คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ไตรมาสที่ 3 ปี 2548

11 November 2005
ภาพรวมของกลุ่มบริษัท ณ สิ้นไตรมาส 3/2548 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวม ทั้งสิ้นประมาณ 16,093,200 ราย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบ GSM 2,078,400 ราย (GSM Advance และ GSM1800) และระบบ 1-2-Call! 14,014,800 ราย โดยมีผู้ใช้บริการ เพิ่มขึ้นสุทธิจากไตรมาสก่อน เป็นจำนวน 278,700 ราย หรือเพิ่มขึ้น 1.8% จากการเพิ่มขึ้น ของลูกค้าในระบบ 1-2-Call! ในไตรมาสนี้ บริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด (Advanced Mpay Co., Ltd.) ได้มีการร่วมทุนกับบริษัท เอ็นทีที โดโคโม อินคอร์ปอเรชั่น (DoCoMo) ประเทศ ญี่ปุ่นที่มีความเชียวชาญทางด้านบริการเสริมต่าง ๆ ร่วมกันนำเสนอธุรกรรม เอ็มเปย์ (Mpay) เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกและประหยัดเวลาให้แก่ผู้ใช้บริการในการซื้อสินค้าและ ชำระค่าบริการและค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 2/48 ทำให้ผู้บริโภคมี การควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงผลกระทบจากการที่กลุ่มบริษัทได้นำเสนอโปรโมชั่นโดยใช้กลยุทธ์ ด้านราคา ณ กลางไตรมาส 2/48 ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการลดลง ดังนั้น ในช่วงไตร มาส 3/2548 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 22,219 ล้าน หรือลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส ก่อน และลดลง 6.8% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทเป็น 4,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 5.9% สาเหตุจากค่า ใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมถึงภาษีเงินได้ลดลง สำหรับกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปี 2548 เป็น 13,953 ล้านบาท ลดลง 9.1% เมื่อเทียบ กับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลจากรายได้รวมลดลง 5.2% ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 0.5% ทั้งที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ รวมลดลง 14.9% ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ตารางที่1: ข้อมูลบางส่วนทางการเงิน หน่วย:ล้านบาท ไตรมาส เพิ่ม(ลด) เพิ่ม(ลด) 9 เดือน เพิ่ม (ลด) 3/2548 เมื่อเทียบกับ เมื่อเทียบกับ ปี 2548 เมื่อเทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 9 เดือน 2/2548 3/2547 ปี 2547 รายได้รวม 22,219 (0.4%) (6.8%) 68,249 (5.2%) ต้นทุนรวม 13,435 3.1% 1.6% 39,463 0.5% กำไรขั้นต้น 8,784 (5.3%) (17.2%) 28,786 (12.1%) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,433 (8.3%) (7.8%) 7,468 (8.6%) กำไรสุทธิ 4,415 5.9% (16.2%) 13,953 (9.1%) กำไรต่อหุ้น (ปรับลด) 1.50 6.4% (16.2%) 4.74 (9.0%) รายได้ รายได้รวมของกลุ่มบริษัท ในไตรมาส 3/2548 เป็น 22,219 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส ก่อน 0.4% และลดลง 6.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการลดลง ของรายได้จากการให้บริการ สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2548 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 68,249 ล้านบาท ลดลง 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน - รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ ในไตรมาส 3/2548 เป็น 18,989 ล้านบาท ลดลง 4.0% จากไตรมาสก่อน การลดลงของรายได้ประเภทนี้เกิดจากการแข่งขัน ด้านราคาในไตรมาส 2/2548 การชะลอตัวของจำนวนผู้ใช้บริการ และไตรมาส 3 โดยปกติ แล้วเป็นไตรมาสที่มีรายได้น้อยกว่าไตรมาสอื่น ๆ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนกลุ่ม บริษัทมีรายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ ลดลง 1,955 ล้านบาท หรือลดลง 9.3% เนื่องจากผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาที่เริ่มในไตรมาส 2/2548 สำหรับงวด 9 เดือน รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ เป็น 59,956 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาในปีนี้ และการชะลอ ตัวของจำนวนผู้ใช้บริการของตลาดโดยรวม - รายได้จากการขาย รายได้จากการขาย โดยส่วนใหญ่เกิดจากการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ กลุ่ม บริษัทมีรายได้จากการขายในไตรมาส 3/2548 เป็น 3,230 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจาก ไตรมาสก่อน 703 ล้านบาท หรือ 27.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนเพิ่มขึ้น 335 ล้านบาท หรือ 11.6% โดยเหตุผลหลักเกิดจากทางกลุ่มบริษัทเป็น 1 ใน 3 ของบริษัทที่รับการ ยกระดับเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักจาก Nokia สำหรับงวด 9 เดือน กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 8,293 ล้านบาท ลดลง 9.4% จากช่วง เดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากความต้องการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในตลาดเริ่มลดลง สภาพการ แข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้น และปริมาณการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง ต้นทุน กลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวม เป็น 13,435 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 400 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน เนื่องจากต้นทุนจากการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้น 206 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนกลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวม 39,463 ล้านบาท โดย เพิ่มขึ้น 211 ล้านบาท หรือ 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน - ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ กลุ่มบริษัทมีต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ 6,082 ล้านบาท ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 0.3% จากไตรมาส 2/2548 และเพิ่มขึ้น 6.8% จากไตรมาส 3/2547 อันเกิดจาก ค่าใช้จ่ายที่เป็นผลจากการลงทุนในอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2548 เพิ่มขึ้น 8.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน - ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต สำหรับไตรมาส 3/2548 ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตลดลง 199 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน เป็น 4,455 ล้านบาท และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ลดลง 505 ล้านบาท หรือลดลง 10.2% สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2548 ลดลง 798 ล้านบาท หรือ 5.4% จากช่วงเดียวกันของปี ก่อน การลดลงของผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตเป็นไปในทางเดียวกันกับ รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลดลง - ต้นทุนขาย กลุ่มบริษัทมีต้นทุนขาย สำหรับไตรมาส 3/2548 เป็น 2,898 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 581 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25.1% จากไตรมาสก่อน เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนปรับเพิ่ม 322 ล้านบาท หรือ 12.5% ตามยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นในไตรมาสนี้ และสำหรับงวด 9 เดือนของ ปี 2548 ลดลง 409 ล้านบาท หรือ 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร สำหรับไตรมาส 3/2548 เป็น 2,433 ล้านบาท คิดเป็น 11.0% ของรายได้รวม ซึ่งลดลง 220 ล้านบาท หรือลดลง 8.3% จากไตรมาสก่อน โดยมี การควบคุมค่าใช้จ่ายทางการตลาดมากขึ้น จึงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายประเภทนี้ลดลง 183 ล้านบาท รวมถึงการลดลงของการสำรองหนึ้สงสัยจะสูญจำนวน 143 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายการ พนักงานเพิ่มขึ้น 74 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2547 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ลดลง 207 ล้านบาท หรือลดลง 7.8% สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2548 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ลดลงจากช่วงเดียวกันของ ปีก่อน 702 ล้านบาท หรือลดลง 8.6% โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและ สำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลงถึง 596 ล้านบาทและ 237 ล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่ค่าใช้ จ่ายพนักงาน เพิ่มขึ้น 141 ล้านบาท ภาษีเงินได้ ภาษีเงินได้ สำหรับไตรมาส 3/2548 คิดเป็นจำนวน 1,711 ล้านบาท ลดลง 449 ล้านบาท หรือลดลง 20.8% จากไตรมาสก่อน หากเทียบกับไตรมาส 3/2547 บริษัทมีภาษีเงินได้ลดลง 576 ล้านบาท หรือลดลง 25.2% สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2548 ภาษีเงินได้ ลดลง 1,499 ล้านบาท หรือลดลง 18.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักจากรายได้ จากการจำหน่ายบัตรเติมเงินลดลง เนื่องจากกลุ่มบริษัทได้มีการจัดตั้งบริษัททำธุรกิจบัตรเงิน อิเล็กทรอนิคส์และเริ่มจำหน่ายบัตรในเดือนกันยายน 2548 เพื่อให้ลูกค้านำบัตรดังกล่าวมาซื้อ สินค้าและบริการของกลุ่มบริษัทแทน ทำให้การรับรู้รายได้เพื่อคำนวณภาษีเปลี่ยนจากเมื่อ จำหน่ายบัตรมาเป็นเมื่อลูกค้าเติมเงิน กำไรสุทธิ กำไรสุทธิไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 5.9% จากไตรมาสก่อน และลดลง 16.2% หากเทียบกับไตรมาส เดียวกันในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือน ลดลง 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผล มาจากที่กล่าวข้างต้น ฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัท 1. สินทรัพย์ ณ สิ้นไตรมาส 3/2548 สินทรัพย์รวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 117,120 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2547 จำนวน 4,047 ล้านบาท หรือ 3.3% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คิดเป็น 14.2% และ 85.8% ของสินทรัพย์รวมตามลำดับ ตารางที่2: องค์ประกอบของสินทรัพย์ 30 กันยายน 2548 31 ธันวาคม 2547 ล้านบาท % ของ ล้านบาท % ของ สินทรัพย์รวม สินทรัพย์รวม สินทรัพย์หมุนเวียน 16,595 14.2% 19,118 15.8% ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ รวม 10,096 8.6% 11,618 9.6% คอมพิวเตอร์ ซอฟแวร์ สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานสุทธิ 76,886 65.6% 75,658 62.4% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 13,543 11.6% 14,774 12.2% สินทรัพย์หมุนเวียน ณ สิ้นไตรมาสนี้ สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 2,523 ล้านบาท หรือ 13.2% สาเหตุหลักมาจาก การรายการเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลงจาก 9,449 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2547 เป็น 7,382 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้การค้า-สุทธิปรับลดลง 663 ล้านบาท เนื่องจากจำนวน ลูกค้าในระบบ post-paid ทยอยลดลง ขณะที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 377 ล้านบาท 2. หนี้สิน หนี้สินรวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 51,028 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2548 ลดลงจากสิ้นปี 2547 จำนวน 2,053 ล้านบาท หรือ 3.9% ตารางที่3: องค์ประกอบของหนี้สิน 30 กันยายน 2548 31 ธันวาคม 2547 ล้านบาท % ของ ล้านบาท % ของ หนี้สินรวม หนี้สินรวม หนี้สินหมุนเวียนอื่น 16,094 31.6% 16,423 31.0% ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ 8,390 16.4% 7,017 13.2% ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิ 1/ 26,449 51.8% 29,521 55.6% หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 95 0.2% 119 0.2% 1/ หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว (รวมหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี และเกินหนึ่งปีขึ้นไป) หนี้สินหมุนเวียนอื่น ณ สิ้นไตรมาส 3/2548 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนอื่นลดลง 329 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.0% ในไตรมาสนี้มีการกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 1,500 ล้านบาท การลดลง ของภาษีเงินได้ค้างจ่าย 3,105 ล้านบาท เนื่องจากมีการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อ กรมสรรพากรในเดือนสิงหาคม และ เจ้าหนี้การค้า-สุทธิเพิ่มขึ้น 1,152 ล้านบาท ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ณ สิ้นไตรมาส นี้ 8,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 1,373 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19.6% จากข้อกำหนด การนำส่งผลประโยชน์ตอบแทนรายปีในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีของรายได้ค่าบริการระบบ post-paid ส่งผลให้ยอดคงเหลือ ณ สิ้นปี ไม่สูงมากหากเปรียบเทียบกับไตรมาส 2 และ ไตรมาส 3 ของแต่ละปี หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิ 26,449 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2548 ลดลง จากปีก่อน 3,073 ล้านบาท หรือ 10.4% โดยมีการชำระคืนเงินต้นของหุ้นกู้ระยะยาวจำนวน 3,000 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนของปี สำหรับยอดคงค้างสำหรับไตรมาสนี้ กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้ และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 4,243 ล้านบาท และเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป 22,206 ล้านบาท ซึ่งแยกเป็นสัดส่วน 16.0 % และ 84.0 % ตามลำดับในรายการนี้เอง 3. ส่วนของผู้ถือหุ้น กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 66,093 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสนี้ โดยปรับลดจากสิ้นปี2547 จำนวน 1,994 ล้านบาท หรือ 2.9% สำหรับผลประกอบการรอบระยะ 9 เดือนแรก มีผล กำไร 13,953 ล้านบาท สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2548 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบครึ่งปีหลังของปี 2547 ในอัตรา 2.60 บาทต่อหุ้น รวมจำนวน 7,653 ล้านบาท โดยมีการจ่ายในวันที่ 11 เมษายน 2548 และในไตรมาส 3/2548 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผล ประกอบการงวดหกเดือนแรกของปี 2548 ในอัตรา 3.00 บาทต่อหุ้น รวมจำนวน 8,839 ล้านบาท การชำระดังกล่าวมีขึ้นในวันที่ 6 กันยายน 2548 ในไตรมาส 1/2548 บริษัทได้ตั้งสำรองสำหรับหุ้นทุนซื้อคืน จำนวน 83 ล้านบาท จากกำไร สะสมที่ยังมิได้จัดสรร ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทได้ออกหุ้นเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้สิทธิจากใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นจำนวนหุ้นที่ ออกแล้วทั้งสิ้น 4.18 ล้านหุ้น และมีเงินรับล่วงหน้าค่าหุ้น 51 ล้านบาท บริษัทย่อยแห่งหนึ่งมีหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดประเภทเผื่อขาย (Fair Value Reserved of Available on Sale - Security) ซึ่งต้องรับรู้ผลต่างระหว่างราคาทุน และมูลค่ายุติธรรม เป็นกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น รวมไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้น สำหรับสิ้นไตร มาสนี้เป็นกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจำนวน 20 ล้านบาท กลุ่มบริษัทมีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการปรับลดสัดส่วนเงินลงทุนจากบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง จำนวน 158 ล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นในไตรมาส 3/2548 4. สภาพคล่อง ในช่วงไตรมาส 3/2548 กลุ่มบริษัทมีการเคลื่อนไหวในงบกระแสเงินสดลดลงทั้งสิ้น 2,085 ล้านบาท เป็นผลมาจากกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานรับ-สุทธิ 27,324 ล้านบาท ใน ขณะที่กระแสเงินสดจ่ายจากกิจกรรมลงทุน-สุทธิ 11,843 ล้านบาท จากการลงทุนในอุปกรณ์ เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ สำหรับรายการกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินจ่าย-สุทธิ 17,566 ล้านบาท สามารถแบ่งได้ดังนี้ - การชำระคืนเงินต้นของหุ้นกู้ระยะยาวตามกำหนดและเจ้าหนี้ตามสัญญาเช่าทางการเงินรวม จำนวน 3,097 ล้านบาท บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลรวม 16,492 ล้านบาท ในไตรมาสนี้มี การจ่ายเงินปันผลของบริษัทย่อยให้แก่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยจำนวน 23 ล้านบาท - กระแสเงินสดรับเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 1,500 ล้านบาท เงินสดรับจากการเพิ่มทุนของบริษัทย่อย 315 ล้านบาท เงินรับจากการออกหุ้นเพิ่มทุนและ เงินรับล่วงหน้าค่าหุ้นรวม 231 ล้านบาท คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร