สิ่งที่ส่งมาด้วย:รายละเอียดโครงการออก ESOP ครั้งที่ 3-ADVANC

26 April 2004
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) รายละเอียดโครงการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญต่อกรรมการและพนักงานของบริษัท ("โครงการ ESOP") ครั้งที่ 3 1. วัตถุประสงค์และความจำเป็นในการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อกรรมการและพนักงานของบริษัท การกำหนดให้มีโครงการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญต่อกรรมการและพนักงานของ บริษัทในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแรงจูงใจและตอบแทนการปฏิบัติงานของกรรมการและพนักงาน ของบริษัท นอกจากนี้เพื่อให้บุคคล ดังกล่าวมีความตั้งใจในการทำงาน เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ บริษัท อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กรรมการและพนักงาน ทำงานกับบริษัทต่อไปในระยะยาว โดยโครงการจะมีลักษณะต่อเนื่อง กล่าวคือ บริษัทจะออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิทุก ๆ ปี มีระยะเวลาต่อเนื่องกัน 5 ปี และใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกจะมีอายุไม่เกิน 5 ปี นับจากวันออกและ เสนอขายในแต่ละครั้งของการเสนอขาย โดยมีรายละเอียด ลักษณะ รวมถึงสิทธิและเงื่อนไขของ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่คล้ายคลึงกันทั้ง 5 ครั้ง ของการเสนอขาย ซึ่งการออกและเสนอขาย ดังนี้ ครั้งที่ 1 ในปี 2545 มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 14,000,000 หน่วย และบริษัทได้จัดสรรหุ้นสามัญ เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 14,000,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นประมาณร้อยละ 0.48 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ครั้งที่ 2 ในปี 2546 มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 8,467,200 หน่วย และบริษัทจะจัดสรรหุ้นสามัญ เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จำนวน 8,467,200 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ 0.29 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท สำหรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ตามโครงการ ESOP โดยในการออกและ เสนอขายครั้งที่ 3 นี้ มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 8,999,500 หน่วย และบริษัทจะจัดสรร หุ้นสามัญเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จำนวน 8,999,500 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ 0.31 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ บริษัท รวมการจัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1, 2 และ 3 คิดเป็นร้อยละ 1.07 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท สำหรับรายละเอียดของใบสำคัญ แสดงสิทธิตาม โครงการครั้งที่ 3 ที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ ปรากฏตาม ข้อมูลด้านล่างนี้ นอกจากนี้ เมื่อมีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ บริษัทคาดว่าบริษัทจะ นำเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทต่อไป 2. รายละเอียดเบื้องต้นของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกในครั้งนี้ ชนิดของใบสำคัญแสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญชนิดระบุชื่อผู้ถือและโอนเปลี่ยนมือไม่ได้ เว้นแต่ โอนทาง มรดกหรือแก่ผู้รับผลประโยชน์ ตามข้อ 3.4.3 (ซึ่งต่อไปในที่นี้จะเรียกว่า "ใบสำคัญแสดงสิทธิ") จำนวนที่เสนอขายครั้งนี้ 8,999,500 หน่วย ราคาเสนอขายต่อหน่วย หน่วยละ 0 บาท (ศูนย์บาท) ระยะเวลาเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ เสนอขายให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 5 ปีนับจากวันที่ได้ออกและเสนอขาย จำนวนหุ้นที่จัดสรรเพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิ 8,999,500 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ 0.31 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว ทั้งหมด วิธีการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ จัดสรรให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท โดยไม่ผ่านผู้รับช่วงซื้อหลักทรัพย์ อัตราการใช้สิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น ราคาการใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้น ราคาปิดของหุ้นของบริษัทที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเฉลี่ยถ่วง น้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งเท่ากับ 91.79 บาทต่อหุ้น วันออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ คณะกรรมการบริหารของบริษัทจะเป็นผู้กำหนดวันออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ ในครั้งนี้ ระยะเวลาการใช้สิทธิ กรรมการและพนักงานของบริษัทสามารถใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทได้ตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้ ปีที่ 1 กรรมการและพนักงานของบริษัทสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ในจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนของใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่กรรมการและพนักงานของบริษัท แต่ละคนได้รับจัดสรร จากบริษัท ทั้งนี้ กรรมการและพนักงานของบริษัทจะสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อครบ ระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ จนกว่าจะครบอายุ ของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษหุ้นที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วย การซื้อขายหุ้น (Board Lot) บนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวม ไปใช้สิทธิในการใช้สิทธิปีถัดไป ปีที่ 2 กรรมการและพนักงานของบริษัทสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้อีกในจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนของใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่กรรมการและพนักงานของบริษัทแต่ละคนได้รับจัดสรร จากบริษัท ทั้งนี้ กรรมการและพนักงานของบริษัทจะสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อครบ ระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ จนกว่าจะครบอายุ ของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษหุ้นที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วย การซื้อขายหุ้น (Board Lot) บนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวม ไปใช้สิทธิในการใช้สิทธิปีถัดไป ปีที่ 3 กรรมการและพนักงานของบริษัทสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามสิทธิของตนในส่วนที่เหลือ ทั้งหมดได้เมื่อครบระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ จนกว่าจะครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษหุ้นที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วย การซื้อขายหุ้น(Board Lot) บนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวม ไปใช้สิทธิในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย สิทธิและผลประโยชน์อื่นนอกเหนือจากสิทธิและผลประโยชน์ที่พึงมีและพึงได้จากหุ้นสามัญตามปกติ -ไม่มี- 3. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ ในการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 3.1 ระยะเวลาแสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ ให้ผู้ทรงสิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ แสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ ระหว่างเวลา 09.00 น. ถึง 16.00 น. ภายใน 5 วันทำการก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิแต่ละครั้งตลอดระยะเวลาการ ใช้สิทธิ เว้นแต่ การแสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิ ครั้งสุดท้าย กำหนดให้แสดงความจำนงในการใช้สิทธิในช่วงระยะเวลา 15 วันก่อนวันกำหนด การใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญในแต่ละครั้ง จำนวนหุ้นที่จะใช้สิทธิซื้อนั้นจะต้องเป็นจำนวนเต็ม ของหน่วยการซื้อขายหุ้นบนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยกเว้นการใช้ สิทธิซื้อหุ้นสามัญในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 3.2 วันกำหนดการใช้สิทธิ ระหว่างเวลา 9.00 น. ถึงเวลา 16.00 น. ของวันทำการสุดท้ายของทุกเดือนตลอดอายุของใบ สำคัญแสดงสิทธิ ในกรณีการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายให้ใช้สิทธิได้ภายใน 5 วันทำการก่อนวันที่ใบ สำคัญแสดงสิทธิจะหมดอายุ 3.3 คุณสมบัติของกรรมการและพนักงานของบริษัทที่มีสิทธิจะซื้อหลักทรัพย์ที่ออก 3.3.1 เป็นกรรมการและพนักงานของบริษัท ที่มีอายุการทำงานขั้นต่ำ 1 ปี และไม่เป็นพนักงาน ที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทร่วมทุนให้มาปฏิบัติหน้าที่ในบริษัท ซึ่งมีวาระในการ ปฏิบัติงาน (Term) เป็นการชั่วคราวตามช่วงระยะเวลาที่ถูกกำหนดมา 3.3.2 เป็นกรรมการและพนักงานของบริษัท ที่ได้รับการคัดเลือกซึ่งทำประโยชน์ให้แก่บริษัทฯ (แล้วแต่กรณี) 3.3.3 กรณียกเว้น ที่ไม่เป็นตามข้อ 3.3.1 และ 3.3.2 ให้นำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการบริหาร ของบริษัทเพื่อพิจารณาให้เป็นกรณีพิเศษ 3.3.4 จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่กรรมการและพนักงานของบริษัทที่คณะกรรมการบริษัท กำหนดให้แต่ละรายได้รับไม่จำเป็นต้องมีจำนวนเท่ากัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ประสบการณ์ อายุงาน ผลการปฏิบัติงาน และศักยภาพ รวมถึง ประโยชน์ที่ทำให้แก่ บริษัท 3.4 ข้อผูกพันระหว่างบริษัท กับกรรมการและพนักงานของบริษัท ในการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ 3.4.1 กรณีบุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการและ พนักงาน ของบริษัทเนื่องจากการเกษียณอายุตามระเบียบของบริษัทหรือครบวาระในการ ดำรงตำแหน่ง แล้วแต่กรณี ให้กรรมการและพนักงานของบริษัทรายนั้น ยังคงมีสิทธิที่จะ ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้จนครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น 3.4.2 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็น กรรมการและพนักงาน ของบริษัทเนื่องจากมีการโอนย้ายงานตามคำสั่งของบริษัท ให้กรรมการ และพนักงานของบริษัทรายนั้น ยังคงมีสิทธิที่จะใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้จนครบอายุ ของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น 3.4.3 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการ และพนักงาน ของบริษัทเนื่องจากถึงแก่กรรม สาบสูญ ทุพพลภาพ หรือไร้สมรรถภาพ จนไม่สามารถจัดการงานของตนเองได้ ให้ผู้จัดการมรดก หรือผู้รับประโยชน์ของกรรมการ และพนักงานของบริษัทดังกล่าว แล้วแต่กรณี สามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของ ผู้ถึงแก่กรรม ผู้สาบสูญ ผู้ทุพพลภาพ หรือผู้ไร้สมรรถภาพดังกล่าวได้จนครบอายุของ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น 3.4.4 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการ และพนักงานของบริษัทด้วยเหตุอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 3.4.1, 3.4.2 หรือ 3.4.3 ข้างต้น ให้กรรมการและพนักงานของบริษัทรายนั้นต้องใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญ แสดงสิทธิที่ตนมีเฉพาะในส่วนที่ครบกำหนดให้ใช้สิทธิได้แล้วเท่านั้น โดยจะต้องใช้สิทธิ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับจากวันที่พ้นสภาพการเป็นกรรมการและพนักงานของบริษัท ดังกล่าว หรือมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้พิจารณาการจัดสรรสิทธิตามความ เหมาะสม ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ไม่มีการใช้สิทธิ ในกรณีที่กรรมการหรือพนักงานไม่สามารถใช้สิทธิ ที่เหลืออันเนื่องมาจากเหตุตามข้อ 3.4.4 ให้กรรมการหรือพนักงาน จัดส่งใบสำคัญแสดง สิทธิดังกล่าวให้แก่บริษัทเพื่อยกเลิก 3.5 กรณีใช้สิทธิไม่ครบตามใบสำคัญแสดงสิทธิ หากกรรมการและพนักงานของบริษัทไม่ใช้สิทธิ ซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใช้สิทธิไม่ครบถ้วน และใบสำคัญแสดงสิทธิได้ครบ กำหนดอายุลง ให้ถือว่ากรรมการและพนักงานของบริษัทสละสิทธิการใช้สิทธิตามใบสำคัญ แสดงสิทธิที่เหลือ โดยกรรมการและพนักงานของบริษัทดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากบริษัท 3.6 ความช่วยเหลือจากบริษัทในการจัดหาแหล่งเงินทุนแก่กรรมการและพนักงานของบริษัท - ไม่มี - 3.7 การปรับสิทธิ บริษัทอาจจะต้องสำรองหุ้นสามัญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในการใช้สิทธิ ตามใบสำคัญแสดงสิทธิเมื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่ได้มีการกำหนดโดยประกาศคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่จะซื้อหุ้น กรณีที่มีการปรับสิทธิที่จะต้องมีการจัดสรรหุ้นเพิ่มเติมเกินกว่าจำนวนหุ้นที่รองรับในการปรับ สิทธิในครั้งนั้นๆ ให้บริษัทนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการจัดสรรหุ้นเพิ่มเติมในครั้งต่อไป หากระยะเวลาที่อายุใบสำคัญแสดงสิทธิคงเหลือน้อยกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นที่จะมีขึ้นในอนาคต ให้บริษัทดำเนินการนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยเร็วก่อนใบสำคัญสิทธิจะหมดอายุลง 4. ผลกระทบที่มีต่อผู้ถือหุ้นเนื่องจากการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่กรรมการและ พนักงานของบริษัทในครั้งนี้ 4.1 ผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น (Price Dilution) เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นของกรรมการและ พนักงานของบริษัท การกำหนดราคาการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้กำหนดจากราคาปิดของหุ้นของบริษัท ที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งราคาดังกล่าวใกล้เคียงกับราคาตลาด ดังนั้น การออกและเสนอขาย ใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาของหุ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นของกรรมการและ พนักงานของบริษัท จะขึ้นอยู่กับราคาตลาดของหุ้นของบริษัท ณ วันที่หุ้นเพิ่มทุนที่เกิดจากการ ใช้สิทธิของกรรมการและพนักงานของบริษัท เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 4.2 ผลกระทบของผู้ถือหุ้นเดิมสำหรับการลดลงของสัดส่วนความเป็นเจ้าของหรือสิทธิออกเสียง ของผู้ถือหุ้นเดิม (Control Dilution) ในกรณีที่มีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของกรรมการ และพนักงานของบริษัททั้งหมดโดยคำนวณจากทุนที่เรียกชำระแล้วในปัจจุบัน จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด = 2,940,786,429 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) จำนวนหุ้นทั้งหมดที่เกิดจากการใช้สิทธิ = 8,999,500 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) รวมจำนวนหุ้นหลังการใช้สิทธิ = 2,949,785,929 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) สัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมหลังการใช้สิทธิ = ร้อยละ 99.69 4.3 จำนวนหุ้นที่จะจัดไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรรให้แก่กรรมการ และพนักงานของบริษัทจำนวนไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด = 2,940,786,429 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) จำนวนหุ้นที่จะจัดไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามที่จัดสรรให้กรรมการและพนักงานของบริษัท = 8,999,500 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นสัดส่วนกับจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด = ร้อยละ 0.31 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด 4.4 รายชื่อกรรมการ (ของบริษัทหรือบริษัทย่อย) ทุกท่านที่มีสิทธิจะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ และพนักงานที่มีสิทธิจะได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวนใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี ลำดับ กรรมการ/พนักงาน จำนวนที่ได้รับจัดสรร (หน่วย) ร้อยละของโครงการ 1 นายสมประสงค์ บุญยะชัย 914,300 10.16 กรรมการและประธานกรรมการบริหารสายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย 2 นางสุวิมล แก้วคูณ 676,000 7.51 หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านบริการลูกค้าและธุรกิจเครื่องลูกข่าย 3 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 676,000 7.51 กรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย 4 นายวิกรม ศรีประทักษ์ 606,400 6.74 หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านเทคโนโลยี 5 นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ 537,000 5.97 รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด 6 นางอาภัทรา ศฤงคารินกุล 487,100 5.41 รองกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและกรรมการบริษัทย่อย 7 นายสุทธิชัย ชื่นชูศิลป์ 90,800 1.01 ผู้จัดการสำนักธุรกิจการตลาดลูกค้ากลุ่มธุรกิจและกรรมการบริษัทย่อย ทั้งนี้ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้รวมทั้งสิ้นจำนวน 8,999,500 หน่วย 4.5 หุ้นสามัญที่ออกตามการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้ จะมีสิทธิและสภาพเท่าเทียมกับ หุ้นสามัญของบริษัทที่ออกไปก่อนหน้านี้ทุกประการ 5. ลักษณะและเงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกและเสนอขายต่อกรรมการและพนักงานของบริษัทจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 เรื่อง การเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออก ใหม่ต่อกรรมการหรือพนักงาน ฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นผู้รับผิดชอบค่าภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรหรือกฎหมายอื่นที่ เกี่ยวข้องในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิ เมื่อพ้นวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย และมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่ยังไม่ได้มีการใช้สิทธิให้ถือว่า ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวหมดสภาพลง และไม่สามารถนำมาใช้สิทธิได้อีกต่อไปไม่ว่ากรณีใด ๆ 6. สิทธิของผู้ถือหุ้นในการคัดค้านการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานตาม ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 ตามข้อ 14 แห่งประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 การออก และเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิ ออกเสียงและต้องไม่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นรวมกันเกินกว่า ร้อยละสิบของจำนวนเสียงทั้งหมด ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมคัดค้านการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าว ในกรณีที่จะเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานรายใดเกินกว่าร้อยละห้าของ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่เสนอขายในครั้งนี้ ตามข้อ 15(2) แห่งประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ดังกล่าวข้างต้น ที่ประชุม ผู้ถือหุ้นของบริษัทต้องมีมติอนุมัติการเสนอขายใบสำคัญ แสดงสิทธิดังกล่าวให้แก่กรรมการหรือพนักงานเป็นรายบุคคล โดยมีมติอนุมัติเป็นรายบุคคล และจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม และมีสิทธิออกเสียงและต้องไม่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวนเสียง ทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมคัดค้านมติดังกล่าว 7. รายชื่อกรรมการและพนักงานที่มีสิทธิจะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิเกินกว่าร้อยละห้า ของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่ขออนุญาตในครั้งนี้ กรรมการ/พนักงาน จำนวนที่ได้รับจัดสรร (หน่วย) ร้อยละของโครงการ 7.1 นายสมประสงค์ บุญยะชัย 914,300 10.16 ตำแหน่งกรรมการและประธานกรรมการบริหารสายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีการประชุม 5 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 5 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง 7.2 นางสุวิมล แก้วคูณ 676,000 7.51 ตำแหน่ง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านบริการลูกค้าและธุรกิจเครื่องลูกข่าย 7.3 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 676,000 7.51 ตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการ จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ ดาต้าเน็ทเวอร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด มีการประชุม 3 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 2 ครั้ง ขาดประชุม 1 ครั้ง 7.4 นายวิกรม ศรีประทักษ์ 606,400 6.74 ตำแหน่ง หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านเทคโนโลยี จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด มีการประชุม 4 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 4 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง 7.5 นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ 537,000 5.97 ตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด 7.6 นางอาภัทรา ศฤงคารินกุล 487,100 5.41 ตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 8,999,500 หน่วย และ เนื่องจากราคาการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ถูกกำหนดให้เป็นราคาปิดของหุ้นของบริษัท ที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น บุคคลดังกล่าวตามข้อ 7.1 - 7.6 จึงมิได้มีผลประโยชน์เมื่อคำนวณเป็นตัวเงิน เมื่อมีการคำนวณจากผลต่างของราคาเสนอขาย (รวมราคาการใช้สิทธิ) และราคาตลาด