คำอธิบายงบการเงินไตรมาสที่ 2/2547

13 August 2004
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ภาพรวมของกลุ่มบริษัท สำหรับไตรมาส 2/2547 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบ รวมทั้งสิ้นประมาณ 14,434,650 ราย เพิ่มขึ้นสุทธิจากไตรมาสก่อน เป็นจำนวน 570,450 ราย หรือเพิ่มขึ้น 4.1% ซึ่งจากจำนวนผู้ใช้บริการในระบบทั้งหมดแบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบ GSM 2,093,560 ราย (GSM Advance และ GSM1800) และระบบ 1-2-Call! 12,341,090 ราย ในช่วงไตรมาส 2/2547 บริษัท ได้นำเสนอโปรโมชั่นใหม่ "สวัสดี" สำหรับลูกค้าในระบบ 1-2-Call! ในเดือน พฤษภาคม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่างจังหวัดและลูกค้า ที่มีปริมาณการใช้งานน้อย ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างรวดเร็ว และทำให้มียอดลูกค้า จดทะเบียนในระบบ 1-2-Call! เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ยอดขายบัตรเติมเงินมูลค่า 40 บาท และ 50 บาท ได้รับความนิยมมากขึ้นจากลูกค้ากลุ่มใหม่ นอกจากนี้บริการ Calling Melody ที่กลุ่มบริษัทได้นำเสนอในไตรมาสที่ 1/2547 ยังคงได้รับการตอบสนองที่ดี จากผู้ใช้บริการในระบบ 1-2-Call! กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท ในไตรมาสนี้เป็น 5,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนและ สำหรับกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกของปี 2547 เป็น 10,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับ ระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลจากฐานผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้บริการ ในระบบ 1-2-Call! และสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน กำไรสุทธิ ลดลง 1.6% แม้ว่ากำไรสุทธิก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 14% อันเป็นผลมาจากภาษีเงินได้เพิ่ม 58% เนื่องจากมีการใช้ประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุน สะสมของบริษัทย่อยในปี 2546 ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ตารางที่1: ข้อมูลบางส่วนทางการเงิน หน่วย:ล้านบาท ไตรมาส เพิ่ม(ลด) เพิ่ม(ลด) ครึ่งแรก เพิ่ม(ลด) 2/2547 เมื่อเทียบกับ เมื่อเทียบกับ ปี 2547 เมื่อเทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส ครึ่งแรก 1/2547 2/2546 ปี 2546 รายได้รวม 24,100 0.1% 6.5% 48,178 6.3% ต้นทุนรวม 13,068 0.9% 2.7% 26,023 2.7% กำไรขั้นต้น 11,032 (0.8%) 11.3% 22,155 10.9% ค่าใช้จ่ายในการขาย 2,856 6.8% 7.1% 5,531 (3.1%) และบริหาร กำไรสุทธิ 5,044 0.3% (1.6%) 10,074 3.5% กำไรต่อหุ้น (ปรับลด) 1.71 0.0% (2.3%) 3.42 3.0% รายได้ รายได้รวมของกลุ่มบริษัท ในไตรมาส 2/2547 เป็น 24,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% และ 6.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ รายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีสาเหตุหลักจากยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้ ค่าบริการด้วย สำหรับงวด 6 เดือนของปี 2547 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 48,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจาก - รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของธุรกิจการให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ในไตรมาส 2/2547 มีจำนวนเงิน 21,090 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% และ 14.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียวกันในปีก่อน รายได้จากการให้บริการมีอัตราการเติบโต ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากอัตราการใช้งานของลูกค้าลดลง สาเหตุหลักที่รายได้เพิ่มมาจากรายได้ใน ระบบ 1-2-Call! เพิ่มขึ้น 196 ล้านบาท หรือ 1.6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 3,176 ล้านบาท หรือ 33.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือน รายได้จากการให้บริการและ ให้เช่าอุปกรณ์ 41,925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน - รายได้จากการขาย รายได้จากการขายของกลุ่มบริษัท ในไตรมาส 2/2547 เป็น 3,010 ล้านบาท ลดลง 234 ล้านบาท หรือ 7.2% และ 1,218 ล้านบาท หรือ 28.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และ สำหรับงวด 6 เดือน กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 6,253 ล้านบาท ลดลง 31.1% จากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน เป็นผลจากการปรับราคาขายลดลงและปริมาณการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง จากสภาพการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้น ต้นทุน กลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวม สำหรับไตรมาส 2/2547 เป็น 13,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% และ 2.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2547 และไตรมาส 2/2546 ตามลำดับ สำหรับงวด 6 เดือนกลุ่มบริษัทมีต้นทุน รวม 26,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจาก - ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ กลุ่มบริษัทมี ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ 5,466 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อนเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2546 เพิ่มขึ้น 670 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.0% และสำหรับงวด 6 เดือนของปี 2547 เพิ่มขึ้น 13.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเกิดจากค่าใช้จ่ายตัดจ่ายของ ต้นทุนอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้น ที่เป็นผลจากการลงทุนในอุปกรณ์เครือข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อ เนื่อง - ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต สำหรับไตรมาส 2/2547 ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก ไตรมาสก่อน เป็น 4,971 ล้านบาท และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้น 10.2% และสำหรับงวด 6 เดือนของปี 2547 เพิ่มขึ้น 12.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็น ไปในทางเดียวกันกับรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น - ต้นทุนขาย กลุ่มบริษัทมีต้นทุนขาย สำหรับไตรมาส 2/2547 เป็น 2,631 ล้านบาท ลดลง 0.2% จากไตรมาสก่อน และหากเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ลดลง 787 ล้านบาท หรือ 23.0% และสำหรับงวด 6 เดือนของปี 2547 ลดลง 24.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเนื่องมาจากปริมาณการขาย เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร สำหรับไตรมาส 2/2547 เป็น 2,856 ล้านบาท คิดเป็น 11.9% ของ รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.8% และ 7.1% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาส 2/2546 ตามลำดับ โดยเป็นผลจาก 1. ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น 124 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน เนื่องจาก บริษัทมีกิจกรรมทาง การตลาดให้กับลูกค้าในระบบ 1-2-Call! เพิ่มมากขึ้น และเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 454 ล้านบาท 2. สำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง 451 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน อันเป็นผลจาก ความสามารถในการจัดเก็บเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 3. ค่าใช้จ่ายบริหารงานเพิ่มขึ้น 101 ล้านบาท และ 108 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียวกันในปีก่อนตามลำดับ อันเป็นผลมาจากการตั้งค่าเผื่อสินค้าล้าสมัย และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและบำรุงรักษา สำหรับงวด 6 เดือนของปี 2547 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 5,709 ล้านบาท เป็น 5,531 ล้านบาท หรือ ลดลง 3.1% โดยมีสาเหตุหลักมาจากสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง 908 ล้านบาท การตั้งค่าจัดจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 294 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรก ของปี 2546 รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าใช้จ่ายพนักงาน เพิ่มขึ้น 808 ล้านบาท และ 189 ล้านบาท ตามลำดับ ภาษีเงินได้ ภาษีเงินได้ สำหรับไตรมาส 2/2547 คิดเป็นจำนวน 2,784 ล้านบาท ลดลง 247 ล้านบาท หรือลดลง 8.1% จากไตรมาสก่อน มีสาเหตุหลักมาจาก รายได้ทางภาษีจากการขายบัตรเติมเงินในระบบ 1-2-Call! ลดลง จากไตรมาสก่อน เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2546 บริษัทมีภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 1,027 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 58.5% และสำหรับ งวด 6 เดือนของปี 2547 เพิ่มขึ้น 61.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลจากการใช้ประโยชน์ทาง ภาษีจากขาดทุนสะสมของบริษัทย่อยครบในปี 2546 กำไรสุทธิ กำไรสุทธิไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 0.3% แต่ลดลง 1.6% หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือน เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากที่กล่าวข้างต้น ฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัท 1. สินทรัพย์ ณ สิ้นไตรมาส 2/2547 สินทรัพย์รวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 127,421 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2546 จำนวน 2,472 ล้านบาท หรือ 2.0% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คิดเป็น 19.4% และ 80.6% ของสินทรัพย์รวมตามลำดับ ตารางที่2: องค์ประกอบของสินทรัพย์ 30 มิถุนายน 2547 31 ธันวาคม 2546 % ของ % ของ ล้านบาท สินทรัพย์รวม ล้านบาท สินทรัพย์รวม สินทรัพย์หมุนเวียน 24,669 19.4% 17,896 14.3% ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 11,557 9.1% 12,120 9.7% สินทรัพย์ภายใต้สัญญา 75,664 59.4% 78,549 62.9% สัมปทานสุทธิ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 15,531 12.1% 16,384 13.1% สินทรัพย์หมุนเวียน ณ สิ้นไตรมาสนี้ สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6,773 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 37.8%จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก 1. การเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จาก 8,637 ล้านบาท ณ สิ้นปีก่อน เป็น 14,522 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิจาก กิจกรรมลงทุนและกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 2. การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ จาก 1,027 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2546 เป็น 1,654 ล้านบาท จากการสำรองเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความ ต้องการของลูกค้า 2. หนี้สิน หนี้สินรวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 63,658 ล้านบาทลดลงจากปีก่อนจำนวน 1,665 ล้านบาท หรือลดลง 2.5% ซึ่งเกิดจากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในไตรมาสนี้ ตารางที่3: องค์ประกอบของหนี้สิน 30 มิถุนายน 2547 31 ธันวาคม 2546 % ของ % ของ ล้านบาท หนี้สินรวม ล้านบาท หนี้สินรวม หนี้สินหมุนเวียนอื่น 17,318 27.2% 15,913 24.4% ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน 8,333 13.1% 6,810 10.4% ผลประโยชน์ตอบแทน รายปี และภาษีสรรพสามิต ค้างจ่าย1 หุ้นกู้และเงินกู้ยืม 37,993 59.7% 42,585 65.2% ระยะยาวสุทธิ2 หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 14 0.0% 15 0.0% 1 ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิต (รวมที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีและเกินหนึ่งปีขึ้นไป) 2หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว (รวมหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปีและเกินหนึ่งปีขึ้นไป) หนี้สินหมุนเวียนอื่น ณ สิ้นไตรมาส 2/2547 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 1,405 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น8.8% ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้ค้างจ่าย 1,481 ล้านบาท ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ณ สิ้นไตรมาสนี้ แบ่งได้เป็นส่วนที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 7,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,755 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 31.4% อันเนื่องมาจาก รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน และส่วนที่ครบกำหนดชำระเกินกว่าหนึ่งปี 994 ล้านบาท ลดลง 231 ล้านบาท หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิ 37,993 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2547 ลดลงจากปีก่อน 4,592 ล้านบาท หรือ 10.8% เป็นผลมาจากการชำระคืนหุ้นกู้และเงินต้นของสัญญาเช่าทางการเงินระยะยาว รวมถึงเงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด แบ่งเป็นจำนวนเงิน 1,500 ล้านบาท 73 ล้านบาท และ 3,042 ล้านบาท ตามลำดับ รวมเป็นเงินชำระคืนทั้งสิ้น 4,615 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นไตรมาสนี้ กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืม ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 10,036 ล้านบาท และเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป 27,957 ล้านบาท 3. ส่วนของผู้ถือหุ้น กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 63,763 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2547 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4,137 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากกำไรสุทธิสะสม 6 เดือน 10,074 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นไตรมาส 1 และไตรมาส 2 จำนวน 5,030 ล้านบาทและ 5,044 ล้านบาท ตามลำดับ มีการจ่ายเงินปันผลจำนวน 6,170 ล้านบาท และในช่วง 6 เดือนแรก บริษัทได้ออกหุ้นเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้สิทธิจากใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นจำนวนหุ้นที่ออกแล้วทั้งสิ้น 4.1 ล้านหุ้น เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 167 ล้านบาท และมีเงินรับล่วงหน้าค่าหุ้น 32 ล้านบาท 4. สภาพคล่อง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2547 กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 2,260 ล้านบาท อันเป็นผลมาจาก * กระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมลงทุน ลดลง 3,641 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการลงทุนในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง * กระแสเงินสดรับสุทธิจากการดำเนินงาน ลดลง 1,762 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน และภาษีสรรพสามิตที่เกิดขึ้นจากการ ขายบัตรเติมเงิน 1-2-Call! และรายจ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น * กระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมทางการเงิน ลดลง 381 ล้านบาท จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน