คำอธิบายงบการเงินไตรมาสที่ 3/2546
10 November 2003
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร
ภาพรวมของกลุ่มบริษัท
ณ สิ้นไตรมาส 3/2546 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ
12,709,000ราย ซึ่งแบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบดิจิตอล GSM 2,163,000ราย (GSM Advance และ GSM1800)
และระบบ One-2-Call! 10,546,000ราย เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2546 445,800 ราย หรือ 3.6%และเมื่อ
เทียบกับไตรมาส 3/2545 เพิ่มขึ้น 2,957,000ราย หรือ 30.3%
ในระหว่างไตรมาส 3/2546 บริษัทมีกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มขึ้นให้กับผู้ใช้บริการในระบบ GSM Advance และ
ระบบ One-2-Call! เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเข้าถึงพฤติกรรมการใช้ของลูกค้าให้ดีมากยิ่งขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่าย
ทางการตลาดสำหรับไตรมาสนี้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท ในไตรมาส 3/2546
เป็น 4,834ล้านบาท ลดลง 5.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2546 แต่เนื่องจากการเติบโตโดยรวมของตลาด และ
ความนิยมใช้ระบบ One-2-Call! ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/2545 ทำให้ฐานผู้ใช้บริการ
เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ กำไรสุทธิจึงเพิ่มขึ้น 65.0% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3/2545
ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท
ในช่วงไตรมาส 3/2546 จำนวนผู้ใช้บริการและปริมาณการใช้ ในระบบดิจิตอล GSM Advance ลดลงเมื่อเทียบ
กับไตรมาสก่อน เนื่องจากผู้ใช้บริการได้ ปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบ One-2-Call! ซึ่งเหมาะสมกับลักษณะการ
ใช้ของตนเอง ประกอบกับผู้ประกอบการรายใหม่ได้เริ่มทำการแข่งขันโดยปรับลดราคาเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ส่วน
แบ่งทางการตลาด ณ สิ้นไตรมาส 3/2545อยู่ที่ระดับร้อยละ 61 ลดลงจากไตรมาสก่อนที่อยู่ในระดับร้อยละ 62
ตารางที่1: ข้อมูลบางส่วนทางการเงิน
หน่วย:ล้านบาท
ไตรมาส เพิ่ม(ลด) เพิ่ม(ลด) งวด 9 เพิ่ม(ลด)
3/2546 เมื่อเทียบ เมื่อเทียบ เดือน/2546 เมื่อเทียบ
กับไตรมาส กับไตรมาส กับงวด 9เดือน
ก่อน เดียวกัน ของปีก่อน
ของปีก่อน
รายได้รวม 21,766 (3.8%) 9.5% 67,071 15.0%
ต้นทุนรวม 11,875 (6.7%) 6,2% 37,211 15.6%
กำไรขั้นต้น 9,891 (0.2%) 13.6% 29,861 14.1%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,834 6.3% (28.6%) 8,543 (22.1%)
กำไรสุทธิ 4,834 (5.7%) 65.0% 14,566 90.1%
กำไรต่อหุ้น 1.65 4.97
รายได้
รายได้รวมของกลุ่มบริษัท ลดลง 3.8% จาก 22,634 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสก่อน เป็น 21,766 ล้านบาท
ณ สิ้นไตรมาสนี้ และเพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2546
กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 67,071ล้านบาทเพิ่มขึ้น 15.0% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจาก
- รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์
โดยส่วนใหญ่รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ เกิดจากรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 3/2546 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ 18,121ล้านบาท ลดลง
เล็กน้อยประมาณ 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทั้งนี้มีสาเหตุมาจาก การลดลงของรายได้ในระบบดิจิตอล
ที่เกิดจากจำนวนผู้ใช้บริการและปริมาณการใช้ระบบดิจิตอล GSM Advanceที่ลดลง มากกว่าการเพิ่มขึ้นของ
รายได้ระบบ one-2-Call!
เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน กลุ่มบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น
ประมาณ 20.4% และ สำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 23.9% จากปีก่อน เนื่องจากฐานลูกค้าในระบบ
โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะลูกค้าในระบบ one-2-Call!
- รายได้จากการขาย
รายได้จากการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นรายได้หลักจากการขาย สำหรับไตรมาส 3/2546 กลุ่มบริษัท
มีรายได้จากการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็น 3,645 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจาก ณ สิ้นไตรมาส
2/2546 และไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ลดลง 13.8% และ 24.7% ตามลำดับ และสำหรับงวด 9 เดือนปี
2546 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 12,723 ล้านบาทลดลงประมาณ 12.2% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน
ทั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลง
ต้นทุน
ณ สิ้นไตรมาส 3/2546 บริษัทมีต้นทุนรวม 11,875 ล้านบาทลดลงประมาณ 6.7% จากไตรมาสก่อน และ
เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2546 กลุ่ม
บริษัทมีต้นทุนรวม 37,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจาก
- ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์
ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ ณ สิ้นไตรมาส 3/2546 เป็น 4,648ล้านบาท ลดลง 3.1%
จากไตรมาสก่อน เนื่องจากในไตรมาส 2/2546 กลุ่มบริษัทได้ตัดจำหน่ายอุปกรณ์และอะไหล่เพื่อการ
ซ่อมแซมจำนวน 297ล้านบาท อันเกิดจากการล้าสมัยของเทคโนโลยี่ เป็นต้นทุนในการให้บริการ แต่ใน
ไตรมาสนี้ ได้ตัดจำหน่ายเป็นต้นทุนจำนวน 50ล้านบาทซึ่งลดลงจากไตรมาสก่อน ถึงแม้ว่ากลุ่มบริษัท
จะมีค่าใช้จ่ายตัดจ่ายของต้นทุนอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้น 217 ล้านบาทหรือ เพิ่มขึ้น 6.8%
จากไตรมาสก่อนก็ตาม
เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนต้นทุนการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 22.9%
และสำหรับงวด 9 เดือนของ ปี 2546 เพิ่มขึ้น 37.3% จากปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายตัดจ่ายของ
ต้นทุนอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้น เป็นผลจากการลงทุนในอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้น
- ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต
ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตลดลงจาก 4.512 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เป็น 4,336
ล้านบาทในไตรมาสนี้ หรือลดลง 3.9% อันเนื่องจากรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง
และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้น 16.6% และสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2546
เพิ่มขึ้น 17.9%จากปี 2545 อันเกิดจากรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนขาย
ไตรมาสนี้ กลุ่มบริษัทมีต้นทุนขายลดลงจาก 3,418 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เป็น 2,890ล้านบาทหรือลดลง
15.4% และลดลง 21.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และ สำหรับงวด 9 เดือน ลดลง 7.7%
จากปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ลดลง
กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นจาก 19.1%ของไตรมาสก่อนเป็น 20.7% แม้ว่าปริมาณการขายเครื่อง
โทรศัพท์เคลื่อนที่จะลดลงจากช่วงไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนเฉลี่ยค่าเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง
แต่ลดลงจาก 23.9% ของไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เช่นเดียวกับงวด 9 เดือนของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้นเป็น
26.0% สูงกว่าช่วงเดียวกันในปีนี้ที่มีกำไรขั้นต้น 22.3%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร สำหรับไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นจาก 2,667ล้านบาทของไตรมาสก่อน เป็น2,834
ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 6.3% สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น 383
ล้านบาท และหนี้สูญลดลง 187ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ลดลง 1,133ล้านบาท หรือ 28.6% และสำหรับงวด 9 เดือนปีนี้
ลดลงจากช่วงเดียวกันในปีก่อน จาก 10,963 ล้านบาท เป็น 8,542ล้านบาท หรือ ลดลง 22.1% ส่วนใหญ่
เนื่องมาจาก
1. ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดในการสนับสนุนกลุ่มลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ
อนาลอก NMT มาใช้ในระบบดิจิตอล GSM Advance ที่มีคุณภาพดีกว่าแทนจำนวน 528ล้านบาท
2. หนี้สูญที่ลดลง 281ล้านบาท และ 1,638ล้านบาท เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน และช่วง 9 เดือนของ
ปีก่อนตามลำดับ
3. ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนมีรายการขาดทุนจากการยกเลิกสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
เพิ่มขึ้น 106 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมตัดจ่ายจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้น
ในงวด 9 เดือนของปีก่อนประมาณ 131 ล้านบาท
4. ค่าใช้จ่ายพนักงานลดลงจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากในไตรมาส 3/2545 บริษัทได้บันทึก
ผลตอบแทนของพนักงานเพิ่มขึ้นประมาณ 160 ล้านบาท
5. ได้มีการตั้งค่าตัดจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 294 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปีนี้
ภาษีเงินได้
ภาษีเงินได้ ณ สิ้นไตรมาสนี้เป็น 1,792ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 2% สาเหตุหลักเกิดจาก
1. บริษัทย่อยเริ่มมีภาษีเงินได้ อันเนื่องจากได้ใช้ประโยชน์ทางภาษีจากขาดทุนสะสมครบในปีนี้
2. ในไตรมาสก่อน มีผลจากการปรับปรุงภาษีเงินได้ของบริษัทในปีก่อน 251 ล้านบาท อันเกิดจากการ
เปลี่ยนวิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายทางภาษีในส่วนของส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่เกิดจากยอดขายบัตรเติมเงิน
ระบบ One-2-Call! ที่เดิมคิดจากปริมาณการใช้ เปลี่ยนเป็นคิดจากปริมาณการขายตามคำวินิจฉัยของ
กรมสรรพากร
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้น 18.3% อันเนื่องจากปีก่อน บริษัทได้ขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย
บริษัทหนึ่ง มีผลขาดทุนทางภาษี 1,447ล้านบาท ทำให้ภาษีเงินได้ของบริษัทมีจำนวนลดลง
กำไรสุทธิ
กำไรสุทธิไตรมาสนี้ลดลงจากไตรมาสก่อน จำนวน 291ล้านบาทหรือลดลง 5.7% ในขณะที่เทียบกับไตรมาส
เดียวกันในปีก่อนเพิ่มขึ้น 1,905ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 65.0% และกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนเพิ่มขึ้น
อย่างมาก จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6,903 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 90.1%ซึ่งเป็นผลมาจากที่กล่าวข้างต้น
ฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัท
1. สินทรัพย์
ณ สิ้นไตรมาส 3/2546 สินทรัพย์รวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 123,061ล้านบาท ลดลงจากปี 2545 จำนวน
3,024ล้านบาท หรือลดลง 2.4% เนื่องจากการลดลงของ ลูกหนี้การค้าสุทธิ, สินค้าคงเหลือ,
อะไหล่และอุปกรณ์เพื่อการซ่อมแซม, เงินจ่ายล่วงหน้าให้แก่ผู้จัดจำหน่าย, สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น และ
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น ส่วนสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นได้แก่ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ, สินทรัพย์ภายใต้สัญญา
สัมปทาน
ตารางที่2: องค์ประกอบของสินทรัพย์
30 กันยายน 2546 31 ธันวาคม 2545
% ของ % ของ
ล้านบาท สินทรัพย์รวม ล้านบา ทสินทรัพย์รวม
สินทรัพย์หมุนเวียน 14,599 11.9% 18,382 14.6%
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 11,561 9.4% 9,747 7.7%
สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานสุทธิ 80,115 65.1% 79,795 63.3%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 16,786 13.6% 18,161 14.4%
สินทรัพย์หมุนเวียน
ณ สิ้นไตรมาสนี้ สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 3,783ล้านบาท หรือลดลง 20.6%จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก
1. การลดลงของลูกหนี้การค้าสุทธิเป็นผลจากจำนวนผู้ใช้บริการระบบดิจิตอล GSM Advance และ
GSM 1800 ลดลง
2. เงินจ่ายล่วงหน้าให้แก่ผู้จัดจำหน่ายลดลง จาก 1,531 ล้านบาทของปีก่อน เป็น 450 ล้านบาท เนื่องจาก
ผู้จัดจำหน่ายได้ส่งมอบงานติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้บริษัทเพิ่มมากขึ้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นงาน
ที่บริษัทได้จ่ายเงินล่วงหน้าไปก่อน
3. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นลดลงจาก 2,754 ล้านบาทของปีก่อน เป็น 1,556 ล้านบาท เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่ม
รอเรียกคืน ลดลงประมาณ 1,200ล้านบาท
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ
ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ บริษัทได้ลงทุนขยายระบบ Prepaid Billing และ IN (Intelligence Network)
สำหรับรองรับจำนวนลูกค้าระบบ One-2-Call! ที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 3,800 ล้านบาท แม้ว่า
ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทได้ปรับประมาณการอายุการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ IN จากเดิมระยะเวลา 5 ปี
เป็นระยะเวลา 3 ปีก็ตาม ทำให้มียอดเพิ่มขึ้นสุทธิจากปีก่อน 1,814ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 18.6%
สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทาน
ผลจากการลงทุนในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับฐานลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มูลค่าสุทธิของสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 79,795 ล้านบาท
เป็น 80,115 ล้านบาท
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น
ลดลงเนื่องจากค่าความนิยมตัดจ่าย 875ล้านบาท และค่าตัดจ่ายสิทธิในสัญญาสัมปทานของบริษัทย่อย 341ล้านบาท
เป็นผลทำให้มูลค่าของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นลดลงจาก 18,161 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 16,786ล้านบาท
ณ สิ้นไตรมาสนี้
2. หนี้สิน
หนี้สินรวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 67,464ล้านบาทลดลงจากปีก่อนจำนวน 7,380ล้านบาท หรือลดลง 9.9% สาเหตุหลัก
เกิดจาก กลุ่มบริษัทได้ชำระคืนหุ้นกู้ระยะยาวตามกำหนด
ตารางที่3: องค์ประกอบของหนี้สิน
30 กันยายน 2546 31 ธันวาคม 2545
% ของ % ของ
ล้านบาท หนี้สินรวม ล้านบาท หนี้สินรวม
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 13,030 19.3% 16,086 21.5%
ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ 10,662 15.8% 7,006 9.4%
ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิต
ค้างจ่าย1
หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิ2 43,757 64.9% 51,735 69.1%
หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 15 0.0% 17 0.0%
1 ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิต (รวมที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
และเกินหนึ่งปีขึ้นไป)
2 หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว (รวมหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีและเกินหนึ่งปีขึ้นไป)
หนี้สินหมุนเวียนอื่น
ณ สิ้นไตรมาส 3/2546 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนลดลง 3,056 ล้านบาท หรือลดลง19.0% ส่วนใหญ่เกิดจาก
การลดลงของเจ้าหนี้การค้า 1,841 ล้านบาท และการลดลงของภาษีเงินได้ค้างจ่าย 2,183 ล้านบาท แม้ว่า
รายได้รับล่วงหน้าจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบจ่ายค่าบริการล่วงหน้า (prepaid) จะเพิ่มขึ้น
966ล้านบาท
ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย
ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ณ สิ้นไตรมาสนี้ แบ่งได้เป็น
ส่วนที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 9,295ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4,821ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 107.8%
สาเหตุหลักมาจาก กลุ่มบริษัทมีภาระในการชำระคราวต่อไปในเดือนตุลาคม สำหรับผลประโยชน์ตอบแทนรายปี
ตามจำนวนขั้นต่ำ และจ่ายส่วนเพิ่มในเดือนพฤศจิกายนนี้ และส่วนที่ครบกำหนดชำระเกินกว่า หนึ่งปี 1,367
ล้านบาท ลดลง 1,165ล้านบาท
หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว
ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ กลุ่มบริษัทได้ชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 7,000ล้านบาท และ 4,932
ล้านบาทตามลำดับ รวมเป็นเงินชำระคืนทั้งสิ้น 11,932ล้านบาท ขณะที่มีการเพิ่มเงินกู้ระยะยาวจากบริษัทย่อย
3,943ล้านบาท ที่เป็นผลจากการทำ Repackage เงินกู้ ทำให้ ณ สิ้นไตรมาสนี้ กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืม
ระยะยาวมูลค่ารวมทั้งสิ้น 43,757ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
5,272ล้านบาท และเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป 38,485ล้านบาท
3. ส่วนของผู้ถือหุ้น
ในงวด 9 เดือนของปี 2546 กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 55,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
4,356ล้านบาท เป็นส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก
1. มีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น 14,566ล้านบาทจากกำไรสุทธิ
2. บริษัททำการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทคืนเพิ่มขึ้นจำนวน 0.38 ล้านหุ้น ในราคาถัวเฉลี่ย 33.08 บาทต่อหุ้น
ทำให้มีจำนวนหุ้นสามัญซื้อคืนทั้งสิ้น 2.54 ล้านหุ้น ในราคาถัวเฉลี่ยสะสม 32.73 บาทต่อหุ้น
3. ในช่วงไตรมาส 3/2546 บริษัทได้รับเงินล่วงหน้าและออกหุ้นเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้สิทธิจากใบ
สำคัญแสดงสิทธิเป็นจำนวนเงินรวม 6 ล้านบาท โดยเป็นจำนวนหุ้นที่ออกแล้วทั้งสิ้น 0.1 ล้านหุ้น
และเงินรับล่วงหน้าชำระค่าหุ้น 6 ล้านบาท
4. และบริษัทได้จ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 10,410 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2546 จ่าย
4,541 ล้านบาท ในอัตราหุ้นละ 1.55 บาท และ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2546 5,869ล้านบาทจาก
จำนวนหุ้นละ 2 บาทให้แก่ผู้ถือหุ้น
4. สภาพคล่อง
สภาพคล่องของกลุ่มบริษัทในช่วง 9 เดือนของปีนี้ มีกระแสเงินสดรับจากสุทธิจากการดำเนินงาน
31,670ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ในช่วง
9 เดือนของปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กระแสเงินสดจ่ายจากกิจกรรมลงทุนลดลงจากช่วงเดียวกัน
ในปีก่อน 26,751ล้านบาท เป็น11,780ล้านบาทในปีนี้ เนื่องจากในช่วง 9 เดือนของปีก่อน กลุ่มบริษัท
ได้มีการลงทุนในอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างมากเพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าผู้ใช้
บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และกระแสเงินสดจ่ายจากกิจกรรมจัดหาเงิน 18,308 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
เนื่องจากจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นและชำระคืนหุ้นกู้ระยะยาวจากที่ได้กล่าวข้างต้น ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส
3/2546 กลุ่มบริษัทมีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 1,582ล้านบาท