การเงินประจำไตรมาสที่2/2542
13 August 1999
หมายเหตุ 22 - นโยบายการบริหารความเสี่ยงสำหรับรายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
บริษัทฯและบริษัทย่อยได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหลายประเภท เพื่อป้องกันความเสี่ยง
จากรายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ความเสี่ยงของรายการที่เป็นเงินตราต่าง
ประเทศประเภทระยะสั้นจะเกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้า เงินกู้ยืมระยะสั้นจากต่างประเทศ และการชำระ
ดอกเบี้ยของเงินกู้ยืมระยะยาวจากต่างประเทศ ส่วนความเสี่ยงของรายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
ประเภทระยะยาว จะเกี่ยวข้องกับการกู้ยืมระยะยาวจากต่างประเทศ บริษัทฯและบริษัทย่อยมีความเสี่ยง
จากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดอลลาร์สหรัฐอเมริกา เนื่องจากบริษัทฯและ
บริษัทย่อยมีรายการค้าเกี่ยวข้องกับประเทศต่างๆ
นโยบายในการป้องกันความเสี่ยงจากรายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศของบริษัทฯและบริษัทย่อย จะ
พิจารณาจากฐานะสุทธิของรายการทั้งสิ้นที่เป็นเงินตราต่างประเทศ และโครงสร้างรายได้ของแต่ละ
บริษัท โดยบริษัทฯและบริษัทย่อยจะทำการป้องกันความเสี่ยงจากรายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เมื่อ
มีรายได้เป็นเงินบาท ขณะที่ความจำเป็นในการทำการป้องกันความเสี่ยงจากรายการที่เป็นเงินตราต่าง
ประเทศน้อยลงหากมีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากรายได้ดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงของ
ภาระในส่วนที่เป็นเงินตราต่างประเทศได้ ผู้บริหารระดับสูงจะมีการประชุมทุกเดือน เพื่อวิเคราะห์ความ
เปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และประเมินกลยุทธ์ในการบริหารรายการที่เป็น
เงินตราต่างประเทศตามอัตราประมาณการที่มีการพิจารณาใหม่
หมายเหตุ 23 - ยอดคงเหลือของสินทรัพย์และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 บริษัทฯและบริษัทย่อยมียอดสินทรัพย์และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่าง
ประเทศและมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
จำนวนเงินหลักล้าน
งบดุลรวม งบดุลเฉพาะของบริษัทฯ
สินทรัพย์ตามประเภทเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา 54.98 54.98
หนี้สินตามประเภทเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา 130.09 127.33
มาร์กเยอรมนี 16.03 16.03
เยนญี่ปุ่น 1,152.18 1,152.18
โครนนอรเว 1.14 1.14
จากยอดหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศดังกล่าวข้างต้น กำหนดการชำระหนี้แยกได้ดังนี้
จำนวนเงินหลักล้าน
งบดุลรวม งบดุลเฉพาะของบริษัทฯ
ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2543
ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา 59.69 56.93
มาร์กเยอรมนี 16.03 16.03
เยนญี่ปุ่น 1,152.18 1,152.18
โครนนอรเว 1.14 1.14
หลังวันที่ 30 มิถุนายน 2543
ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา 70.40 70.40
ยอดสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศดังกล่าวข้างต้น ประกอบด้วยเงินตราต่างประเทศฝากกับ
ธนาคารต่างประเทศ ดอกเบี้ยค้างรับที่เกี่ยวข้อง และยอดลูกหนี้ผู้ให้บริการโครงข่ายระหว่างประเทศ ส่วน
หนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศได้แก่ เงินกู้ยืมระยะยาว ดอกเบี้ยค้างจ่ายที่เกี่ยวข้อง และยอด
เจ้าหนี้การค้าต่างประเทศ เงินกู้ยืมระยะยาวและดอกเบี้ยค้างจ่ายที่เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา มี
กำหนดชำระตามสัญญาเงินกู้ดังกล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 17 ส่วนยอดเจ้าหนี้การค้า
ต่างประเทศมีกำหนดชำระภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2543
จากยอดหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศดังกล่าวข้างต้นจำนวน 89.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อเมริกาในบัญชีของบริษัทฯและบริษัทย่อย ได้ทำประกันความเสี่ยงการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลง
อัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้ว
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2542 และวันที่ 23
กรกฎาคม 2542 ที่มีต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ อันเป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ
และบริษัทย่อยมีหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 ที่ไม่ได้ทำประกัน
ความเสี่ยงการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีดังนี้
จำนวนเงินล้านบาท
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ
สินทรัพย์เพิ่มขึ้น 29.83 29.83
หนี้สินเพิ่มขึ้น 47.24 45.80
ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 17.41 15.97
หมายเหตุ 24 - การเปลี่ยนแปลงทุนเรือนหุ้นของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2542 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด
(มหาชน) มีมติให้ออกหุ้นใหม่เพิ่มเติมเพื่อจัดสรรขายเฉพาะเจาะจงให้แก่กลุ่มบริษัทสิงคโปร์ เทเลคอม
อินเตอร์เนชั่นแนล จำนวน 36,000,000 หุ้น ในราคาขายหุ้นละ 230 บาท หุ้นที่ออกใหม่ดังกล่าวได้
จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2542
หมายเหตุ 25 - การจัดสรรกำไรของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2541 ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปีได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
ระหว่างปี 2540 จำนวน 702 ล้านบาท ที่ประชุมดังกล่าวยังได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลและการจัดสรร
สำรองตามกฎหมายสำหรับปี 2540 เพิ่มเติมอีกจำนวน 257.40 ล้านบาทและ 15.30 ล้านบาท
ตามลำดับ
หมายเหตุ 26 - สำรองตามกฎหมาย
สำรองตามกฎหมายของบริษัทฯตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 โดยจัดสรรไม่
น้อยกว่าร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิประจำปี จนกว่าสำรองจะมีจำนวนถึงร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนของ
บริษัทฯ สำรองนี้จะนำไปจ่ายเงินปันผลไม่ได้
หมายเหตุ 27 - กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทฯและบริษัทย่อยได้จัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนสำรอง
เลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ได้แยกตั้งเป็นกองทุนไว้ต่างหากจึงไม่ปรากฎในงบดุล
หมายเหตุ 28 - ภาระผูกพัน
สัญญาเช่า
นอกจากภาระตามสัญญาเช่าตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 3 บริษัทฯและบริษัทย่อย
ได้ทำสัญญาเช่าที่ทำการสำนักงานสาขา สถานีฐาน รถยนต์ และอื่นๆ โดยมีระยะเวลาการเช่าตั้งแต่ 11
เดือนถึง 22 ปี และอาจต่ออายุสัญญาได้ โดยบริษัทฯและบริษัทย่อยผูกพันที่จะจ่ายค่าเช่าตามสัญญา
ดังกล่าวข้างต้นดังนี้
จำนวนเงินล้านบาทต่อเดือน
เพื่อบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 17.90
เพื่อบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย 20.09
สัญญาค้ำประกัน
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีภาระผูกพันในการให้ธนาคารออกหนังสือเพื่อ
ค้ำประกันสัญญาทางธุรกิจ การใช้ไฟฟ้า ภาษีศุลกากร และอื่นๆ ดังนี้
จำนวนเงินล้านบาท
เพื่อบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 3,665.67
เพื่อบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย 3,784.74
สัญญาก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัว
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีภาระผูกพันคงเหลือตามสัญญางานก่อสร้างและ
ติดตั้งอุปกรณ์เพื่อใช้กับระบบโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัว เป็นจำนวนเงินรวม
ประมาณ 229.40 ล้านบาท
สัญญาเช่าใช้การสื่อสารเพื่อบริการธุรกิจผ่านดาวเทียม
บริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ทำสัญญาเช่าใช้การสื่อสารเพื่อบริการธุรกิจผ่านดาวเทียม สำหรับการใช้บริการรับ
ส่งสื่อสารข้อมูลกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเป็นระยะเวลา 5 ปี และอาจต่ออายุสัญญาได้
โดยบริษัทย่อยดังกล่าวผูกพันที่จะจ่ายค่าเช่าแม่ข่ายเดือนละ 35,000 บาทต่อสถานี และลูกข่ายเดือนละ
6,000 บาทต่อสถานี
สัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและอัตราดอกเบี้ย
บริษัทฯได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยจำนวนหนึ่งฉบับ เพื่อ
ป้องกันความเสี่ยงการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการชำระเงินกู้ และดอกเบี้ยภายใต้สัญญาเงินกู้ที่
เป็นเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนเงินรวม 13,000,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ในมูลค่าที่สัญญาไว้เป็น
จำนวนเงินรวม 328,900,000 บาท และแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยจากมูลค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
จากอัตรา LIBOR ประเภท 6 เดือนบวกด้วยอัตราต่อปีที่กำหนดไว้ในสัญญา เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่จาก
มูลค่าเงินบาทในอัตราร้อยละ 9.68 ต่อปี สัญญาครบกำหนดวันที่ 26 ธันวาคม 2542
สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
บริษัทฯและบริษัทย่อยได้ทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าจำนวนสิบหกฉบับ เพื่อป้องกัน
ความเสี่ยงการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จากการชำระเงินกู้และดอกเบี้ยภายใต้สัญญาเงินกู้ที่เป็น
เงินตราต่างประเทศ และเจ้าหนี้การค้าต่างประเทศเป็นจำนวนเงินรวม 58,185,161.37 ดอลลาร์
สหรัฐอเมริกา ในมูลค่าที่สัญญาไว้เป็นจำนวนเงินรวม 2,178,787,836.44 บาท สัญญาทั้งสิบหกฉบับ
ครบกำหนดตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2542 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2543
นอกจากที่กล่าวข้างต้นบริษัทฯได้ทำสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสามฉบับ เพื่อขายเงินตรา
ต่างประเทศในระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม 2542 ถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2542 เป็นจำนวนงินรวม
13,010,448 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ในมูลค่าที่สัญญาไว้เป็นจำนวนเงินรวม 503,125,426.72 บาท
สัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
บริษัทฯได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าจำนวนสี่ฉบับ เพื่อป้องกันความเสี่ยง
การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จากการชำระเงินกู้ภายใต้สัญญาเงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศเป็น
จำนวนเงินรวม 49,960,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ในมูลค่าที่สัญญาไว้เป็นจำนวนเงินรวม
1,927,208,168.18 บาท สัญญาทั้งสี่ฉบับครบกำหนดตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2545 ถึงวันที่ 29 มีนาคม
2545
สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย
บริษัทฯได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยจำนวนสองฉบับ เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาดทุนจากการ
ชำระดอกเบี้ย ซึ่งอาจเกิดจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยบนต้นเงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
จำนวน 15,635,790 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา โดยเปลี่ยนจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (ซึ่งประกอบด้วยอัตรา
LIBOR ประเภท 6 เดือนบวกด้วยอัตราต่อปีที่กำหนดไว้ในแต่ละสัญญา) เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ในอัตรา
ร้อยละ 5.43 - 5.53 ต่อปี สัญญาทั้งสองฉบับครอบคลุมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2541
ถึงวันที่ 15 กันยายน 2545
เลตเตอร์ออฟเครดิต
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 บริษัทย่อยมีภาระผูกพันตามเลตเตอร์ออฟเครดิตกับผู้ขายสินค้าใน
ต่างประเทศเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 7.43 ล้านบาท
ใบสั่งซื้อสินค้า/จ้างงาน
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 บริษัทฯมีภาระผูกพันตามใบสั่งซื้ออุปกรณ์และจ้างงานก่อสร้างและติดตั้ง
อุปกรณ์เพื่อใช้กับระบบโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 2,254.20 ล้านบาท
หมายเหตุ 29 - การจัดประเภทรายการใหม่
รายการบางรายการในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2541
ได้จัดประเภทใหม่ให้สอดคล้องกับการแสดงรายการในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 6 เดือน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2542
หมายเหตุ 30 - การแก้ไขปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์สำหรับปี ค.ศ. 2000 (ยังไม่ได้สอบทานโดยผู้สอบบัญชี)
ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับปี ค.ศ. 2000 เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ระบบตัวเลขสองหลักเพื่อ
ระบุปีแทนที่จะเป็นตัวเลขสี่หลัก โดยระบบคอมพิวเตอร์อาจอ่านปี ค.ศ. 2000 เป็นปีอื่นๆ ทั้งนี้ระบบที่ใช้
ดังกล่าวอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดเมื่อมีการประมวลข้อมูลที่ใช้วันที่ก่อน ใน หรือหลังวันที่ 1 มกราคม
2543 ข้อผิดพลาดดังกล่าวอาจมีผลต่อการดำเนินงานและการรายงานทางการเงิน ซึ่งอาจเป็นข้อ
ผิดพลาดที่เล็กน้อยจนถึงขั้นเกิดความล้มเหลวของระบบงานที่สำคัญ หากมิได้ปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์
อย่างเหมาะสมและทันกาล และอาจมีผลกระทบต่อความสามารถของกิจการในการดำเนิน ธุรกิจตามปกติ
นอกจากนี้ยังไม่อาจมั่นใจได้ว่ากิจการและกิจการอื่นที่ดำเนินธุรกิจด้วย จะสามารถแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์
ที่เกี่ยวกับปี ค.ศ. 2000 ได้ทั้งหมด
ฝ่ายบริหารของบริษัทฯและบริษัทย่อยได้ให้ฝ่ายคอมพิวเตอร์ศึกษาและดำเนินการปรับปรุง หรือเปลี่ยน
ระบบคอมพิวเตอร์ (โปรแกรมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์) เพื่อแก้ไขปัญหาปี ค.ศ. 2000
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 โครงการแก้ไขปัญหาปี ค.ศ. 2000 ของบริษัทฯและบริษัทย่อยได้ดำเนินการ
เสร็จสิ้นแล้ว ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้นสำหรับโครงการแก้ไขปัญหาปี ค.ศ. 2000 ของบริษัทฯและ
บริษัทย่อยมีจำนวนเงินรวมประมาณ 30.66 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายจำนวนประมาณ 1.68
ล้านบาท และสินทรัพย์จำนวนประมาณ 28.98 ล้านบาท แม้ว่าโครงการแก้ไขปัญหาปี ค.ศ. 2000 ของ
บริษัทฯและบริษัทย่อยได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว บริษัทฯและบริษัทย่อยยังคงมีความเสี่ยงต่อการที่กิจการ
อื่นที่บริษัทฯและบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจด้วย อาจไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหาปี
ค.ศ. 2000 ได้ทันกาล อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารของบริษัทฯและบริษัทย่อยคาดว่าผลกระทบดังกล่าว
(ถ้ามี)จะไม่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย
***