คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารไตรมาส 2/2553

06 สิงหาคม 2553
บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารไตรมาส 2/2553 บทวิเคราะห์สำหรับผู้บริหาร ในไตรมาส 2/2553 รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 จากการ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่ลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากปัจจัยทางฤดูกาล การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สะท้อนได้จากรายได้จากบริการเสียงซึ่งเติบโต 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 ในขณะที่บริการข้อมูลยังคง เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ความไม่สงบทางการเมืองช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ส่งผลกระทบเพียง รายได้จากต่างประเทศ โดยรายได้บริการข้ามแดนอัตโนมัติลดลง 26.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 13.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในช่วงปัญหาเศรษฐกิจที่ผ่านมา สำหรับ ในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2553 รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 บริการข้อมูลยังคงเป็นบริการที่สร้างรายได้ที่สำคัญโดยเพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 โดยมาจาก ความนิยมของสังคมออนไลน์ บริการคอนเทนต์เนื้อหาที่มีความหลากหลายมากขึ้น และสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธภาพสูง อย่างแบล็คเบอร์รี่และอุปกรณ์แอร์การ์ด ผู้สมัครใช้บริการแบล็คเบอร์รี่ เพิ่มขึ้นเป็น 185,000 ราย ในขณะที่ ผู้สมัครใช้บริการอินเตอร์เน็ตซิมเพิ่มขึ้นเป็น 630,000 ราย การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของบริการอินเตอร์เน็ตซิม ไม่ได้จำกัดเพียงในพื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเติบโตได้ดีในตลาดต่างจังหวัด รายได้จากบริการข้อมูลคิดเป็น 17% ของรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC จากเดิมเพียง 13.5% ในไตรมาส 2/2552 รายได้บริการข้อมูล ที่ไม่รวมบริการข้อความ (ไม่รวม SMS & บริการเสียงรอรับสาย) มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดในรายได้บริการข้อมูล โดยเทียบเท่ากับ 11.2% ของรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC EBITDA ในไตรมาส 2/2553 อยู่ที่ 12,639 ล้านบาท เติบโต 12% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 จากรายได้ ที่เติบโตขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ในขณะที่ EBITDA margin เพิ่มมาอยู่ที่ 47.7% แต่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากปัจจัยฤดูกาลที่ทำให้รายได้ลดลงประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Cash OPEX : Network OPEX + SG&A excl. A&D) ยังคงลดลงจากการ บริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยสภาวะการแข่งขันที่ไม่รุนแรงนัก ผนวกกับ EBITDA ที่สูงขึ้นและ เงินลงทุนที่ลดลง ทำให้กระแสเงินสด (EBITDA-CAPEX) เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาอยู่ที่ระดับ 23,300 ล้านบาท สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2553 ทั้งนี้คาดว่ากระแสเงินสดจะเติบโตทั้งปีที่ระดับ 18% เมื่อเทียบกับปี 2552 แนวโน้มในปี 2553 ถูกปรับประมาณการเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนการเจริญเติบโตในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 และแนวโน้มที่คาดว่าดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนหลัง โดยกระแสเงินสดคาดว่าจะเติบโตจากปีที่แล้ว 18% โดยมาจากรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% และรายได้บริการข้อมูลที่คาดว่าจะ เพิ่มขึ้น 25-30% เมื่อเทียบกับปี 2552 รวมทั้ง EBITDA margin ได้ปรับประมาณการเพิ่มขึ้นเป็น 45% เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเพิ่มประมาณการรายได้และประมาณการค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่คาดว่าจะลดลง เงินลงทุนยังคงประมาณการที่ 6,200 ล้านบาท โครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งของบริษัทเป็นการเตรียมพร้อม สำหรับการออกใบอนุญาติคลื่นความถี่ 2.1GHz ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2553 นี้ สรุปผลการดำเนินงาน จำนวนผู้ใช้บริการ จำนวนผู้ใช้บริการก้าวเข้าสู่ระดับ 30 ล้านรายในไตรมาส 2/2553 จากการเพิ่มขึ้นของลูกค้าพรี เพดจำนวน 478,000 ราย และลูกค้าโพสต์เพดจำนวน 20,000 ราย ซึ่งจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าในไตรมาส 1/2553 แต่ยังสูงกว่าไตรมาส 2/2552 โดยจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตซิมซึ่ง เริ่มเติบโตได้ดีในตลาดจังหวัด ARPU รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายของกลุ่มลูกค้าพรีเพดอยู่ที่ 190 บาทในไตรมาส 2/2553 ลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 2/2552 จากการเพิ่มขึ้นทั้งลูกค้าที่ใช้จ่ายน้อยและผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตซิม รวมทั้งลดลง 4.0% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากปัจจัยฤดูกาล รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายของกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดอยู่ที่ 613 บาทในไตรมาส 2/2553 เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 แต่ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/2553 MOU MOU ของกลุ่มลูกค้าพรีเพดปรับตัวดีขึ้นมาที่ระดับ 273 นาที เพิ่มขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และ 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากโปรโมชั่นกระตุ้นการใช้งาน เช่น โปรโมชั่นประเภทบุฟเฟ่ต์ ในขณะที่ MOU ของกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดลดลงมาที่ระดับ 508 นาที ลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และ 2.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากปัจจัยฤดูกาล เหตุการณ์สำคัญ 1) บันทึกการด้อยค่าความนิยมของดีพีซีมูลค่า 350 ล้านบาทในไตรมาส 2/2553 ในไตรมาส 2/2553 บริษัทได้บันทึกการด้อยค่าความนิยมของบริษัทย่อยดีพีซีซึ่งดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บนคลื่น 1800MHz เป็นจำนวน 350 ล้านบาทในงบกำไรขาดทุน ซึ่งรายการดังกล่าวไม่สามารถนำไป หักภาษีได้ ไม่กระทบต่อกระแสเงินสดและไม่สามารถบันทึกกลับคืนได้ ผลกระทบจากการบันทึกการด้อยค่า ดังกล่าวต่องบการเงินรวมของบริษัท ณ สิ้นไตรมาส 2/2553 มีดังนี้ - รับรู้การด้อยค่าความนิยมของดีพีซีมูลค่า 350 ล้านบาทในงบกำไรขาดทุน จากการประมาณมูลค่าปัจจุบัน ของการกระแสเงินสดในอนาคตของดีพีซี - เปรียบเทียบกับมูลค่าความนิยมที่มีอยู่ก่อนการด้อยค่าซึ่งเท่ากับ 2,712 ล้านบาท - ค่าความนิยมของดีพีซีที่เหลืออยู่ถูกบันทึกอยู่ในสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2553 เท่ากับ 2,362 ล้านบาท 2) การจัดประเภทรายการของต้นทุนและรายจ่ายตั้งแต่ไตรมาส 1/2552 ถึงปัจจุบัน ต้นทุนบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับ call center จะถูกจัดให้เป็นต้นทุนการให้บริการจากเดิมที่บันทึกในรูปของ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร การเปลี่ยนแปลงนี้จะบันทึกในงบการเงินรวม ณ สิ้นงวดไตรมาส 2/2553 และไตรมาส 2/2552 สรุปผลประกอบการเชิงการเงิน ตาราง 1 - รายได้การบริการ (ล้านบาท) / (% ของรายได้การให้บริการไม่รวม IC) ไตรมาส 2/2552 ไตรมาส 1/2553 ไตรมาส 2/2553 YoY QoQ รายได้จากบริการเสียง 15,957 80.1% 16,429 75.5% 16,322 76.5% 2.3% -0.6% โพสเพด (เสียง) 4,287 21.5% 4,422 20.3% 4,442 20.8% 3.6% 0.5% พรีเพด (เสียง) 11,670 58.5% 12,007 55.2% 11,880 55.7% 1.8% -1.1% รายได้จากบริการข้อมูล 2,684 13.5% 3,588 16.5% 3,643 17.1% 35.7% 1.5% รายได้โรมมิ่งต่างประเทศ 443 2.2% 683 3.1% 505 2.4% 13.9% -26.1% อื่นๆ (โทรต่างประเทศอื่นๆ) 848 4.3% 1,050 4.8% 867 4.1% 2.2% -17.4% รวมรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC 19,932 100.0% 21,751 100.0% 21,337 100.0% 7.0% -1.9% ตาราง 2 - รายได้การขาย (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม) ไตรมาส 2/2552 ไตรมาส 1/2553 ไตรมาส 2/2553 YoY QoQ รายได้จากการขาย 1,644 6.5% 1,728 6.4% 1,814 6.8% 10.4% 5.0% ต้นทุนการขาย 1,599 6.3% 1,444 5.4% 1,510 5.7% -5.6% 4.6% สุทธิจากการขาย 45 0.2% 284 1.1% 305 1.1% 584.1% 7.4% ตาราง 3 - ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม) ไตรมาส 2/2552 ไตรมาส 1/2553 ไตรมาส 2/2553 YoY QoQ รายรับค่า IC 3,621 14.4% 3,486 12.9% 3,371 12.7% -6.9% -3.3% รายจ่ายค่า IC 3,302 13.1% 3,428 12.7% 3,363 12.7% 1.9% -1.9% สุทธิ รับ/(จ่าย) 319 1.3% 58 0.2% 8 0.0% -97.4% -85.9% ตาราง 4 - ต้นทุนการให้บริการและต้นทุนการขายไม่รวม IC (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม) ไตรมาส 2/2552 ไตรมาส 1/2553 ไตรมาส 2/2553 YoY QoQ ค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย 4,734 18.8% 4,689 17.4% 4,627 17.4% -2.3% -1.3% ต้นทุนโครงข่าย 679 2.7% 694 2.6% 679 2.6% -0.1% -2.1% ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย 350 1.4% 306 1.1% 369 1.4% 5.2% 20.5% ต้นทุนการให้บริการอื่นๆ 976 3.9% 877 3.3% 409 1.5% -58.1% -53.4% รวมต้นทุนการให้บริการไม่รวม IC 6,740 26.7% 6,565 24.3% 6,083 22.9% -9.7% -7.3% ส่วนแบ่งรายได้ 4,849 19.2% 5,355 19.9% 5,259 19.8% 8.5% -1.8% ตาราง 5 - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม) ไตรมาส 2/2552 ไตรมาส 1/2553 ไตรมาส 2/2553 YoY QoQ ค่าใช้จ่ายการตลาด 658 2.6% 302 1.1% 623 2.3% -5.3% 106.0% ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 1,443 5.7% 1,668 6.2% 1,635 6.2% 13.0% -2.0% ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญ 196 0.8% 158 0.6% 179 0.7% -8.7% 13.6% ค่าเสื่อมราคา 69 0.3% 60 0.2% 53 0.2% -23.3% -11.1% รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,366 9.4% 2,187 8.1% 2,490 9.4% 5.2% 13.8% % ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญต่อ รายได้โพสต์เพด 3.8% 2.8% 3.1% ตาราง 6 - EBITDA (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม) ไตรมาส 2/2552 ไตรมาส 1/2553 ไตรมาส 2/2553 YoY QoQ กำไรจากการดำเนินงาน 6,342 25.2% 7,984 29.6% 7,818 29.5% 23.3% -2.1% ค่าเสื่อมราคาที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 836 3.3% 816 3.0% 773 2.9% -7.5% -5.3% ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงข่าย 4,146 16.5% 4,115 15.3% 4,097 15.4% -1.2% -0.4% (กำไร)/จาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 0 0% 93 0.3% -1 0.0% -362.8% -101.4% ค่าตอบแทนผู้บริหาร -16 -0.1% -20 -0.1% -30 -0.1% 83.2% 50.1% ค่าใช้จ่ายการเงินอื่นๆ -18 -0.1% -27 -0.1% -18 -0.1% -2.7% -35.6% EBITDA 11,289 44.8% 12,961 48.1% 12,639 47.7% 12.0% -2.5% ตาราง 7 - ค่าใช้จ่ายทางการเงิน (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม) ไตรมาส 2/2552 ไตรมาส 1/2553 ไตรมาส 2/2553 YoY QoQ ดอกเบี้ยจ่าย 478 1.9% 404 1.5% 417 1.6% -12.7% 3.2% ค่าใช้จ่ายการเงินอื่นๆ 18 0.1% 27 0.1% 18 0.1% -2.7% -33.8% ต้นทุนทางการเงิน 497 2.0% 431 1.6% 435 1.6% -12.4% 0.7% รายได้ รายได้จากบริการเสียง เท่ากับ 16,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 แต่ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 โดยรายได้บริการเสียงจากกลุ่มลูกค้าพรีเพดเท่ากับ 11,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 2/2552 จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากปัจจัยฤดูกาล ในขณะที่รายได้บริการเสียงจากกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดอยู่ที่ 4,442 ล้านบาท เติบโต 3.6% และ 0.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และไตรมาส 1/2553 ตามลำดับ โดยในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ รายได้จากบริการเสียงเติบโต 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รายได้จากบริการข้อมูล เท่ากับ 3,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/2553 โดยรายได้จากบริการข้อมูลคิดเป็น 17.1% ของรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ในขณะที่ในไตรมาส 2/2552 อยู่ที่ 13.5% ทั้งนี้รายได้หลักที่เติบโตขึ้นของบริการข้อมูลมาจากบริการข้อมูล ประเภท non-messaging (บริการข้อมูลที่ไม่รวม SMS และบริการเสียงรอสาย) ซึ่งคิดเป็น 11.2% ของรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ในขณะที่เดิมในไตรมาส 2/2552 อยู่ที่ 7.6% การเติบโตของ รายได้จากบริการข้อมูลมาจาก 1) กระแสความนิยมสมาร์ทโฟน เช่น แบล็คเบอร์รี่ ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการ แบล็คเบอร์รี่ของเอไอเอสที่ระดับ 185,000 ราย, 2) กระแสความนิยมใช้งานอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่ โดยเฉพาะการใช้งานผ่านอุปกรณ์ USB แอร์การ์ด โดยปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการ Net SIM ที่ระดับ 630,000 ราย ซึ่งกระแสการใช้บริการ Net SIM ที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่เริ่มได้รับความนิยม ในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ให้บริการ 3G บนคลื่น 900MHz เช่น เชียงใหม่, ชลบุรี, หัวหิน, 3) กระแสสังคมออนไลน์เช่น การสื่อสารข้อความกลุ่ม และ 4) การใช้งานคอนเทนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะ เนื้อหาประเภทข่าว, กีฬา และชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ รายได้จากบริการข้อมูล เพิ่มขึ้น 36.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติ เท่ากับ 505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 สะท้อนถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง แต่ลดลง 26.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากจำนวนชาวต่างชาติที่เข้าประเทศไทยลดลง ทั้งนี้ในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว รายได้จากการให้บริการอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากบริการโทรออกต่างประเทศ (IDD) เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 แต่ลดลง 17.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากจำนวนชาวต่างชาติที่เข้าประเทศไทยลดลงและสถานการณ์ ความไม่สงบทางการเมือง โดยในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ รายได้จากการให้บริการอื่นๆ เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว รายได้จากการขาย เท่ากับ 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และเพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/2553 จากจำนวนขายของเครื่องโทรศัพท์และอุปกรณ์แอร์การ์ดที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อเทียบรายไตรมาส แล้ว อัตรากำไรจากการขายในไตรมาส 2/2553 อยู่ที่ระดับ 16.8% จากเดิมที่ระดับ 16.4% ในไตรมาส 1/2553 รวมทั้งเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.7% ในไตรมาส 2/2552 ทั้งนี้จากอัตรากำไรของสมาร์ทโฟนที่สูงกว่า รายรับสุทธิค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (Net IC) ลดลงมาที่ระดับ 8 ล้านบาทจากเดิม 319 ล้านบาทในไตรมาส 2/2552 และ 58 ล้านบาทในไตรมาส 1/2553 รายได้จากค่าเชื่อมโยงโครงข่ายเท่ากับ 3,371 ล้านบาท ลดลง 6.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และ 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 โดยมีสาเหตุมาจากโปรโมชั่นโทรในเครือข่ายของผู้ให้บริการโทรศัพท์ เคลื่อนที่รายอื่น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายค่าเชื่อมโยงโครงข่ายเท่ากับ 3,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 2/2552 แต่ลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากโปรโมชั่นที่เน้นโทรทุกเครือข่ายของบรืษัท ต้นทุนการให้บริการและการขาย ส่วนแบ่งรายได้ เท่ากับ 5,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 แต่ลดลง 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการให้บริการ ผลประกอบการ EBITDA เท่ากับ 12,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 จากการเติบโตของรายได้และค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงานที่ลดลง อย่างไรก็ดี EBITDA ลดลง 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากค่าใช้จ่าย ทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่วนในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ EBITDA เพิ่มขึ้น 11.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จากรายได้ที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ลดลง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บันทึกขาดทุน 10 ล้านบาทในไตรมาส 2/2553 ดีขึ้นจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 1/2553 ซึ่งเท่ากับ 66 ล้านบาท โดยการใช้เครื่องมือทางการเงินจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ต่างประเทศ ค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย เท่ากับ 4,627 ล้านบาท ลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และ 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 เนื่องจาก สินทรัพย์บางส่วนได้ถูกตัดค่าเสื่อมหมดแล้ว และมีการลงทุนใหม่เพียงเล็กน้อย ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย เท่ากับ 369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และ 20.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 โดยการเพิ่มขึ้นนี้มาจากรอบการบำรุงรักษาอุปกรณ์เพิ่มเติม ทั้งนี้ในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ ค่าซ่อมบำรุงโครงข่ายลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ต้นทุนโครงข่าย ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และ 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 แม้จะมีจำนวนสถานีฐาน เพิ่มขึ้นโดยในไตรมาส 2/2553 นี้จำนวนสถานีฐานอยู่ที่ระดับ 15,500 สถานี เปรียบเทียบกับระดับ 15,400 สถานีในไตรมาส 1/2553 และ 15,300 สถานีในไตรมาส 2/2552 โดยโครงการประหยัดพลังงานเช่น การใช้งานอุปกรณ์ขนาดเล็กลงหรือการใช้ระบบทำความเย็นแบบธรรมชาติแทนการใช้เครื่องปรับอากาศ ช่วย ควบคุมต้นทุนโครงข่าย ทั้งนี้ในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ ต้นทุนโครงข่ายเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ต้นทุนการให้บริการอื่นๆ ลดลง 58.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และ 53.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากการบันทึกกลับ รายการบัญชีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโครงข่ายจำนวน 360 ล้านบาท ทั้งนี้ต้นทุนการให้บริการอื่นหักรายการบันทึกกลับ ดังกล่าวอยู่ที่ 769 ล้านบาท ซึ่งยังคงลดลง 21.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 และ 12.3% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/2553 ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายทางการตลาด เท่ากับ 623 ล้านบาท ลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 แต่เพิ่มขึ้น 106% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากกิจกรรมทางการตลาดโดยเฉพาะช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดใน ไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.3% ของรายได้ทั้งหมด โดยในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ ค่าใช้จ่ายทางการตลาดอยู่ที่ 1.7% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งต่ำกว่าระดับประมาณการทั้งปีซึ่งอยู่ระหว่าง 2% ถึง 2.5% ของรายได้ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เท่ากับ 1,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 จากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไปที่ลดลง ทั้งนี้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ค่าใช้จ่ายในการบริหารปเพิ่มขึ้น 6.6% จากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายใน การบริหารนี้รวมค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญ เท่ากับ 179 ล้านบาท ลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 แต่เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นจากสาเหตุความไม่สงบทางการเมืองในไตรมาสนี้ ทำให้ผู้ใช้บริการไม่สะดวกในการชำระค่าบริการ ในไตรมาส 2/2553 นี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการ ตั้งสำรองหนี้สูญต่อรายได้บริการจากกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดอยู่ในระดับควบคุมที่ 3.1% ซึ่งดีกว่าในไตรมาส 2/2552 ที่ระดับ 3.8% แต่สูงขึ้นกว่าไตรมาส 1/2553 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.8% โดยในช่วง 6 เดือนแรก ของปีนี้ ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายทางการเงิน เท่ากับ 435 ล้านบาท ลดลง 12.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 จากการลดลงของหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย แต่ค่าใช้จ่ายทางการเงินในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 จากอัตราดอกเบี้ยที่ ปรับเพิ่มสูงขึ้นตามกำหนดของหุ้นกู้ 4 พันล้านบาท ทั้งนี้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงิน ลดลง 13.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วจากการลดลงของหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย การด้อยค่าความนิยม บันทึกเท่ากับ 350 ล้านบาทในไตรมาส 2/2553 จากการด้อยค่าความนิยมของดีพีซี โดยหลังจากหักการ ด้อยค่าในไตรมาส 2/2553 นี้ออกแล้ว ค่าความนิยมของดีพีซีเหลือเท่ากับ 2,362 ล้านบาท ค่าความนิยม ของดีพีซีจะถูกทดสอบและคำนวณทุกสิ้นไตรมาส การด้อยค่าความนิยมของดีพีซีเกิดจากระยะเวลาของสัญญา ร่วมการงานที่เหลือน้อยลง รายได้อื่นๆ เท่ากับ 140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาส 2/2552 จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/2553 รายได้อื่นๆ ลดลง 20.9% จากเงินสดที่ลดลงหลังจ่ายเงินปันผล กำไรสุทธิ เท่ากับ 4,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 แต่ลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/2553 กำไรปกติจากการดำเนินงานเท่ากับ 5,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.6% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 2/2552 แต่ลดลง 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 การเพิ่มขึ้นของกำไรปกติจากการ ดำเนินงานเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2552 มาจากรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายคงที่ การลดลงของกำไรปกติจากการดำเนินงานเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 มาจากรายได้ที่ลดลงตาม ปัจจัยฤดูกาลและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ กำไรปกติจากการ ดำเนินงานเพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ตาราง 8 - กำไร (ล้านบาท) รายการบันทึก ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส YoY QoQ 2/2552 1/2553 2/2553 กำไรสุทธิ 4,197 4,972 4,879 16.2% -1.9% บวก:การด้อยค่าความนิยมของดีพีซี ขาดทุนจากการด้อยค่า - 390 350 การด้อยค่าของสินทรัพย์เอดีซี ขาดทุนจากการด้อยค่า - - - กำไรสุทธิก่อนรายการพิเศษ 4,197 5,362 5,229 24.6% 2.5% งบดุล สินทรัพย์รวม ลดลง 14.4% จากไตรมาส 1/2553 มาอยู่ที่ระดับ 113,497 ล้านบาท สาเหตุจากปริมาณเงินสดที่ลดลง หลังจ่ายเงินปันผล (ทั้งเงินปันผลปกติและเงินปันผลพิเศษ ในเดือนเมษายนที่ผ่านซึ่งจ่ายออกไปทั้งหมดจำนวน 2.46 หมื่นล้านบาท หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 35,392 ล้านบาทในไตรมาส 2/2553 จากการจ่ายคืนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 247 ล้านบาท โดยมีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยที่จะจ่ายคืนในปี 2553 อีก 247 ล้านบาท ซึ่งจะถึงกำหนดในไตรมาส 4/2553 ต้นทุนกู้ยืมเฉลี่ยคงอยู่ที่ระดับ 4.8% โดยทำการประกันความเสี่ยงเงินกู้สกุลต่างประเทศไว้ ตาราง 9 - งบดุล (ล้านบาท) / (% ของสินทรัพย์รวม) ไตรมาส 1/2553 ไตรมาส 2/2553 เงินสด 35,685 26.9% 19,728 17.4% เงินลงทุนระยะสั้น 1,954 1.5% 4,974 4.4% ลูกหนี้การค้า 5,604 4.2% 5,189 4.6% สินค้าคงเหลือ 759 0.6% 1,011 0.9% สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ 2,097 1.6% 2,097 1.8% รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 46,099 34.8% 32,999 29.1% ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 65,774 49.6% 62,152 54.8% สินทรัพย์ไม่มีตัวตน-สุทธิ 5,806 4.4% 5,341 4.7% สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 9,997 7.5% 9,978 8.8% อื่นๆ 4,977 3.8% 3,027 2.7% รวมสินทรัพย์ 132,653 100.0% 113,497 100.0% เจ้าหนี้การค้า 3,448 2.6% 2,615 2.3% ส่วนของเงินกู้ที่ถึงกำหนดชำระใน 1ปี 482 0.4% 481 0.4% ผลประโยชน์ตอบแทนค้างจ่าย 4,280 3.2% 6,129 5.4% อื่นๆ 11,555 8.7% 10,690 9.4% รวมหนี้สินหมุนเวียน 19,764 14.9% 19,914 17.5% หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 35,639 26.9% 35,392 31.2% รวมหนี้สิน 55,762 42.0% 56,282 49.6% รวมส่วนผู้ถือหุ้น 76,890 58.0% 57,215 50.4% ส่วนของผู้ถือหุ้น ลดลง 25.6% จากไตรมาส 1/2553 สาเหตุจากกำไรสะสมที่ลดลงหลังการจ่ายเงินปันผล โดยกำไรสะสม ที่ยังไม่ได้จัดสรรสำหรับไตรมาส 2/2553 อยู่ที่ระดับ 31,380 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับระดับ 51,119 ล้านบาทในไตรมาส 1/2553 สภาพคล่อง อัตราส่วน current ratio ณ ไตรมาส 2/2553 เท่ากับ 1.66 ลดลงจากไตรมาส 1/2553 จากการ จ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ดี อัตราส่วน current ratio ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.61 ในไตรมาส 2/2552 จากระดับเงินสดที่เพิ่มขึ้นและหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยและที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปีทีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โครงสร้างเงินทุน ยังคงแข็งแกร่งดังแสดงได้จากอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ระดับ 0.27 และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ที่ระดับ 0.31 ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเท่ากับ 0.98 บริษัทรักษาอัตราส่วนทางการเงินดังกล่าวข้างต้น ให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อความคล่องตัวในการลงทุนในเทคโนโลยี 3G ในอนาคต ตาราง 10 - อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ 2Q09 1Q10 2Q10 หนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวม 0.45 0.42 0.50 เงินกู้สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.16 0.00 0.27 เงินกู้สุทธิต่อ EBITDA 0.26 0.00 0.31 หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.82 0.73 0.98 (ยังมีต่อ)