คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร

23 February 2007
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ภาพรวมของกลุ่มบริษัท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2549 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการรวมทั้งสิ้นประมาณ 19.5 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบโพสต์เพด 2.2 ล้านราย (GSM Advance และ GSM1800) และระบบพรีเพด 1-2-Call! 17.3 ล้านราย คิดเป็นผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิจำนวน 3.1 ล้านรายใน ปี 2549 หรืออัตราการเติบโตเท่ากับ 19% จากปีก่อน สำหรับไตรมาสที่ 4/2549 กลุ่มบริษัทมีผู้ใช้ บริการเพิ่มขึ้นสุทธิ 1.8 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านรายใน 9 เดือนแรกของปี 2549 และ 315,700 รายในไตรมาสที่ 4/2548 สำหรับปี 2549 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 91,428 ล้านบาท ลดลง 1.2% จาก 92,517 ล้านบาท ในปี 2548 รายได้จากการให้บริการมีจำนวน 76,053 ล้านบาทในปี 2549 ลดลง 5.6% จาก 80,534 ล้านบาทในปี 2548 เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 28.3% เป็น 15,375 ล้านบาทในปี 2549 จาก 11,983 ล้านบาทในปี 2548 เป็นผลมาจากปริมาณการขายโทรศัพท์ เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น สำหรับไตรมาสที่ 4/2549 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 22,328 ล้านบาท ลดลง 8% จาก ไตรมาสที่ 4/2548 แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.9% จากไตรมาสที่ 3/2549 ทั้งนี้ตามข้อมูลในอดีตไตรมาส ที่ 4 โดยปกติจะเป็นไตรมาสที่มีรายได้จากการให้บริการสูงสุดเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลซึ่งมีการใช้งาน สูงที่สุดในปี อย่างไรก็ตามรายได้จากการให้บริการในไตรมาสที่ 4/2549 ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับไตร มาสก่อนเนื่องจากมีปริมาณการใช้งานของน้อยลงในระหว่างเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน โดยสาเหตุอาจ มาจากภาวะน้ำท่วมในหลายๆ จังหวัดของประเทศไทยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2549 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวมในปี 2549 สูงขึ้นเป็น 55,956 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้น 3.2% จาก 54,198 ล้านบาทในปี 2548 เนื่องจากมีต้นทุนจากการขายสูงขึ้น ส่วนผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและ ภาษีสรรพสามิตคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการให้บริการในปี 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 24.7% จาก 23.9% ในปี 2548 เนื่องจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนรายปีของบริการโพสต์เพดที่จ่ายให้แก่ทีโอที ในด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในปี 2549 เพิ่มขึ้น 13.4% เป็น 11,421 ล้านบาท จาก 10,067 ล้านบาทในปี 2548 เป็นผลจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการ บริหารและผลตอบแทนพนักงานที่สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทมีรายได้อื่นๆ ในปี 2549 เพิ่มขึ้น 74.1% เป็น 1,015 ล้านบาท จาก 583 ล้านบาทในปี 2548 โดยเป็นรายได้ดอกเบี้ยรับเป็นส่วนมาก ทั้งนี้ กำไรสุทธิสำหรับปี 2549 มีจำนวน 16,256 ล้านบาท ลดลง 13.2% จาก 18,725 ล้านบาทในปี 2548 ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท- เปรียบเทียบรายปี หน่วย : ล้านบาท ปี 2549 ปี 2548 เพิ่ม/(ลด) (ปรับปรุงใหม่) เทียบกับ ปี 2548 รายได้จากการให้บริการ 76,053 80,534 (5.6%) รายได้จากการขาย 15,375 11,983 28.3% รายได้รวม 91,428 92,517 (1.2%) ต้นทุนรวม 55,956 54,198 3.2% กำไรขั้นต้น 35,473 38,318 (7.4%) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 11,421 10,067 13.4% กำไรก่อนหักภาษี 23,568 27,339 (13.8%) กำไรสุทธิ 16,256 18,725 (13.2%) รายได้และกำไร รายได้ รายได้รวมในปี 2549 เท่ากับ 91,428 ล้านบาท ลดลง 1.2% จาก 92,517 ล้านบาทในปี 2548 โดยมีรายได้จากการให้บริการคิดเป็นสัดส่วน 83.2% ของรายได้รวมทั้งหมด และอีก 16.8% มาจาก รายได้จากการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่และซิมการ์ด รายได้จากการให้บริการในปี 2549 เท่ากับ 76,053 ล้านบาท ลดลง 5.6% จาก 80,534 ล้านบาท ในปี 2548 แม้ว่ากลุ่มบริษัทจะมีฐานผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 19% จากปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากการออกโปร โมชั่นราคาถูกในภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรงในตลาดระหว่างปี สำหรับไตรมาสที่ 4/2549 กลุ่มบริษัทมี รายได้รวม 22,328 ล้านบาท ลดลง 8% จากไตรมาสที่ 4/2548 แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.9% จาก ไตรมาสที่ 3/2549 ทั้งนี้ตามข้อมูลในอดีตรายได้จากการให้บริการในไตรมาสที่ 4 จะเป็นไตรมาสที่มี รายได้จากการให้บริการสูงสุดเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลซึ่งมีการใช้งานสูงที่สุดในปี อย่างไรก็ตามรายได้ จากการให้บริการในไตรมาสที่ 4/2549 ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนเนื่องจากมีปริมาณการใช้ งานของน้อยลงในระหว่างเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน โดยสาเหตุอาจมาจากภาวะน้ำท่วมในหลายๆ จังหวัดของประเทศไทยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2549 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 28.3% เป็น 15,375 ล้านบาทในปี 2549 จาก 11,983 ล้านบาทใน ปี 2548 เนื่องจากมีปริมาณการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ รายได้จากการขายคิดเป็นสัดส่วน 16.8% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 13% ในปี 2548 ต้นทุน ต้นทุนรวมประกอบด้วยต้นทุนจากการให้บริการและขายอุปกรณ์ ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีจากการให้ บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และภาษีสรรพสามิต โดยในปี 2549 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวมเท่ากับ 55,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จาก 54,198 ล้านบาทในปี 2548 ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ มีจำนวน 23,139 ล้านบาทในปี 2549 ลดลง 4.4% จาก 24,205 ล้านบาท ในปี 2548 เนื่องจากค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานของกลุ่มบริษัท ที่ลดลง เป็นผลมาจากสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานบางส่วนได้มีการตัดค่าเสื่อมราคาจนหมดมูลค่าแล้ว ทั้งนี้ในปี 2549 กลุ่มบริษัทได้บันทึกค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามประกาศของคณะ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในอัตรา 1 บาทต่อเลขหมายต่อเดือนสำหรับเลขหมายที่ ได้รับจัดสรรมาก่อนเดือนกันยายน 2549 และในอัตรา 2 บาทต่อเลขหมายต่อเดือนสำหรับเลขหมายใหม่ที่ กทช.จัดสรรให้ ต้นทุนในส่วนของผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต ในปี 2549 เท่ากับ 18,754 ล้านบาท ลดลง 2.4% จาก 19,215 ล้านบาทในปี 2548 โดยในปี 2549 ต้นทุนส่วนนี้คิดเป็น 24.7% ของ รายได้จากการให้บริการ เพิ่มขึ้นจาก 23.9% ในปี 2548 เนื่องจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทน รายปีของบริการโพสต์เพด โดยผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตของระบบ GSM Advance ได้ปรับขึ้นจาก 25% เป็น 30% ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548 และของ GSM 1800 ได้ปรับขึ้นจาก 20% เป็น 25% ตั้งแต่เดือนกันยายน 2549 ต้นทุนจากการขายอุปกรณ์ ในปี 2549 เท่ากับ 14,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.5% จาก 10,778 ล้าน บาท ในปี 2548 คิดเป็นกำไรต่อหน่วยที่ 8.5% ในปี 2549 เทียบกับ 10% ในปี 2548 เนื่องจากกำไร ต่อหน่วยจากการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง และการลดราคาสินค้าในช่วงสิ้นปี ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ในปี 2549 เท่ากับ 11,421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% จาก 10,067 ล้านบาทในปี 2548 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางการตลาด ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ ค่าตอบแทน พนักงานที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2549 ค่าใช้จ่ายทางการตลาดคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้รวมได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.7% จาก 2.9% ในปี 2548 เป็นผลมาจากมีกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มขึ้น และ มีค่าใช้จ่ายในการ ปรับปรุงภาพลักษณ์ของแบรนด์ทั้งสามของบริษัท คือ GSM Advance, วันทูคอลล์! และ สวัสดี ในส่วน ของผลตอบแทนพนักงาน ในปี 2549 เพิ่มขึ้น 26% เนื่องจากการตั้งค่าใช้จ่ายค้างจ่ายสำหรับโบนัสใน ปี 2548 ที่ต่ำเกินไป เป็นผลให้ค่าผลตอบแทนพนักงานในปีที่แล้วต่ำกว่าความเป็นจริง และในทางกลับกัน ทำให้จำนวนผลตอบแทนพนักงานกลับมาสูงกว่าความเป็นจริงในปีนี้ กลุ่มบริษัทมีดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้นเล็กน้อยเป็น 1,538 ล้านบาทในปี 2549 เพิ่มขึ้นจาก 1,529 ล้านบาทใน ปี 2548 แม้ว่าจะมียอดเงินกู้ยืมรวมเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มบริษัทได้ออกหุ้นกู้และกู้เงินระยะยาวในช่วง ปลายปี ทั้งนี้กลุ่มบริษัทได้ออกหุ้นกู้ระยะยาวเป็นจำนวน 11,427 ล้านบาทในช่วงปลายไตรมาสที่ 3/2549 และ กู้เงินระยะยาวเพิ่มขึ้นเป็นเงินสกุลเยน โดยได้มีการทำ swap เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตรา แลกเปลี่ยนแล้วทั้งจำนวน ซึ่งแปลงค่าเป็นเงินบาท ณ วันทำรายการเท่ากับจำนวน 9,485 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4/2549 เพื่อนำไปใช้ลงทุนขยายเครือข่าย จ่ายคืนเงินกู้บางส่วนที่ครบกำหนด และ ใช้ใน การบริหารงาน กำไรสุทธิ กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2549 เท่ากับ 16,256 ล้านบาท ลดลง 13.2% จาก 18,725 ล้านบาทใน ปี 2548 สภาพคล่อง ณ สิ้นงวดปี 2549 อัตราส่วนสภาพคล่อง (current ratio) สูงขึ้นเป็น 74% จาก 55% ณ สิ้นงวด ปี 2548 เนื่องจากกลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีสินค้าคงเหลือ (โทรศัพท์เคลื่อนที่) และ ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจากบัตรเติมเงินเพิ่มขึ้น สินทรัพย์หมุนเวียน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนเป็นจำนวน 22,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จาก 20,347 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องจากกลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการ เทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีสินค้าคงเหลือ และ ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจากบัตรเติมเงินเพิ่มขึ้น หนี้สินหมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียนรวมลดลงเป็น 31,039 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2549 จาก 36,734 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องจากส่วนของหุ้นกู้และเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดชำระภายในหนึ่งปีลดลง 31 ธันวาคม 2549 31 ธันวาคม 2548 ล้านบาท % ของหนี้สินรวม ล้านบาท % ของหนี้สินรวม เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบัน การเงิน 1,000 1.8% - - เจ้าหนี้การค้า 5,760 10.2% 4,520 9.4% ส่วนของหุ้นกู้และเงินกู้ ระยะยาว-สุทธิ ที่ถึงกำหนดชำระภายใน หนึ่งปี 6,507 11.5% 14,241 29.7% ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย 7,155 12.6% 7,354 15.3% หนี้สินหมุนเวียนอื่น 10,616 18.7% 10,619 22.1% สินทรัพย์ สินทรัพย์รวม ณ สิ้นงวดธันวาคม 2549 เท่ากับ 134,301 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 6,341 ล้านบาท จาก 127,960 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องจากบริษัทมีเงินสดและรายการ เทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น รวมทั้งสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนขยายคุณภาพและ กำลังการรองรับของโครงข่าย สินทรัพย์หมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วน 17.0% ของสินทรัพย์รวม โดยมีรายการหลักดังนี้ 31 ธันวาคม 2549 31 ธันวาคม 2548 ล้านบาท % ต่อสินทรัพย์รวม ล้านบาท % ต่อสินทรัพย์รวม สินทรัพย์หมุนเวียน 22,893 17.0% 20,347 15.9% ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์-สุทธิ 7,797 5.8% 8,259 6.5% สินทรัพย์ภายใต้สัญญา สัมปทาน-สุทธิ 81,096 60.4% 75,843 59.3% สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอ ตัดบัญชี 9,763 7.3% 8,946 7.0% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 12,752 9.5% 14,565 11.4% โครงสร้างเงินทุน กลุ่มบริษัทยังคงสถานะงบดุลและโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทมีความสามารถในการจ่าย เงินปันผลในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยวัดได้จากอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ยังค่อนข้างต่ำ คิดเป็น 73% ณ สิ้นงวดธันวาคม 2549 เทียบกับ 60% ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 ทั้งนี้อัตราส่วนที่เพิ่มขึ้น เล็กน้อยนั้นมาจากการที่กลุ่มบริษัทได้ออกหุ้นกู้ระยะยาวและมีเงินกู้ระยะยาวในระหว่างปี 2549 อัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เงินกู้สุทธิหมายถึง หุ้นกู้และเงินกู้ยืม หักด้วย เงินสด) เพิ่มขึ้น เป็น 26% ณ สิ้นงวดธันวาคม 2549 จาก 18% ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 แม้ว่าจะมีหนี้สินที่สูงขึ้น กลุ่มบริษัทยังคงรักษาระดับอันดับความน่าเชื่อถือที่ AA จากการประเมินของ TRIS และที่ระดับ A- จาก S&P ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้บริษัทยังคงสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูง หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ณ สิ้นงวดธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมทั้งสิ้นจำนวน 33,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 25,451 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 โดยกลุ่มบริษัทได้ออกหุ้นกู้ระยะยาวเป็นจำนวน 11,427 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3/2549 และกู้เงินระยะยาวเพิ่มขึ้นเป็นเงินสกุลเยนในไตรมาสที่ 4/2549 โดยเงินกู้ระยะยาวได้มีการทำ swap เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้วทั้งจำนวน ซึ่งแปลง ค่าเป็นเงินบาท ณ วันทำรายการเท่ากับ 9,485 ล้านบาท จุดมุ่งหมายของการกู้เพิ่มในปีนี้เพื่อนำไปใช้ ลงทุนขยายเครือข่าย รวมถึงจ่ายคืนเงินกู้บางส่วนที่ครบกำหนด และใช้ในการบริหารงาน ทั้งนี้หุ้นกู้ระยะ ยาวที่ออกในปีนี้นั้นมีอายุครบกำหนดไถ่ถอน 3-7 ปี และมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 5.90% ต่อปี ส่วนเงินกู้ ระยะยาวมีอายุ 5 ปี และครบกำหนดจ่ายคืนทั้งจำนวนเมื่อสิ้นอายุ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5.4-5.6% ต่อปี 31 ธันวาคม 2549 31 ธันวาคม 2548 ล้านบาท % ต่อหนี้สินรวม ล้านบาท % ต่อหนี้สินรวม เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบัน การเงิน 1,000 1.8% - - ส่วนของหุ้นกู้และเงินกู้ระยะยาว -สุทธิ ที่ถึงกำหนดชำระภาย ในหนึ่งปี 6,507 11.5% 14,241 29.7% หุ้นกู้ระยะยาวสุทธิ และเงินกู้ยืม ระยะยาว 25,642* 45.2% 11,210 23.3% รวมเงินกู้ 33,149 58.5% 25,451 53.0% *เงินกู้ยืมระยะยาวที่ได้มีการทำ swap มีมูลค่า 9,485 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นงวดธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเป็น 77,599 ล้านบาท จาก 79,935 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลออกจากกำไรสะสมเป็นจำนวนรวม 18,699 ล้านบาท ในระหว่างปี กระแสเงินสด ในปี 2549 กลุ่มบริษัทยังคงสถานะภาพทางการเงินที่ดี โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังจาก หักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และ การเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 35,026 ล้านบาท อีกทั้ง กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ระยะสั้น ระยะยาว และหุ้นกู้ระยะยาวรวม 21,895 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มบริษัทใช้กระแสเงินสดไปในการลงทุนเพิ่มเติมทางด้านเครือข่ายจำนวน 20,097 ล้านบาท จ่ายคืน หุ้นกู้ที่ครบกำหนดจำนวน 14,250 ล้านบาท จ่ายคืนสัญญาเช่าทางการเงินจำนวน 16.5 ล้านบาท และ จ่ายเงินปันผลจำนวน 18,669 ล้านบาท โดยส่วนที่เหลือสำรองเป็นเงินสด