ำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร

06 พฤศจิกายน 2552
ลดลง (2) รายรับค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (ไม่หักรายจ่าย) จะลดลง อย่างไรก็ตามคาดว่ารายรับ ค่าเชื่อมโยงโครงข่ายสุทธิจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2551 (3) ต้นทุนการดำเนินงานต่ำลง เนื่องจากมีค่าซ่อมบำรุงโครงข่ายลดลง ประกอบกับบริษัทได้ผลักดันการเติมเงินระบบพรีเพด ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งช่วยลดต้นทุนบัตรเติมเงินลง รวมถึงมีค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่าย ในการบริหารต่ำลง จากสภาวะที่มีการจับจ่ายของผู้บริโภคลดลงขณะที่การแข่งขันที่ยังทรงตัว เอไอเอส ได้ปรับลดเงินลงทุนเครือข่ายลงเป็น 11,000 ล้านบาท จากประมาณการเดิมที่ 13,000 - 15,000 ล้านบาท มาตรการในการควบคุมต้นทุนทั้งในด้านการดำเนินงานและเงินลงทุนเครือข่ายมีเป้าหมายเพื่อรักษา สถานะของกระแสเงินสดหลังหักเงินลงทุน ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยคาดว่าจะมีกระแสเงินสดหลังหักเงินลงทุนเพิ่มจากปีที่แล้ว 15% คาดว่ารายได้จากการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จะลดลงมาก เนื่องจากผู้บริโภคลดการใช้จ่ายลง ประกอบกับบริษัทโนเกียได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นมา ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีขอบเขตการจำหน่ายลดลง โดยจำกัดอยู่เพียงในกรุงเทพฯ เท่านั้น ในปี 2552 คาดว่าธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จะไม่มีกำไรในระยะสั้น นอกจากนี้บริษัทมีนโยบาย ที่จะบริหารสต๊อกให้อยู่ในระดับต่ำ แม้ในระยะสั้นธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จะได้รับผลกระทบ จากภาวะเศรษฐกิจและมีขนาดของธุรกิจเล็กลง แต่ยังเป็นส่วนสำคัญซึ่งจะช่วยส่งเสริมกลยุทธ์ ในการเติบโตธุรกิจด้านการบริการของเอไอเอส รวมถึงการเปิดตลาดบริการ 3G ในอนาคต ในช่วงครึ่งหลังของปี 2552 คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อจำนวนประชากรจะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 100% โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการในตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้รายได้เฉลี่ย ต่อเลขหมายลดลง คุณภาพที่เหนือกว่า และตราสินค้าที่มีความโดดเด่นของเอไอเอส ทำให้เอไอเอส ครองตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ได้ ทั้งนี้ในช่วงเศรษฐกิจขาลง ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างหันมาให้ความสำคัญกับฐานลูกค้าเดิมโดยมุ่งเน้นการคงปริมาณการใช้งาน ร่วมกับคุณภาพของผู้ใช้บริการ และความยึดมั่นในแบรนด์จากเดิมที่มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่ ซึ่งทำให้มีการใช้หลายหมายเลข (multiple SIMs) มากขึ้น ใบอนุญาต 3G เป็นจุดสำคัญของเอไอเอสในปี 2552 เอไอเอสได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถประมูลใบอนุญาต 3G ใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี และเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการทั้งหลายในอุตสาหกรรมภายใต้โครงสร้างต้นทุนที่เท่าเทียมกัน โดยเอไอเอสคาดว่ากทช.จะสามารถเปิดให้ประมูลใบอนุญาต3G บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz ได้ ภายในไตมาส 1/2553 ในแง่ของการดำเนินงาน เอไอเอสได้มีการเตรียมตัวและมีความพร้อมที่จะ ออกให้บริการโดยเร็ว ในแง่การเงินเอไอเอสมีความแข็งแกร่งทางการเงินที่เพียงพอ สามารถ สนับสนุนการลงทุนได้ โดยส่วนหนึ่งเห็นได้จากความสำเร็จ ในการออกหุ้นกู้ในช่วงเดือนมกราคม 2552 ที่ผ่านมา แม้ว่าภาพของเศรษฐกิจมหภาคของปี 2552 นี้จะมีความท้าทาย แต่ด้วยประโยชน์จากการ เป็นผู้ประกอบการโครงข่ายขนาดใหญ่ และมีความแข็งแกร่งทางการเงิน จะช่วยทำให้เอไอเอส สามารถเติบโตได้ในปีที่ยากลำบากนี้ ในเอกสารชุดนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต (ไม่ว่าจะเป็นการประมาณการทางด้านการเงินหรือการประมาณการทางด้านธุรกิจในส่วนอื่นๆ) ตัวอย่างของคำที่ใช้ในการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น "อาจจะ", "จะ", "คาดว่า", "ประมาณ", "เชื่อว่า" เป็นต้น แม้ว่าประมาณการดังกล่าวจะประเมินขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นฐาน บริษัทฯ ไม่สามารถรับประกันหรือยืนยันได้ว่า การประมาณการดังกล่าวจะเกิดขึ้นตรงตามที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ในอนาคต ดังนั้นผู้ใช้ข้อมูล ดังกล่าวจึงควรระมัดระวังในการใช้ข้อมูลประมาณการข้างต้น มุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มและกลยุทธ์ต่อการลงทุน 3G ประมาณการเติบโตของผู้ใช้บริการ อัตราการใช้งานโทรศัพท์มือถือถึงระดับ 120% ของจำนวน โดยรวมทั้งอุตสาหกรรม ประชากรใน 3 ปี อัตราการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง อยู่ในช่วง 7-10% ของจำนวนประชากใน 3 ปี รายได้การให้บริการไม่รวม IC 3% CAGR ในช่วง 3 ปี (CAGR = Compound Annual Growth Rate หรืออัตราการเติบโตต่อปีแบบสะสม) เงินลงทุนในเครือข่าย 50,000 ล้านบาทสำหรับเครือข่าย 2G และ 3G ในช่วง 3 ปี (10% ของเงินลงทุน 50,000 ล้านบาทใช้ในเครือข่าย 2G) ระยะเวลาการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ เฉลี่ย 7 ปีสำหรับสินทรัพย์เครือข่าย 3G อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและ 42-43% ในช่วง 3 ปีที่ลงทุน ค่าเสื่อม (EBITDA margin) โครงสร้างเงินทุนบริษัท อัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมที่ระดับ 0.55 มุมมองต่อการเติบโตของตลาด บริษัทคาดการณ์ว่าภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อจำนวน ประชากรจะเพิ่มขึ้นถึง 120% จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัดประกอบกับ การถือหลายหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้งาน (Multiple SIMs) ขณะที่คาดว่ารายได้จากการให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีอัตราการเติบโตแบบ CAGR 3% ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยมีรายได้จากการ ให้บริการเสียงลดลงด้วยอัตราการเติบโตเพียงช่วงต้นของหลักหน่วย แต่มีการให้บริการด้านข้อมูลและ บรอดแบนด์ไร้สายเติบโตสูงถึงสองหลักเข้ามาชดเชย ทั้งนี้ ปัจจัยที่คาดว่าจะทำให้บริการเสียงลดลง จะเกิดจากสภาวะการแข่งขันในตลาดที่อิ่มตัว ส่งผลให้ราคาลดลง รายได้จากบริการสื่อสารข้อมูลจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากวิถีดำเนินชีวิตของผู้บริโภคซึ่งเปลี่ยนไป ในทิศทางที่จะใช้บริการแบบไร้สายและรวดเร็ว โดยการเติบโตนี้มาจากการใช้งานประเภท Non-Messaging ปัจจุบันตลาดอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายอยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงคาดว่า อัตราการใช้บริการของอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงต่อประชากรจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7-10% ใน 3 ปีหรือเทียบเท่าประมาณ 4-7 ล้านคนของผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย บริษัทมองว่าประเทศไทยมีโอกาสในการเติบโตของการใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย อีกมาก เนื่องจากมีข้อจำกัดจากจำนวนโทรศัพท์พื้นฐานที่มีน้อยทำให้มีการเข้าถึงผ่าน ADSL น้อย ในขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตปัจจุบันมีถึง 13.5 ล้านคนและส่วนใหญ่ยังพึ่งพาการเชื่อมต่อ แบบ dial-up ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ และใช้งานในที่ทำงาน หรือโรงเรียน กลุ่มผู้ใช้บริการ 3G ในปีแรกจะมุ่งเน้นที่ลูกค้าที่ชอบเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผู้ที่มีโทรศัพท์มือถือที่รองรับ เทคโนโลยี 3G อยู่แล้ว และอยู่ในพื้นที่ที่เครือข่าย 3G ครอบคลุมและด้วยการขยายโครงข่าย อย่างเต็มที่ใน 2-3 ปีแรก ลูกค้าส่วนใหญ่คาดว่าจะย้ายมาใช้บริการ 3G จากเครื่องโทรศัพท์มือถือ ที่ถูกลงและเครือข่าย 3G ที่ครอบคลุมมากขึ้น การลงทุนในเครือข่ายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อตอบรับการเจริญเติบโตของธุรกิจ 3G บริษัทจะใช้เงินลงทุนในเครือข่ายทั้งหมดประมาณ 50,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยร้อยละ 10 จะใช้สำหรับบำรุงรักษาโครงข่าย 2G แผนการขยายโครงข่าย 3G ได้แก่สถานีใหม่สำหรับโครงข่าย 3G การเพิ่มช่องทางการสื่อสาร ผ่านสายไฟเบอร์ออปติก การลงทุนในอุปกรณ์สวิทชิ่ง รวมไปถึงอุปกรณ์ทางด้านไอทีต่างๆ ด้วยเม็ดเงินลงทุนในโครงข่าย 3G นี้ จะทำให้บริษัทสร้างเครือข่ายที่ครอบคลุมตามข้อกำหนดของ กทช คือครอบคลุม 50% ของจำนวนประชากรใน 2 ปี และ ครอบคลุม 80% ของจำนวนประชากร ใน 4 ปี การขยายโครงข่าย 3G มีแนวทางที่จะให้เป็นโครงข่ายที่ไม่ต้องพึ่งพาโครงข่ายเดิม อย่างไรก็ดีในช่วงแรกบางส่วนของโครงข่ายเช่น ระบบส่งข้อมูล เสาอากาศหรือพื้นที่ตั้งของสถานี จะเช่าจากโครงข่าย 2G โดยค่าเช่าจะเป็นไปตามอัตราการแบ่งรายได้ที่ระบุไว้ในสัญญา ร่วมการงาน นอกจากนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง แม้อยู่นอก บริเวณครอบคลุมของเครือข่าย 3G แนวทางในการมีสัญญาเชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างโครงข่าย 3G และ 2G ตามแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน และการคิดค่าโรมมิ่งใดๆที่โครงข่าย 2G จะได้รับนั้น จะมีการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ตามหลักเกณฑ์ที่สัญญาร่วมการงานกำหนดไว้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เป็นเงินสดประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงข่ายและค่าใช้จ่าย ในการขายและบริหาร จะเพิ่มขึ้นในช่วงสามปีแรก การขยายพื้นที่ครอบคลุมและการเพิ่มจำนวน สถานีฐานของโครงข่าย 3G จะทำให้ต้นทุนบำรุงรักษาโครงข่าย ค่าสาธารณูปโภค ค่าเช่าสถานี และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับโครงข่ายสูงขึ้น การสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ 3G และรายการ ส่งเสริมการขายต่างๆ จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 4-5% ของรายรับทั้งหมด จากปัจจุบันที่ระดับ 3% ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นนี้บางส่วนจะถูกชดเชยจากค่าธรรมเนียมที่ลดลง จากการให้บริการ 3G ดังนั้น อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA margin) คาดว่าจะอยู่ในช่วง 42-43% ในช่วงปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 ของการเปิดให้บริการ 3G กระแสเงินสดและโครงสร้างเงินทุน บริษัทมีเป้าหมายในระยะยาวที่จะสร้างการเจริญเติบโตและความยั่งยืนในการสร้างกระแสเงินสด หลังหักเงินลงทุน และเป็นเป้าหมายระยะยาวในการสร้างมูลค่าของผู้ถือหุ้น ธุรกิจ 3G จะช่วยให้ บริษัทมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นในระยะกลางไปจนถึงระยะยาวจากโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนไปคือ จากค่าธรรมเนียมที่ลดต่ำลงและศักยภาพในการเติบโตด้านการให้บริการข้อมูลและอินเตอร์เน็ตไร้สาย ความเร็วสูง เหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มรายได้และกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) ในระยะยาวคาดว่าอัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (Net debt to EBITDA) จะเพิ่มขึ้นเป็น 0.55 เท่า เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนโครงข่ายสูงขึ้น ประกอบกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่คาดว่าจะลดลงในระยะสั้น การปรับระดับการกู้ยืม ให้สูงขึ้นช่วยให้บริษัทสามารถขยายการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยังคงสามารถให้ผลตอบแทน ต่อผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ในเอกสารชุดนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต (ไม่ว่าจะเป็นการประมาณการทางด้านการเงินหรือการประมาณการทางด้านธุรกิจในส่วนอื่นๆ) ตัวอย่างของคำที่ใช้ในการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น "อาจจะ", "จะ", "คาดว่า", "ประมาณ", "เชื่อว่า" เป็นต้น แม้ว่าประมาณการดังกล่าวจะประเมินขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นฐาน บริษัทฯ ไม่สามารถรับประกันหรือยืนยันได้ว่า การประมาณการดังกล่าวจะเกิดขึ้นตรงตามที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ในอนาคต ดังนั้นผู้ใช้ข้อมูล ดังกล่าวจึงควรระมัดระวังในการใช้ข้อมูลประมาณการข้างต้น สรุปตัวเลขทางการเงิน งบการเงินรวม 9 เดือนแรก/ 9 เดือนแรก/ %เปลี่ยนแปลง 2551 2552 เทียบกับ 9 เดือนแรก/2551 รายได้จากการให้บริการ 75,509 71,200 -5.7% รายได้จากการขาย 9,012 5,267 -41.6% รายได้รวม 84,521 76,468 -9.5% รายได้จากการขาย (31,339) (30,044) -4.1% ส่วนแบ่งรายได้ (15,197) (14,712) -3.2% ต้นทุนขาย (8,336) (5,046) -39.5% กำไรขั้นต้น 29,649 26,666 -10.1% ค่าใช้ในการขายและบริหาร (7,805) (7,141) -8.5% EBITDA 35,820 34,373 -4.0% EBT 22,728 18,528 -18.5% กำไรสุทธิ 15,989 12,949 -19.0% งบการเงินรวม ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส %เปลี่ยนแปลง %เปลี่ยนแปลง 3/2551 2/2552 3/2552 เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส 3/2551 ไตรมาส 2/2552 รายได้จากการให้บริการ 24,623 23,553 23,381 -5.0% -0.7% รายได้จากการขาย 2,905 1,644 1,590 -45.3% -3.3% รายได้รวม 27,528 25,197 24,970 -9.3% -0.9% รายได้จากการขาย (10,348) (10,020) (9,958) -3.8% -0.6% ส่วนแบ่งรายได้ (4,990) (4,849) (4,881) -2.2% 0.7% ต้นทุนขาย (2,730) (1,599) (1,459) -46.6% -8.8% กำไรขั้นต้น 9,461 8,729 8,673 -8.3% -0.6% ค่าใช้ในการขายและบริหาร (2,696) (2,387) (2,339) -13.2% -2.0% EBITDA 11,495 11,289 11,432 -0.5% 1.3% EBT 6,469 6,007 5,991 -7.4% -0.3% กำไรสุทธิ 4,533 4,197 4,184 -7.7% -0.3% รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 3/2551 2/2552 3/2552 โพสต์เพด - บริการเสียง 18.0% 18.3% 18.1% พรีเพด - บริการเสียง 58.6% 58.2% 56.7% โพสต์เพด - บริการข้อมูล 5.4% 6.7% 7.6% พรีเพด - บริการข้อมูล 8.1% 9.1% 9.7% บริการโรมมิ่งต่างประเทศ 4.4% 2.7% 2.9% อื่น ๆ (IDD, ค่าธรรมเนียม) 5.5% 5.0% 4.9% รายได้จากการขาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 95.9% 92.3% 91.0% ซิมการ์ด 4.1% 7.7% 9.0% ต้นทุนค่าบริการไม่รวม IC ค่าเสื่อมราคาโครงข่าย 68.5% 70.5% 72.9% ต้นทุนโครงข่าย 9.4% 10.1% 9.9% ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย 7.6% 5.2% 4.9% อื่นๆ 14.5% 14.2% 12.3% ต้นทุนค่าขาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 97.5% 96.0% 96.6% ซิมการ์ด 2.5% 4.0% 3.4% งบดุลรวม ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 3/2551 2/2552 3/2552 สินทรัพย์หมุนเวียน 23,534 36,162 30,647 สินทรัพย์ถาวร 82,119 76,899 73,919 รวมสินทรัพย์ 127,227 131,698 123,679 รวมหนี้สิน 54,199 59,203 55,659 กำไรสะสม 47,334 46,745 42,040 รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 73,029 72,495 68,021 อัตราส่วนทางการเงิน ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 3/2551 2/2552 3/2552 EBITDA Margin 41.7% 44.8% 45.8% Interest Coverage (x) 16.1 13.3 13.8 DSCR (x) 3.8 5.4 13.7 หนี้สินสุทธิ / EBITDA (x) 0.42 0.26 0.31 หนี้สินสุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น (%) 0.26 0.16 0.21 หนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้น (x) 0.74 0.82 0.82 Free cash flow to EV (%) 8.3% 10.7% 10.3% กำไรต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) 24.1% 23% 24.6% สรุปตัวเลขการดำเนินงาน จำนวนผู้ใช้บริการ ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 3/2551 2/2552 3/2552 จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 2,410,400 2,672,200 2,755,600 จีเอสอ็ม 1800 78,600 78,300 79,000 โพสต์เพด 2,489,000 2,750,500 2,834,600 พรีเพด 24,285,600 25,151,500 25,447,700 รวมจำนวนผู้ใช้บริการ 26,774,600 27,902,000 28,282,300 ผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น (Net additions) โพสต์เพด 149,000 87,300 84,100 พรีเพด 660,900 232,900 296,200 รวมจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 809,900 320,200 380,300 Churn rate (%) โพสต์เพด 1.7% 2.0% 2.2% พรีเพด 5.1% 4.9% 5.0% ค่าเฉลี่ย 4.8% 4.7% 4.8% ส่วนแบ่งตลาดของจำนวนผู้ใช้บริการ* โพสต์เพด 41% 44% n/a พรีเพด 45% 45% n/a รวม 45% 45% n/a ARPU ไม่รวม IC (บาท) จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 711 645 641 จีเอสเอ็ม 1800 676 631 622 โพสต์เพด 709 645 640 พรีเพด 206 188 184 ค่าเฉลี่ย 252 232 229 ARPU รวม IC (บาท) จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 661 605 600 จีเอสเอ็ม 1800 657 615 605 โพสต์เพด 661 605 600 พรีเพด 214 196 191 ค่าเฉลี่ย 255 236 232 MOU (จำนวนนาทีที่โทรออก) จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ 550 529 522 จีเอสเอ็ม 1800 473 470 469 โพสต์เพด 548 527 521 พรีเพด 262 239 240 ค่าเฉลี่ย 288 267 268 Traffic % outgoing to total minute 49% 48% 48% % on-net to total outgoing minute 75% 78% 79%