280 13,761 272 8,268 (1) รวมต้นทุนในการออกหุ้นกู้; (2) รวมสัญญาแลกเปลี่ยน swap และ forward กระแสเงินสด บริษัทมีสถานะกระแสเงินสดที่ดี เพียงพอต่อการลงทุนขยายเครือข่ายพร้อมกับการชำระคืนเงินกู้ยืม โดย ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2551 บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (หลังหักส่วนเปลี่ยนแปลงของ เงินทุนหมุนเวียน) เป็นจำนวน 31,251 ล้านบาท บริษัทมีการลงทุนเครือข่ายรวมจำนวน 8,859 ล้านบาท ชำระคืนเงินกู้ทั้งระยะสั้น และระยะยาวรวมมูลค่า 5,024 ล้านบาท และจ่ายปันผลเป็นจำนวน 18,653 ล้านบาท หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 7,058 ล้านบาท โดย 4,000 ล้านบาท มาจากการออกหุ้นกู้ในไตรมาสที่ 2/2551 และเงินกู้ยืมระยะยาวในไตรมาสนี้จำนวน 91.9 ล้านดอลลาร์ โดยสุทธิแล้วบริษัทมีเงินสดเพิ่มขึ้น เป็นจำนวน 5,078 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในรูปของเงินสดและตั๋ว B/E แหล่งที่มาและการใช้ไปของเงินทุน: งวด 9 เดือนแรก ปี 2551 แหล่งที่มาของเงินทุน ล้านบาท การใช้ไปของเงินทุน ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังหักดอกเบี้ย 38,343 การลงทุนในเครือข่ายและสินทรัพย์ถาวร 8,859 และภาษี เงินรับจากหุ้นทุนและส่วนเกินทุน 283 ชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 3,500 ดอกเบี้ยรับ 250 ชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น 1,524 เงินรับจากการขายสินทรัพย์ 130 ส่วนเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน 7,092 เงินรับจากการกู้ยืมระยะยาว 7,058 เงินปันผลจ่าย 18,653 การลงทุนระยะสั้นและเงินลงทุนในบริษัทย่อย 127 ดอกเบี้ยจ่าย 1,230 เงินสดเพิ่มขึ้น 5,078 46,063 รวม 46,063 รวม มุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มและกลยุทธ์ปี 2551 2551 ประมาณการการเติบโตของผู้ใช้บริการ 8-10 ล้านเลขหมาย โดยรวมทั้งอุตสาหกรรม ส่วนแบ่งตลาด ส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้ 50% รายได้จากการให้บริการ อัตราการเติบโตของรายได้การบริการประมาณ 7-8% (ยังมีต่อ)