ชี้แจงผลการดำเนินงานเปลียนแปลงเกินกว่า20%
14 May 2008
ที่ AIS-CP 064/2551
14 พฤษภาคม 2551
เรื่อง ขอนำส่งงบการเงินประจำไตรมาส 1/2551 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2551
และชี้แจงกรณีผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนเกินกว่า 20%
เรียน กรรมการผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. งบการเงินและรายงานของผู้สอบบัญชีประจำไตรมาส 1/2551 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
2551 ฉบับภาษาไทยและอังกฤษ
2. คำอธิบายวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย
ประจำไตรมาส 1/2551 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2551 ฉบับภาษาไทยและอังกฤษ
3. สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (แบบ F45-3)
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ขอนำส่งงบการเงิน คำอธิบายวิเคราะห์
ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย ประจำไตรมาส 1/2551 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2551
ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชี และขอชี้แจงถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของกำไรสุทธิเมื่อพิจารณาจากงบการเงินรวม
และงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกินกว่า 20% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักดังนี้
1. รายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมรายได้จากค่าเชื่อมโยงเครือข่าย) สำหรับไตรมาส 1/2551
เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาส 1/2550 เป็น 21,426 ล้านบาท เนื่องจากการเติบโตของรายได้
ลูกค้าระบบเติมเงิน รายได้จากบริการทางข้อมูล และรายได้จากการโทรออกต่างประเทศผ่านรหัส 005
2. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ลดลง 17.3% เป็น 2,585 ล้านบาทในไตรมาส 1/2551 จาก 3,126
ล้านบาทในไตรมาส 1/2550 เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลง ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สงสัย
จะสูญที่น้อยลง และการหยุดการตัดค่าเสื่อมค่าความนิยมตามมาตรฐานบัญชีใหม่ที่บังคับใช้
ค่าใช้จ่ายทางการตลาด ลดลง 26.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายทางการตลาด
คิดเป็น 2.6% ของรายได้รวมที่ไม่รวมค่าเชื่อมโยงเครือข่าย ลดลงจากในไตรมาส 4/2550 ซึ่งอยู่ที่
4.5% และ 3.7% ในไตรมาส 1/2550 ตามปกติค่าใช้จ่ายทางการตลาดในไตรมาสแรกของปีมักจะเป็น
สัดส่วนที่น้อย และจะสูงสุดในไตรมาสสุดท้าย
ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ลดลงอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยในไตรมาส 1/2551 คิด
เป็น 2.5% ของรายได้ลูกค้าระบบรายเดือน ลดลงจาก 4.1% ในไตรมาส 4/2550 และ 6.6% ใน
ไตรมาส 1/2550 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพลูกหนี้ของลูกค้าระบบรายเดือนที่ดีขึ้น หลังจากที่มีการปรับ
กลยุทธ์การขยายตลาดให้มีสมดุลมากขึ้นระหว่างการเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพลดลง
และความเสี่ยงของหนี้สงสัยจะสูญที่อาจสูงขึ้น
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 บริษัทฯ ได้เปลี่ยนนโยบายการบัญชีสำหรับค่าความนิยมโดยมีรายละเอียดดังนี้
ในระหว่างปี 2550 สภาวิชาชีพบัญชีได้ประกาศใช้มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 43 (ปรับปรุง2550)
เรื่อง การรวมธุรกิจ ซึ่งให้ถือปฏิบัติกับงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2551
มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 43 (ปรับปรุง 2550) กำหนดให้ ณ วันที่ซื้อ ผู้ซื้อต้องวัดมูลค่าค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจ
ที่บันทึกเป็นสินทรัพย์ด้วยราคาทุน หลังการรับรู้เริ่มแรก ค่าความนิยมจะถูกวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหักค่าเผื่อการด้อยค่าสะสม
การปฏิบัติในช่วงเปลี่ยนแปลงนี้ใช้สำหรับค่าความนิยมยกมาในงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มแรกที่เริ่มในหรือ
หลังวันที่ 1 มกราคม 2551 ที่เกิดจากการรวมธุรกิจซึ่งวันที่ตกลงรวมธุรกิจก่อนวันที่ 1 มกราคม 2551 การถือปฏิบัติใน
ช่วงเปลี่ยนแปลงให้หยุดการตัดจำหน่ายค่าความนิยม ล้างบัญชีค่าตัดจำหน่ายค่าความนิยมสะสม และลดมูลค่าของค่าความนิยม
และตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2551 ให้ทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยมทั้งหมดที่
เกิดจากการรวมธุรกิจตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 36 เรื่อง การด้อยค่าของสินทรัพย์
บริษัทฯ และบริษัทย่อยได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีสำหรับค่าความนิยมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551
เป็นต้นไป ผลกระทบจากการเปลี่ยนนโยบายการบัญชีของงบการเงินรวมของบริษัทฯสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31
มีนาคม 2551 คือ การลดลงของค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนซึ่งเป็นผลมาจากการหยุดการตัดจำหน่ายค่าความนิยมซึ่งจะ
ถูกรับรู้ภายใต้นโยบายการบัญชีเดิมประมาณ 292 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นสำหรับงวด
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นายวิกรม ศรีประทักษ์)
กรรมการ
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
Compliance Department
โทร. 02-687-4278