คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารไตรมาส 1/2553
07 พฤษภาคม 2553
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารไตรมาส 1/2553
บทวิเคราะห์สำหรับผู้บริหาร
- ผลประกอบการณ์ไตรมาส 1/2553 สะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 4/2552
รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 3.1% เมื่อ
เทียบกับไตรมาส 4/2552 การฟื้นตัวเห็นได้จากรายได้จากการให้บริการในประเทศ (บริการเสียง และ
บริการข้อมูล) ที่สูงขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 2.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552
ในขณะที่รายได้จากการให้บริการเกี่ยวกับต่างประเทศ (โรมมิ่งต่างประเทศ และอื่นๆ) เพิ่มขึ้น 2.6%
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 7.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 ประมาณการรายได้โดยรวมทั้งปี
ยังคงอยู่ที่ 3% สำหรับปี 2553
- รายได้จากบริการด้านข้อมูลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 36.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จากการ
เจริญเติบโตในด้านสมาร์ทโฟน, ระบบสังคมออนไลน์ (social-networking) และการใช้งานอินเตอร์เน็ต
แบบเคลื่อนที่ โดยจำนวนผู้ใช้บริการด้านข้อมูลเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 5.7 ล้านคน จากระดับ 5.3 ล้านคน
ในไตรมาส 4/2552 และ 4.7 ล้านคนในไตรมาส 1/2552 สัดส่วนรายได้ของอินเตอร์เน็ตแบบเคลื่อนที่
เพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 33.9% ของรายได้จากบริการด้านข้อมูลทั้งหมดจากเดิมที่มีสัดส่วน 24.5% ในไตรมาส
1/2552 นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสมาร์ทโฟนใหม่ๆ จำนวนมากได้นำเข้ามาจำหน่ายในตลาดประเทศไทย
ด้วยราคาที่ถูกลงได้ช่วยเพิ่มการใช้งานด้านข้อมูลมากขึ้น บริการด้านคอนเทนต์ยอดนิยมอย่างระบบสังคม
ออนไลน์หรือบริการข่าวได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น
- ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลงตามภาวะฤดูกาล ทำให้ EBITDA margin เพิ่มขึ้นมาที่ 48.1% ซึ่งเป็นระดับ
ที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายทางการตลาดในไตรมาสนี้เท่ากับ 1.1% ของรายได้ทั้งหมด ในขณะที่
ค่าใช้จ่ายทางการตลาดทั้งปีควบคุมไว้ที่ระดับ 3% ของรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งโดยปกติค่าใช้จ่ายทางการตลาด
จะมีการใช้จ่ายสูงสุดในช่วงปลายปีที่เป็นช่วงเทศกาล ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายไม่รวมค่าเสื่อม
(Network OPEX excl.A&D) ลดลง 8.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 7% เมื่อเทียบกับไตรมาส
4/2552 ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Cash OPEX : Network OPEX + SG&A excl. A&D) ลดลง
8.3% จากไตรมาส 1/2552 และ 18.6% จากไตรมาส 4/2552 เช่นกัน
- ระดับกระแสเงินสดหักเงินลงทุน (EBITDA-CAPEX) หรือ FCF อยู่ที่ระดับ 12,157 ล้านบาทในไตรมาส
1/2553 ซึ่งเพิ่มขึ้น 42.7% จากการเติบโตของ EBITDA และเงินลงทุนโครงข่ายที่น้อย ซึ่งในไตรมาสนี้
อยู่ที่ระดับ 805 ล้านบาท หรือ 13% ของประมาณการเงินลงทุนทั้งปีที่ระดับ 6.2 พันล้านบาท ทำให้มีเงินสด
(รวมเงินฝากที่ใช้เป็นการเฉพาะ) เพิ่มขึ้น ระหว่างไตรมาส 10,518 ล้านบาท เป็น 35,685 ล้านบาท
ซึ่งเป็นจำนวนก่อนการจ่ายเงินปันผล FCF ทั้งปีคงประมาณการเติบโต 12% จากการกระแสเงินสดจาก
การดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการควบคุมเงินลงทุน ในขณะที่การออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1GHz
ยังคงไม่ชัดเจนแม้ว่า จะมี กทช. ที่ครบองค์คณะก็ตาม กรอบเวลาอย่างเป็นทางการในการให้ใบอนุญาต
คลื่นความถี่ 2.1 GHz เพื่อประกอบกิจการเทคโนโลยี 3G ยังไม่มี และคาดว่าจะต้องทำประชาพิจารณ์
อีกครั้งหนึ่งก่อนจะออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHzได้
สรุปผลการดำเนินงาน
จำนวนผู้ใช้บริการ
จำนวนผู้ใช้บริการอยู่ที่ระดับ 29.5 ล้านคนจากการเพิ่มขึ้นของลูกค้าพรีเพด 694,000 ราย และลูกค้าโพสเพด
42,000 ราย การเพิ่มขึ้นของลูกค้าพรีเพดมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและโปรโมชั่น "2425" การเพิ่มขึ้น
ของจำนวนผู้ใช้บริการยังมาจากการเติบโตของลูกค้าที่ใช้บริการ Net SIM ซึ่งเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 400,000
ในไตรมาส 1/2553 จากเดิมที่ระดับ 270,000 ในไตรมาส 4/2552 และเดิมที่ระดับ 58,000 ในไตรมาส 1/2552
ARPU
รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายของกลุ่มลูกค้าพรีเพดอยู่ที่ 198 บาทในไตรมาส 1/2553 ซึ่งลดลง 2.5% เมื่อเทียบกับ
ไตรมาส 1/2552 แต่คงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 สำหรับรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายของกล่มลูกค้าโพสเพด
มีทิศทางเช่นเดียวกันคือในไตรมาส 1/2553 อยู่ที่ 617 บาท ลดลง 2.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552
และคงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 แนวโน้มการลดลงของรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายเริ่มทรงตัวจากสภาพ
เศรษฐกิจที่ดีขึ้น
MOU
จากการฟื้นตัวของสภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2553 MOU ทำให้ MOU เฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นมาที่ระดับ 289 นาที
หรือเติบโต 6.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 การเพิ่มขึ้นของ
MOU เฉลี่ยมาจากลุ่มลูกค้าพรีเพดซึ่งมี MOU เพิ่มขึ้น 8.2% จาก 243 นาทีในไตรมาส 1/25523 เป็น 263 นาที
และเติบโต 3.1% จาก 255 นาทีในไตรมาส 4/2552 อย่างไรก็ดี MOU ของลูกค้าโพสเพดลดลงมาที่ 523 นาที
หรือลดลง 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552
เหตุการณ์สำคัญ
1) บันทึกการด้อยค่าความนิยมของดีพีซีมูลค่า 390 ล้านบาทในไตรมาส 1/2553 - ในไตรมาส 1/2553 บริษัท
ได้บันทึกการด้อยค่าความนิยมของบริษัทย่อยดีพีซีซึ่งดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่น 1800MHz เป็นจำนวน
390 ล้านบาทในงบกำไรขาดทุน ซึ่งรายการดังกล่าวไม่สามารถนำไปหักภาษีได้ ไม่กระทบต่อกระแสเงินสดและ
ไม่สามารถบันทึกกลับคืนได้ ผลกระทบจากการบันทึกการด้อยค่าดังกล่าวต่องบการเงินรวมของบริษัท ณ
สิ้นไตรมาส 1/2553 มีดังนี้
- รับรู้การด้อยค่าความนิยมของดีพีซีมูลค่า 390 ล้านบาทในงบกำไรขาดทุน จากการประมาณการกระแส
เงินสดในอนาคตของดีพีซีเปรียบเทียบกับมูลค่าความนิยมที่มีอยู่ก่อนการด้อยค่าซึ่งเท่ากับ 3,102 ล้านบาท
- ค่าความนิยมของดีพีซีที่เหลืออยู่ถูกบันทึกอยู่ในสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2553 เท่ากับ
2,712 ล้านบาท
2) การจัดประเภทรายการของรายได้จากการให้บริการตั้งแต่ไตรมาส 1/2552 ถึงปัจจุบัน - บริษัททำการ
จัดประเภทรายการย่อยของรายได้จากการให้บริการโดยใช้นิยามใหม่ ซึ่งรายได้รวมจากการให้บริการ
ไม่เปลี่ยนแปลง มีการเปลี่ยนแปลงในรายการย่อยของรายได้จากการให้บริการเท่านั้น
- รายได้จากบริการเสียงหมายถึงรายได้จากบริการเสียงที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศซึ่งเกิดขึ้น
จากกลุ่มลูกค้าโพสเพด, พรีเพด และลูกค้าองค์กร
- รายได้จากบริการด้านข้อมูลหมายถึงรายได้จากบริการ SMS, MMS, GPRS, content, enterprise
data, mobile advertising, WAP, JAVA, เสียงรอสาย
- รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติ หมายถึง รายได้จากชาวต่างประเทศที่ใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ให้บริการ
ต่างประเทศมาใช้เครือข่ายของบริษัท
- รายได้อื่นๆ จะรวมรายได้จากบริการโทรออกต่างประเทศและบริการสื่อสารอื่นๆ ที่ให้บริการโดยบริษัทย่อย
3) การจัดประเภทรายการของต้นทุนและรายจ่ายตั้งแต่ไตรมาส 1/2552 ถึงปัจจุบัน - ต้นทุนบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
call center จะถูกจัดให้เป็นต้นทุนการให้บริการจากเดิมที่บันทึกในรูปของค่าใช้จ่ายในการบริหาร การเปลี่ยนแปลง
นี้จะบันทึกในงบการเงินรวม ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2553 และไตรมาส 1/2552
สรุปผลประกอบการเชิงการเงิน
ตาราง 1 - รายได้ (ล้านบาท) / (% ของรายได้การให้บริการไม่รวม IC)
ไตรมาส 1/2552 ไตรมาส 4/2552 ไตรมาส 1/2553 YoY QoQ
รายได้จากบริการเสียง 16,230 79.0% 16,210 76.8% 16,429 75.5% 1.2% 1.4%
โพสเพด (เสียง) 4,401 21.4% 4,422 21.0% 4,422 20.3% 0.5% 0.0%
พรีเพด (เสียง) 11,830 57.6% 11,788 55.9% 12,007 55.2% 1.5% 1.9%
รายได้จากบริการข้อมูล 2,627 12.8% 3,272 15.5% 3,588 16.5% 36.6% 9.7%
รายได้โรมมิ่งต่างประเทศ 734 3.6% 698 3.3% 683 3.1% -6.9% -2.1%
อื่นๆ (โทรต่างประเทศอื่นๆ) 954 4.6% 921 4.4% 1,050 4.8% 10.0% 14.1%
รวมรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC 20,546 100.0% 21,100 100.0% 21,751 100.0% 5.9% 3.1%
รวมรายได้จากการขาย 2,033 1,372 1,728 -15.0% 25.9%
ตาราง 2 - ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม)
ไตรมาส 1/2552 ไตรมาส 4/2552 ไตรมาส 1/2553 YoY QoQ
รายรับค่า IC 3,721 14.1% 3,511 13.5% 3,486 12.9% -6.3% -0.7%
รายจ่ายค่า IC 3,447 13.1% 3,390 13.0% 3,428 12.7% -0.6% 1.1%
สุทธิ รับ/(จ่าย) 273 1.0% 122 0.5% 58 0.2% -78.8% -52.4%
ตาราง 3 - ต้นทุนการให้บริการและต้นทุนการขายไม่รวม IC (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม)
ไตรมาส 1/2552 ไตรมาส 4/2552 ไตรมาส 1/2553 YoY QoQ
ค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย 4,597 17.5% 4,829 18.6% 4,689 17.4% 2.0% -2.9%
ต้นทุนโครงข่าย 651 2.5% 654 2.5% 694 2.6% 6.6% 6.1%
ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย 428 1.6% 282 1.1% 306 1.1% -28.5% 8.4%
ต้นทุนการให้บริการอื่นๆ 965 3.7% 1,082 4.2% 877 3.3% -9.1% -18.9%
ต้นทุนการขาย 1,988 7.6% 1,151 4.4% 1,444 5.4% -27.4% 25.5%
รวมต้นทุนการให้บริการและต้นทุน 8,629 32.8% 7,998 30.8% 8,010 29.7% -7.2% 0.1%
การขายไม่รวม IC
ตาราง 4 - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม)
ไตรมาส 1/2552 ไตรมาส 4/2552 ไตรมาส 1/2553 YoY QoQ
ค่าใช้จ่ายการตลาด 519 2.0% 906 3.5% 302 1.1% -41.7% -66.6%
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 1,692 6.4% 1,865 7.2% 1,727 6.4% 2.1% -7.4%
ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญ 182 0.7% 202 0.8% 158 0.6% -13.5% -22.0%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,393 9.1% 2,973 11.4% 2,187 8.1% -8.6% -26.4%
% ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญต่อ 3.5% 3.6% 2.8%
รายได้โพสต์เพด
ตาราง 5 - EBITDA (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม)
ไตรมาส 1/2552 ไตรมาส 4/2552 ไตรมาส 1/2553 YoY QoQ
กำไรจากการดำเนินงาน 6,849 26.0% 6,477 24.9% 7,984 29.6% 16.6% 23.3%
ค่าเสื่อมราคาที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 765 2.9% 894 3.4% 816 3.0% 6.7% -8.8%
ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงข่าย 4,075 15.5% 4,186 16.1% 4,115 15.3% 1.0% -1.7%
(กำไร)/จาดทุนจากการขายสินทรัพย์ -1 0% 2 0% 93 0.3%
ค่าตอบแทนผู้บริหาร -17 -0.1% -23 -0.1% -20 -0.1% 19.0% -13.5%
ค่าใช้จ่ายการเงินอื่นๆ -20 -0.1% -17 -0.1% -27 -0.1% 37.9% 55.4%
EBITDA 11,652 44.3% 11,520 44.3% 12,961 48.1% 11.2% 12.5%
ตาราง 6 - ค่าใช้จ่ายทางการเงิน (ล้านบาท) / (% ของรายได้รวม)
ไตรมาส 1/2552 ไตรมาส 4/2552 ไตรมาส 1/2553 YoY QoQ
ดอกเบี้ยจ่าย 488 1.9% 427 1.6% 404 1.5% -17.2% -5.3%
ค่าใช้จ่ายการเงินอื่นๆ 20 0.1% 17 0.1% 27 0.1% 37.9% 55.4%
ต้นทุนทางการเงิน 508 1.9% 444 1.7% 431 1.6% -15.0% -2.9%
YoY: %ไตรมาส 1/2553 เทียบกับไตรมาส 1/2552; QoQ: %ไตรมาส 1/2553 เทียบกับไตรมาส 4/2552
รายได้
รายได้จากบริการเสียง
ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมาโดยเติบโต 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 1.4% เมื่อเทียบกับ
ไตรมาส 4/2552 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจตกต่ำที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบในแต่ละประเภทบริการเสียงแล้ว
รายได้บริการเสียงจากกลุ่มลูกค้าพรีเพดเติบโต 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส
4/2552 จากการปรับตัวดีขึ้นของปริมาณการใช้งาน ในขณะที่รายได้จากบริการเสียงจากกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดปรับตัวค่อนข้าง
ทรงตัวโดยเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และคงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 จากการเพิ่มขึ้นของ
ลูกค้าที่มีคุณภาพผ่านโปรโมชั่น Mix & Match
รายได้จากบริการข้อมูล
เพิ่มขึ้นถึง 36.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 9.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 โดยปัจจัยหลักมาจากการ
ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่ (การใช้งาน EDGE/GPRS) ซึ่งเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 88.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส
1/2552 และ 13.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 คิดเป็นสัดส่วน 34% ของรายได้จากบริการข้อมูลทั้งหมด
ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด จำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่อยู่ที่ 5.7 ล้านรายในไตรมาส 1/2553 จากเดิม 5.3
ล้านรายในไตรมาสที่ผ่านมา และ 4.7 ล้านรายในไตรมาส 1/2552 การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการ
ใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นของการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านช่องทางบริการอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่และกระแสสังคมออนไลน์
ที่กำลังเจริญเติบโต การเติบโตนี้เห็นได้จาก 1) จำนวนผู้ใช้บริการ Net SIM ที่เพิ่มมาอยู่ที่ 400,000 รายจากเดิม
270,000 รายในปี 2552 จากการตอบรับของผู้บริโภคมากขึ้นผ่านการรุกช่องทางการจัดจำหน่ายด้าน IT, 2) ผู้ใช้
บริการแบล็คเบอร์รี่เติบโตอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 140,000 รายในไตรมาส 1/2553จากเดิมที่ระดับ 100,000
รายในปี 2552 ซึ่งแนวโน้มเป็นไปตามเป้าหมายในปี 2553 ที่ระดับ 200,000 ราย, 3) จำนวนผู้ใช้บริการด้าน
ข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งจำนวนผู้ชมและปริมาณการใช้งานของ TV on Mobile ในช่วงที่เกิดความไม่สงบทางการเมือง
บริการด้านคอนเทนต์เป็นอีกบริการหลักอีกอันหนึ่งที่เจริญเติบโตถึง 63.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ
17.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 โดยส่วนใหญ่เป็นบริการด้านดวงชะตาและการรับข่าวสารผ่านโทรศัพท์มือถือ
โดยเฉพาะในช่วงเกิดความไม่สงบทางการเมือง สำหรับบริการ SMS เติบโต 5.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552
และ 28.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 จากเทศกาลปีใหม่และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว
รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติ
ลดลง 6.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 อันเป็นผลจากการ
ขอส่วนลดของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากต่างประเทศ รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติในเดือนมีนาคม
มีการลดลงอย่างชัดเจนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยลดลงเนื่องจากความไม่สงบทางการเมือง
รายได้จากการให้บริการอื่นๆ
ซึ่งส่วนใหญ่มาจากบริการโทรออกต่างประเทศ (IDD) เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 14.1%
เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 จากบริการ "00500" ซึ่งเป็นบริการโทรออกต่างประเทศใหม่ที่ประหยัดกว่า
บริการโทรออกต่างประเทศ "005" เดิม
รายได้จากการขาย
แม้ว่าจะลดลง 15% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 จากการเปลี่ยนนโยบายจัดจำหน่ายของโนเกีย แต่กำไรขั้นต้น
จากการขายเพิ่มขึ้น 16.4% จากเดิม 2.2% ในไตรมาส 1/2552 จากปริมาณการขายแอร์การ์ดและแบล็คเบอร์รี่
ที่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาแล้ว รายได้จากการขายอยู่ที่ 1,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.9%
จากกระแสนิยมสมาร์ทโฟนและแอร์การ์ด
รายรับสุทธิค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (Net IC)
ลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 58 ล้านบาทหรือลดลง 78.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 52.4% เมื่อเทียบ
ไตรมาส 4/2552 การลดลงนี้มาจากการโทรออกมากขึ้นไปยังผู้ให้บริการรายอื่นจากการที่เอไอเอสสนับสนุน
ค่าบริการเดียวใช้ได้ทุกโครงข่าย ในขณะที่การโทรเข้าจากเครือข่ายอื่นลดลงจากโปรโมชั่นโทรในเครือข่าย
ของผู้ให้บริการรายอื่น
ต้นทุนการให้บริการและการขาย
ส่วนแบ่งรายได้
เพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 จากรายได้การให้บริการ
ที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้
การด้อยค่าความนิยม
จำนวน 390 ล้านบาท บันทึกในไตรมาสนี้ จากการด้อยค่าความนิยมของดีพีซี ทำให้ค่าความนิยมของดีพีซีที่บันทึกเป็น
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนบนงบดุลเหลืออยู่ที่ 2,712 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส และคาดว่าจะถูกบันทึกด้อยค่าจากนี้ไปใน
ทุกไตรมาสจนสิ้นสุดสัญญาร่วมการงานของดีพีซีในปี 2556 การด้อยค่าความนิยมของดีพีซีมาจากระยะเวลาของ
สัญญาร่วมการงานของดีพีซีที่เหลืออยู่น้อย การบันทึกด้อยค่าความนิยมดีพีซีได้ทำมาแล้วครั้งหนึ่งในไตรมาส 4/2551
เป็นจำนวน 3,553 ล้านบาท
ค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย
เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาส 1/2552 จากระยะเวลาสัญญาร่วมการงานที่เหลือน้อยลง อย่างไรก็ดี ค่าตัดจำหน่าย
โครงข่ายลดลง 2.9%เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 จากการที่สินทรัพย์บางส่วนตัดจำหน่ายหมดแล้ว
ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย
ลดลง 28.5% จากไตรมาส 1/2552 จากแผนการควบคุมค่าใช้จ่ายซึ่งเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2/2552 อย่างไรก็ดี
ค่าซ่อมบำรุงโครงข่ายเพิ่มขึ้น 8.4% จากไตรมาส 4/2552 จากการบันทึกกลับรายการบัญชีค่าตัดจำหน่ายอะไหล่
ในไตรมาส 4/2552 ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบแล้ว ค่าซ่อมบำรุงโครงข่ายปัจจุบันอยู่ที่ 1.1% ของรายได้
ทั้งหมดซึ่งคงที่เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 แต่ลดลงจากระดับ 1.6% ในไตรมาส 1/2552
ต้นทุนโครงข่าย
อยู่ที่ 694 ล้านบาทในไตรมาส 1/2553 เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 6.1% เมื่อเทียบกับ
ไตรมาส 4/2552 การเพิ่มขึ้นนี้มาจากจำนวนสถานีฐาน (Cell Sites) เพิ่มมากขึ้นแม้จะไม่ขยายพื้นที่ครอบคลุม
โดยในไตรมาส 1/2553 อยู่ที่จำนวน 15,400 สถานี เทียบกับ 14,800 สถานีในไตรมาส 1/2552 และ
15,300 ในไตรมาส 4/2552
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายทางการตลาด
ลดลง 302 ล้านบาทหรือ 41.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 เนื่องจากในปีที่แล้วมีการใช้จ่ายในการเปิดตัว
ไอคอนใหม่ "น้องอุ่นใจ"และจากค่าใช้จ่ายในโครงการ"อุ่นใจได้แต้ม" ที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเมื่อเปรียบเทียบ
กับไตรมาสที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลง 66.6% จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ปกติจะสูงสุดในช่วง
ไตรมาส 4 ปัจจุบันค่าใช้จ่ายทางการตลาดต่อรายได้รวมอยู่ที่ 1.1% ในขณะที่ทั้งปีประมาณการค่าใช้จ่ายทางการตลาด
ที่ 3% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งโดยปกติค่าใช้จ่ายทางการตลาดจะมีแนวโน้มสูงขึ้น จากต้นปีสู่ปลายปี
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร
ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายด้านพนักงานและค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไปลดลงเป็น 1,727 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบ
กับไตรมาส 1/2552 ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.1% จากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่สูงขึ้นแต่ลดลง 7.4%
จากไตรมาส 4/2552 จากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่ลดลง
ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญ
อยู่ที่ 158 ล้านบาท ลดลง 13.5% จากไตรมาส 1/2552 และ 22% จากไตรมาส 4/2552 อันเป็นผลจากคุณภาพ
ของลูกค้ากลุ่มโพสต์เพดที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญต่อรายได้โพสต์เพดอยู่ที่ 2.9%
ดีขึ้นกว่าระดับ 3.6% ในไตรมาส 1/2552 และระดับ 3.5% ในไตรมาส 4/2552
ดอกเบี้ยจ่าย
ลดลงมาอยู่ที่ 404 ล้านบาท หรือลดลง 17.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 5.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส
4/2552 ขณะที่ปัจจุบัน หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงมาอยู่ที่ 35,639 ล้านบาท จากเดิมที่ระดับ 39,084 ล้านบาท
ในไตรมาส 1/2552 และที่ระดับ 35,654 ล้านบาทในไตรมาส 4/2552 ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงนี้มาจากระดับหนี้ที่ลดลง
ผลประกอบการ
EBITDA
สูงขึ้นมาที่ระดับ 12,961 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 12.5% เมื่อเทียบกับ
ไตรมาส 4/2552 โดยการเพิ่มขึ้นนี้มาจาก 1) รายได้โดยรวมที่เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552
และ 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552, 2) ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริการและการขายลดลงโดยรวมลดลง
1.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 แม้จะเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552, 3) ค่าใช้จ่าย
ในการขายและบริหารที่ลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ 26.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ขาดทุน 66 ล้านบาท จากเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโรซึ่งอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท โดยปกติ
เอไอเอสจะเก็บรายได้จากบริการโรมมิ่งต่างประเทศที่ได้รับจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างประเทศ
ไว้เป็นเงินฝากสกุลต่างประเทศเพื่อการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในการใช้จ่ายด้านการจัดซื้อ
ที่ต้องใช้เงินสกุลต่างประเทศ
ดอกเบี้ยรับ
อยู่ที่ 103 ล้านบาทในไตรมาส 1/2553 ลดลง 14.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 จากอัตราดอกเบี้ย
ที่ลดลงแม้ว่ามีเงินสดสูงขึ้น อย่างไรก็ดี รายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่ม 46.8% จากไตรมาส 4/2552 จากเงินสดที่สูงขึ้น
กำไรสุทธิ
อยู่ที่ 4,972 ล้านบาทในไตรมาส 1/2553 โดยเพิ่มขึ้น 8.9% จากไตรมาส 1/2552 และ 21.1% จาก
ไตรมาส 4/2552 โดยกำไรปกติจากการดำเนินงาน ไม่รวมผลของรายการพิเศษอยู่ที่ 5,362 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 และ 23.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552 รายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น
และต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลงทำให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 18.4% เพิ่มขึ้นจาก 17.4% ในไตรมาส 1/2552 และ
15.8% ในไตรมาส 4/2552
ตาราง 7 - กำไร (ล้านบาท) รายการบันทึก ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส YoY QoQ
1/2552 4/2552 1/2553
กำไรสุทธิ 4,567 4,106 4,972 8.9% 21.1%
บวก:การด้อยค่าความนิยมของดีพีซี ขาดทุนจากการด้อยค่า - - 390
การด้อยค่าของสินทรัพย์เอดีซี ขาดทุนจากการด้อยค่า - 222 -
กำไรสุทธิก่อนรายการพิเศษ 4,567 4,328 5,362 17.4% 23.9%
งบดุล
สินทรัพย์รวม
เพิ่มขึ้น 6.1% จากไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 132,653 ล้านบาท จากเงินสดที่เพิ่มขึ้นหักด้วยมูลค่าสินทรัพย์
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่ลดลง เงินสดเพิ่มมาอยู่ที่ 35,685 ล้านบาท จากการสร้างกระแสเงินสดอย่างแข็งแกร่ง
หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย
มีระดับใกล้เคียงจากไตรมาสที่ผ่านมาที่ระดับ 35,639 ล้านบาทโดยมีหนี้ที่ถึงกำหนดต้องชำระในปี 2553 เท่ากับ
493 ล้านบาท ซึ่งจะชำระในไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 4 ต้นทุนกู้ยืมเฉลี่ยคงอยู่ที่ระดับ 4.8% โดยทำการ
ประกันความเสี่ยงเงินกู้สกุลต่างประเทศไว้
ส่วนของผู้ถือหุ้น
เพิ่มขึ้น 7.1% จากไตรมาส 4/2552 จากกำไรสะสมที่สูงขึ้น ระดับกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรในไตรมาส
1/2553 อยู่ที่ 51,119 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาส 4/2552 อยู่ที่ระดับ 46,146 ล้านบาท
ตาราง 8 - งบดุล (ล้านบาท) / (% ของสินทรัพย์รวม)
ไตรมาส 4/2552 ไตรมาส 1/2553
เงินสด 25,167 20.1% 35,685 26.9%
เงินลงทุนระยะสั้น 44 0.0% 1,954 1.5%
ลูกหนี้การค้า 5,773 4.6% 5,604 4.2%
สินค้าคงเหลือ 629 0.5% 759 0.6%
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ 1,958 1.6% 2,097 1.6%
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 33,571 26.9% 46,099 34.8%
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 69,715 55.8% 65,774 49.6%
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน-สุทธิ 6,286 5.0% 5,806 4.4%
สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 10,052 8.0% 9,997 7.5%
อื่นๆ 5,402 4.3% 4,977 3.8%
รวมสินทรัพย์ 125,026 100.0% 132,653 100.0%
เจ้าหนี้การค้า 2,729 2.2% 3,448 2.6%
ส่วนของเงินกู้ที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี 497 0.4% 482 0.4%
ผลประโยชน์ตอบแทนค้างจ่าย 3,070 2.5% 4,280 3.2%
อื่นๆ 10,287 8.2% 11,555 8.7%
รวมหนี้สินหมุนเวียน 16,583 13.3% 19,764 14.9%
หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 35,654 28.5% 35,639 26.9%
รวมหนี้สิน 53,215 42.6% 55,762 42.0%
รวมส่วนผู้ถือหุ้น 71,811 57.4% 76,890 58.0%
สภาพคล่อง
จากอัตราส่วน current ratio ณ ไตรมาส 1/2553 ใกล้เคียงกับไตรมาส 4/2552 และเมื่อเปรียบเทียบกับ
ไตรมาส 1/2552 อัตราส่วน current ratio เพิ้มขึ้นจาก 1.73 มาที่ระดับ 2.33 เนื่องจากเงินสดที่
เพิ่มมากขึ้นและเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลง
โครงสร้างเงินทุน
ยังคงแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.73 ปริมาณเงินสดที่มีทำให้บริษัทอยู่ใน
สถานะมีเงินสดสุทธิ โดยสถานะเงินสดสุทธินี้จะเปลี่ยนเมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผล 8.30 บาทต่อหุ้นในวันที่
30 เมษายน 2553 นี้
ตาราง 9 - อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส
1/2552 4/2552 1/2553
(ยังมีต่อ)