คำอธิบายงบการเงินไตรมาสที่ 3/2547

08 November 2004
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ภาพรวมของกลุ่มบริษัท ณ สิ้นไตรมาส 3/2547 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้น ประมาณ 14,812,000 ราย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบโพสต์เพด 2,084,500 ราย (GSM Advance และ GSM1800) และระบบพรีเพด 1-2-Call! 12,727,500 ราย โดยมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิจากไตรมาสก่อน เป็นจำนวน 377,300 ราย หรือเพิ่มขึ้น 2.6% จากการเพิ่มขึ้นของลูกค้าในระบบ 1-2-Call! ในช่วงไตรมาส 3/2547 บริษัท มิได้ทำกิจกรรมทางการตลาดที่รุนแรงมากนัก โดยเน้นกิจกรรมทาง การตลาดเพื่อรักษาลูกค้ามากกว่าที่จะมุ่งขยายฐานลูกค้า เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรม การใช้งานลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน บริษัท ได้นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับผู้บริโภค โดยการพัฒนา Content Bundling ให้มีมากขึ้นกว่า 20 ประเภท สำหรับแต่ละ EVOLUTION Mode ซึ่งรวมทั้งบริการรับส่งข้อมูล บริการดาวน์โหลดต่างๆ และเกมส์ กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเป็น 5,269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% แม้ว่ารายได้รวม ลดลง 262 ล้านบาท หรือ 1.1% เนื่องมาจากภาษีเงินได้และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลง รวมทั้งการ จัดเก็บเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในช่วงไตรมาส 3/2547 ภาษีเงินได้ลดลง 497 ล้านบาท มีสาเหตุหลัก มาจากรายได้ทางภาษีจากการขายบัตรเติมเงินในระบบ 1-2-Call! ที่ลดลงจากไตรมาสก่อน และ การรับคืนภาษีเงินได้จากผลประโยชน์ตอบแทนของรายได้จากการให้บริการในระบบพรีเพดของปี 2544 สำหรับกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปี 2547 เป็น 15,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับระยะเวลา เดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลจากฐานผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้บริการในระบบ 1-2-Call! และสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ตารางที่1: ข้อมูลบางส่วนทางการเงิน หน่วย:ล้านบาท ไตรมาส เพิ่ม(ลด) เพิ่ม(ลด) 9 เดือน เพิ่ม(ลด) 3/2547 เมื่อเทียบกับ เมื่อเทียบกับ ปี 2547 เมื่อเทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 9 เดือน 2/2547 3/2546 ปี 2546 รายได้รวม 23,839 (1.1%) 9.5% 72,016 7.4% ต้นทุนรวม 13,229 1.2% 11.4% 39,251 5.5% กำไรขั้นต้น 10,610 (3.8%) 7.3% 32,765 9.7% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,640 (7.6%) (6.8%) 8,171 (4.4%) กำไรสุทธิ 5,269 4.5% 9.0% 15,343 5.3% กำไรต่อหุ้น (ปรับลด) 1.79 4.7% 8.5% 5.21 5.0% รายได้ รายได้รวมของกลุ่มบริษัท ในไตรมาส 3/2547 เป็น 23,839 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 1.1% เมื่อเทียบ กับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 9.5% สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2547 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 72,016 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของฐานผู้ใช้บริการในระบบ 1-2-Call! ที่เพิ่มขึ้น มากกว่า 2 ล้านราย - รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ ในไตรมาส 3/2547 เป็น 20,944 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของปริมาณการใช้งานทั้งในระบบดิจิตอล GSM ADVANCE และระบบ 1-2-Call! เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 2,823 ล้านบาท หรือ 15.6% สำหรับงวด 9 เดือน รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ เป็น 62,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการรายได้จากการให้บริการในระบบ 1-2-Call! ที่เพิ่มขึ้น 9,803 ล้านบาท หรือ 35.7% - รายได้จากการขาย รายได้จากการขายของกลุ่มบริษัท ในไตรมาส 3/2547 เป็น 2,895 ล้านบาท ลดลง 115 ล้านบาท หรือ 3.8% และ ลดลง 750 ล้านบาท หรือ 20.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียวกันในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือน กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 9,147 ล้านบาท ลดลง 28.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากสภาพการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้น ทำให้มีการปรับราคาขายลดลงและปริมาณการขายเครื่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง รวมมทั้งการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่มือสอง ซึ่งมิใช่สินค้า ของกลุ่มบริษัท ต้นทุน กลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวม เป็น 13,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161 ล้านบาท หรือ 1.2% จากไตรมาสก่อน และ เพิ่มขึ้น 1,354 ล้านบาท หรือ 11.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนกลุ่มบริษัท มีต้นทุนรวม 39,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจาก - ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ กลุ่มบริษัทมีต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ 5,693 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 4.2% และ 22.5% จากไตรมาส 2/2547 และ ไตรมาส 3/2546 ตามลำดับ อันเกิดจากค่าใช้จ่ายตัดจ่ายของ ต้นทุนอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้น ที่เป็นผลจากการลงทุนในอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อน ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2547 เพิ่มขึ้น 16.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน - ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต สำหรับไตรมาส 3/2547 ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เป็น 4,960 ล้านบาท และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้น 14.4% และ สำหรับงวด 9 เดือน ของปี 2547 เพิ่มขึ้น 13.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกันกับรายได้จากการให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น - ต้นทุนขาย กลุ่มบริษัทมีต้นทุนขาย สำหรับไตรมาส 3/2547 เป็น 2,576 ล้านบาท ลดลง 2.1% จากไตรมาสก่อน และ หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ลดลง 314 ล้านบาท หรือ 10.9% และสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2547 ลดลง 2,045 ล้านบาท หรือ 20.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเนื่องมาจากปริมาณการขายเครื่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร สำหรับไตรมาส 3/2547 เป็น 2,640 ล้านบาท คิดเป็น 11.1% ของรายได้รวม ลดลง 7.6% และ 6.8% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาส 3/2546 ตามลำดับ โดยเป็นผลจาก 1. ค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลง 169 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน เนื่องจาก ในไตรมาส 2/2547 บริษัท ได้ทำกิจกรรมทางการตลาดกับโปรโมชั่นใหม่ "สวัสดี" ในระบบ 1-2-Call! และเมื่อเทียบกับไตรมาส เดียวกันของปีก่อน ลดลง 98 ล้านบาท 2. สำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง 105 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน และ ลดลง 369 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันในปีก่อน จากการปรับปรุงสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ได้สำรองไว้ในปีก่อน อันเป็นผลจากความสามารถในการจัดเก็บเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2547 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 8,543 ล้านบาท เป็น 8,171 ล้านบาท หรือ ลดลง 4.4% โดยมีสาเหตุหลักมาจากสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ลดลง 1,277 ล้านบาท การตั้งค่าจัดจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 294 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าใช้จ่ายพนักงาน เพิ่มขึ้น 660 ล้านบาท และ 334 ล้านบาท ตามลำดับ ภาษีเงินได้ ภาษีเงินได้ สำหรับไตรมาส 3/2547 คิดเป็นจำนวน 2,287 ล้านบาท ลดลง 497 ล้านบาท หรือลดลง 17.9% จากไตรมาสก่อน มีสาเหตุหลักมาจาก รายได้ทางภาษีจากการขายบัตรเติมเงินในระบบ 1-2-Call! ลดลง จากไตรมาสก่อน และเงินรับคืนภาษีเงินได้ของปี 2544 เป็นเงิน 101 ล้านบาท เนื่องจากบริษัท ได้รับข้อสรุปของข้อหารือจากกรมสรรพากรให้บันทึกค่าผลประโยชน์ตอบแทนที่คำนวณจากรายได้จาก การขายบัตรเติมเงินแทนการคำนวณจากรายได้จากการใช้บริการของลูกค้า เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2546 บริษัทมีภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 495 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27.6% และสำหรับ งวด 9 เดือนของปี 2547 เพิ่มขึ้น 50.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลจากการใช้ประโยชน์ทาง ภาษีจากขาดทุนสะสมของบริษัทย่อยครบในปี 2546 กำไรสุทธิ กำไรสุทธิไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 4.5% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 9.0% หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากที่กล่าวข้างต้น ฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัท 1. สินทรัพย์ ณ สิ้นไตรมาส 3/2547 สินทรัพย์รวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 122,696 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2546 จำนวน 2,253 ล้านบาท หรือ 1.8% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คิดเป็น 16.5% และ 83.5% ของสินทรัพย์รวมตามลำดับ ตารางที่2: องค์ประกอบของสินทรัพย์ 30 กันยายน 2547 31 ธันวาคม 2546 % ของ % ของ ล้านบาท สินทรัพย์รวม ล้านบาท สินทรัพย์รวม สินทรัพย์หมุนเวียน 20,207 16.5% 17,896 14.3% ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 11,230 9.1% 12,120 9.7% สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานสุทธิ 76,076 62.0% 78,549 62.9% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 15,183 12.4% 16,384 13.1% สินทรัพย์หมุนเวียน ณ สิ้นไตรมาสนี้ สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2,312 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.9%จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก 1. การเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 1,728 ล้านบาท จาก 8,637 ล้านบาท ณ สิ้นปีก่อน เป็น 10,365 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิจาก กิจกรรมลงทุนและกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 2. การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือจำนวน 417 ล้านบาท จาก 1,027 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2546 เป็น 1,444 ล้านบาท จากการสำรองเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม 3. เงินจ่ายล่วงหน้าให้แก่ผู้จัดจำหน่ายลดลง 269 ล้านบาท จาก 410 ล้านบาท ณ สิ้นปีก่อน เหลือ 141 ล้านบาท เนื่องจากโครงการลงทุนในระบบเครือข่ายที่เสร็จสิ้นแล้ว 2. หนี้สิน หนี้สินรวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 59,792 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 5,531 ล้านบาท หรือลดลง 8.5% ซึ่งเกิด จากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในไตรมาสที่ 2 รวมถึงการชำระหุ้นกู้ที่ถึง กำหนดรวม 3,000 ล้านบาท ตารางที่3: องค์ประกอบของหนี้สิน 30 กันยายน 2547 31 ธันวาคม 2546 % ของ % ของ ล้านบาท หนี้สินรวม ล้านบาท หนี้สินรวม หนี้สินหมุนเวียนอื่น 14,154 23.7% 15,913 24.4% ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย1 9,156 15.3% 6,810 10.4% หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิ2 36,469 61.0% 42,585 65.2% หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 13 0.0% 15 0.0% 1 ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิต (รวมที่ถึงกำหนดชำระภาย ในหนึ่งปีและเกินหนึ่งปีขึ้นไป) สำหรับไตรมาสนี้ไม่มีส่วนที่ชำระเกินกว่า 1 ปี 2 หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว (รวมหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีและเกินหนึ่งปีขึ้นไป) หนี้สินหมุนเวียนอื่น ณ สิ้นไตรมาส 3/2547 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนอื่นลดลง 1,759 ล้านบาท หรือ 11.0% โดยบริษัทย่อย แห่งหนึ่งมีการจ่ายคืนเงินกู้ระยะสั้นจำนวน 30 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าลดลง 845 ล้านบาท รวมถึงภาษีเงิน ได้ค้างจ่ายลดลง 1,071 ล้านบาท ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ณ สิ้นไตรมาสนี้ โดยมีแต่ ส่วนที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 9,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,572 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 63.9% โดยกำหนดชำระประจำปีมีในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิ 36,469 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2547 ลดลงจากปีก่อน 6,116 ล้านบาท หรือ 14.4% เป็นผลมาจากการชำระคืนหุ้นกู้และเงินต้นของสัญญาเช่าทางการเงินระยะยาว รวมถึงเงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด รวม 6,114 ล้านบาท แบ่งเป็นจำนวนเงิน 3,000 ล้านบาท 107 ล้านบาท และ 3,007 ล้านบาท ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาสนี้ กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปี 10,012 ล้านบาท และเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป 26,457 ล้านบาท 3. ส่วนของผู้ถือหุ้น กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 62,904 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2547 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,278 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากกำไรสุทธิสะสม 9 เดือน 15,343 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกำไรสำหรับ 6 เดือนแรก จำนวน 10,074ล้านบาทและสำหรับไตรมาส 3 จำนวน 5,269 ล้านบาท ตามลำดับ บริษัทม การจ่ายเงินปันผล 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2546 จำนวน 6,170 ล้านบาท ในเดือนพฤษภาคมและเงินปันผลระหว่างกาลประจำปี 2547 จำนวน 6,325 ล้านบาทในเดือนกันยายน และในช่วง 9 เดือนแรก บริษัทได้ออกหุ้นเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้สิทธิจากใบสำคัญแสดงสิทธิเป็น จำนวนหุ้นที่ออกแล้วทั้งสิ้น 5.91 ล้านหุ้น เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 268 ล้านบาท และมีเงินรับ ล่วงหน้าค่าหุ้นของบริษัทย่อย เป็นเงิน 118 ล้านบาท บริษัทย่อยแห่งหนึ่งมีหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดประเภทเผื่อขาย (Fair Value Reserved of Available on Sale - Security) ซึ่งต้องรับรู้ผลต่างระหว่างราคาทุน ? มูลค่ายุติธรรม เป็นกำไร/ขาดทุน ที่ยังไม่เกิดขึ้น รวมไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้น สำหรับสิ้นไตรมาส 3/2547 เป็นกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจำนวน 5.5 ล้านบาท 4. สภาพคล่อง ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2547 กลุ่มบริษัทมีการเคลื่อนไหวในงบกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 1,723 ล้านบาท โดยแยกเป็นตามกิจกรรมดังนี้ - กระแสเงินสดจากการดำเนินงานรับ-สุทธิ 28,512 ล้านบาท ลดลงสุทธิ 2,992 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของสิทธิในสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย - กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนจ่าย-สุทธิ 8,528 ล้านบาท ลดลง 3,089 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส เดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการลงทุนในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง - กระแสเงินสดจากกิจกรรมทางการเงินจ่าย-สุทธิ 18,261 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทมีการจ่ายคืนหุ้นกู้และ เงินกู้ระยะยาวรวม 6,114 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะสั้นรวม 30 ล้านบาท และเพื่อตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ของบริษัท บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลรวม 12,495 ล้านบาท