คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร
13 สิงหาคม 2552
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร
บทวิเคราะห์สำหรับผู้บริหาร
ผลประกอบการในไตรมาส 2/2552 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางฤดูกาลและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะเหตุการณ์
ความไม่สงบทางการเมืองในช่วงสงกรานต์ และการแพร่กระจายของเชื้อไข้หวัด H1N1 บริษัทจึงมีผลประกอบการในครึ่งปีแรก
ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ยังได้ปรับคาดการณ์ของผลประกอบการในปี 2552 โดยมองว่าภาวะในช่วงครึ่งปีหลัง
จะอยู่ในเชิงลบมากกว่าเดิม เนื่องจากการแพร่กระจายของเชื้อไข้หวัด H1N1 มีแนวโน้มจะยืดเยื้อต่อไป ส่งผลให้เศรษฐกิจ
ที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลังเป็นไปได้ช้าลง รวมถึงความกดดันต่อภาวะความเชื่อมั่นของผู้บริโภคราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
และความไม่แน่นอนทางการเมือง
คาดว่ากระแสเงินสดหลักหักเงินลงทุน (Free cash flow) จะเพิ่มขึ้น 15% จากปีที่แล้ว แม้ว่าบริษัทได้ปรับลดประมาณการ
รายได้ลงเป็น -3% ถึง 0% เพื่อให้สอดคล้องกับผลประกอบการซึ่งต่ำกว่าคาดในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 และแนวโน้มครึ่งปีหลัง
ที่คาดว่าการฟื้นตัวของปริมาณการใช้งานในประเทศจะเป็นไปได้ช้าลง โดยเฉพาะรายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติที่คาดว่า
จะลดลง 30% จากปี 2551 ปัจจัยหนึ่งที่จะส่งเสริมการเติบโตของกระแสเงินสดมาจากความสำเร็จในการควบคุมค่าใช้จ่าย
ในการดำเนินงานซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จาก Service EBITDA margin* ที่เพิ่มขึ้นจาก 45.2% เป็น 44.6% ในครึ่งปีแรก
อีกทั้ง บริษัทได้ปรับลดปริมาณเงินลงทุนในเครือข่ายลงเป็น 11,000 ล้านบาท โดยใช้ไปแล้วในครึ่งแรกจำนวน 5,951 ล้านบาท
ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดหลังหักเงินลงทุนในครึ่งปีแรกจำนวน 16,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว
บริการด้านข้อมูลยังมีการเติบโตดีเนื่องจากลูกค้าในกลุ่มที่ใช้อินเตอร์เนตซิมเติบโตสูง โดยอัตราการเติบโตของบริการอินเตอร์เนต
ผ่านมือถือสูงถึง 39% จากครึ่งแรกของปีที่แล้ว กลุ่มลูกค้านิยมซื้ออุปกรณ์เชื่อมต่อที่เป็น USB modem เพื่อการเชื่อมต่ออินเตอร์เนต
จากโน๊ตบุ๊คมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาเน็ทบุ๊คที่ค่อนข้างถูก แสดงให้เห็นถึงความต้องการด้านการใช้อินเตอร์เนตไร้สาย
แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว
การแข่งขันมุ่งเน้นรักษาปริมาณการใช้งานของฐานลูกค้าเดิม มากกว่าการหาฐานลูกค้าใหม่ เห็นได้จากจำนวน net addition
ของทั้งอุตสาหกรรมต่ำลง ทั้งนี้ กลยุทธ์ที่ใช้เพื่อคงปริมาณการใช้งานของลูกค้าของเอไอเอสในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ได้แก่
การออกโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ใหม่ โดยมีค่าธรรมเนียมการใช้งานต่ำลง คือ โปรโมชั่นงานเข้าที่ 49 บาท จากโปรโมชั่นเดิมโทรฟรี
กลางวัน 199 บาท นอกจากนี้ แบรนด์ "สวัสดี" ที่จับกลุ่มลูกค้าที่มีปริมาณการใช้งานน้อย ก็เป็นกุญแจสำคัญในการขยายฐานลูกค้า
ไปยังพื้นที่ที่ยังมีการใช้งานต่ำ รวมถึงขยายจำนวนวันใช้งานให้ในการเติมเงินมูลค่าต่ำเพื่อกระตุ้นการใช้งาน ส่วนด้านการขยาย
ฐานลูกค้าโพสต์เพดก็มีคุณภาพและรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายในระดับที่เหมาะสม เป็นผลจากความสำเร็จของโปรโมชั่น "Mixed & Match"
เนื่องจากสามารถเข้าใจได้ง่าย และมีอัตราค่าบริการอยู่ในระดับใกล้เคียงกับพรีเพดและราคาของคู่แข่ง ส่งผลให้โปรโมชั่น
มีความน่าสนใจดึงดูดต่อทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ รวมถึงลูกค้าพรีเพดที่สนใจอยากใช้บริการโพสต์เพดด้วย
* Service EBITDA margin เป็นอัตราการทำกำไรที่คำนวณจากงบการเงินเดี่ยวของเอไอเอสเพื่อดูผลของธุรกิจด้านบริการ
ที่ไม่รวมผลของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์
สรุปผลการดำเนินงาน
จำนวนผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 2/2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 27.9 ล้านเลขหมาย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากตลาดต่างจังหวัด
ARPU และ ปริมาณการใช้งาน ลดลงเป็นผลมาจากปัจจัยทางฤดูกาล ประกอบกับรายได้ IR ที่ต่ำลง
จำนวนผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 2/2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 27.9 ล้านเลขหมาย โดยเพิ่มขึ้น (net addition) 320,000
เลขหมาย คิดเป็นการเติบโต 1.2% จากฐานลูกค้าในไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมี net addition 272,000
เลขหมาย และเติบโต 7.5% จากฐานลูกค้า ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 ที่มี net addition 877,000
เลขหมาย โดยการเติบโตในช่วงที่ผ่านมายังเป็นกลุ่มตลาดต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานเป็นหลัก
ARPU & MOU ลดลงเป็นผลจากปัจจัยทางฤดูกาลที่มีปริมาณการใช้งานต่ำ รวมถึงรายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติ (IR)
ที่ต่ำลง ในไตรมาส 2/2552 ARPU กลุ่มโพสต์เพด รวมรายรับค่าไอซีสุทธิเท่ากับ 605 บาท ลดลงจาก
ไตรมาสที่แล้ว 4.6% ขณะที่ MOU ค่อนข้างทรงตัว เป็นผลจากจากปริมาณการใช้งานของลูกค้าในโปรโมชั่น
Mix & Match โดยลดลง 0.8% จากไตรมาส 1/2552 สำหรับ ARPU กลุ่มพรีเพด รวมรายรับค่าไอซีสุทธิ
เท่ากับ 196 บาท ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว 3.4% ขณะที่ MOU ลดลง 1.6% เทียบกับไตรมาส 1/2552
สรุปผลประกอบการเชิงการเงิน
รายได้การบริการไม่รวม IC ลดลง 5.4% จากไตรมาส 2/2551 เนื่องจากปริมาณการใช้งานลดลง โดยเฉพาะบริการ
ข้ามแดนอัตโนมัติ (IR)
EBITDA ลดลง 6.3% จากไตรมาส 2/2552 เป็นผลจากรายได้ที่ต่ำลง
กำไรสุทธิ ในไตรมาส 2/2552 เท่ากับ 4,197 ล้านบาท ลดลง 18% เทียบกับไตรมาส 2/2551 เป็นผลจากค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
รายได้การให้บริการไม่รวม IC ไตรมาส 2/2551 ไตรมาส 1/2552 ไตรมาส 2/2552 %เปลี่ยนแปลง %เปลี่ยนแปลง
(ล้านบาท) เทียบกับ เทียบกับ
ไตรมาส 2/2551 ไตรมาส 1/2552
รายได้จากบริการเสียง 16,287 77.3% 15,422 75.1% 15,244 76.5% -6.4% -1.2%
โพสต์เพด (เสียง) 3,844 18.3% 3,674 17.9% 3,650 18.3% -5.0% -0.7%
พรีเพด (เสียง) 12,443 59.1% 11,747 57.2% 11,593 58.2% -6.8% -1.3%
รายได้จากบริการข้อมูล 2,666 12.7% 3,168 15.4% 3,151 15.8% 18.2% -0.5%
รายได้โรมมิ่งต่างประเทศ 952 4.5% 832 4.0% 547 2.7% -42.5% -34.2%
อื่นๆ (โทรต่างประเทศและอื่นๆ) 1,155 5.5% 1,125 5.5% 990 5.0% -14.3% -12.0%
รวมรายได้จากการให้บริการ 21,060 100.0% 20,546 100.0% 19,932 100.0% -5.4% -3.0%
รายได้การบริการไม่รวม IC ในไตรมาส 2/2552 ลดลง 3% จากไตรมาสที่แล้วโดยมีปัจจัยสำคัญจากรายได้ข้ามแดนอัตโนมัติ (IR)
ที่ลดลงมาก เนื่องจากเหตุการณ์ไข้หวัด H1N1 ซึ่งระบาดตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ขณะเดียวกันผลกระทบจากปัจจัยทางฤดูกาล
ประกอบกับวันหยุดยาวกว่าปกติช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ปริมาณ
การใช้งานการโทรภายในประเทศลดลงเช่นกัน ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2551 แล้ว บริษัทมีรายได้จากการบริการไม่รวม IC
ลดลง 5.4% ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจขาลง เหตุการณ์ความไม่สงบช่วงสงกรานต์รวมถึงการระบาดของไข้หวัดได้ส่งผลให้ปริมาณ
การใช้งานลดลง
รายได้จากบริการเสียง ลดลง 1.2% จากไตรมาส 1/2552 เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาลส่งผลให้ปริมาณการใช้งานทั้งด้านพรีเพดและ
โพสต์เพดลดลง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 เอไอเอสมีรายได้จากบริการเสียงลดลง 6% จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว โดยเป็นผล
มาจากสภาวะเศรษฐกิจ
รายได้จากบริการด้านข้อมูล ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552เนื่องจากปริมาณการส่ง SMS ซึ่งลดลงจากช่วงเทศกาล
ปีใหม่ในไตรมาสแรก แต่การใช้งานอินเตอร์เนตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการดาวน์โหลดคอนเทนต์เติบโตขึ้นมากจึงช่วยทดแทน
รายได้ SMS ที่ลดลง
รายรับสุทธิค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (net IC) เท่ากับ 319 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจาก 273 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2552
ขณะที่ปริมาณการโทรเข้ามายังเครือข่ายเอไอเอสลดลงอย่างต่อเนื่อง (-2.7%) แต่ปริมาณการโทรออกไปยังเครือข่ายอื่นลดลงมาก
(-4.2%) บริษัทจึงมีรายรับ IC สุทธิสูงขึ้น โดยในไตรมาส 2/2552 ปริมาณการโทรภายในเครือข่ายคิดเป็น 78% เพิ่มขึ้นจาก
77% ในไตรมาสที่แล้ว
รายได้จากการขาย ลดลง 19% จากไตรมาส 1/2552 และลดลง 48% จากไตรมาส 2/2551 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจหดตัว
ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง นอกจากนี้บริษัทโนเกียได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดจำหน่ายตั้งแต่
เดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เอไอเอสมีขอบเขตการจำหน่ายลดลง เหลือเพียงในกรุงเทพฯ เท่านั้น Sales margin ในไตรมาสนี้
เท่ากับ 2.7% เทียบกับ 2.2% ในไตรมาส 1/2552 และ 8.8% ในไตรมาส 2/2551 เป็นผลจากการเร่งระบายสินค้าในสต๊อกที่ค้าง
เนื่องจากบริษัทดำเนินนโยบายควบคุมบริหารสต๊อกสินค้าให้อยู่ในระดับต่ำ จากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ผู้บริโภคไม่มั่นใจในการจับจ่าย
%เปลี่ยนแปลง %เปลี่ยนแปลง
(ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส เทียบกับ เทียบกับ
ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย 2/2551 1/2552 2/2552 ไตรมาส 2/2551 ไตรมาส 1/2552
รายรับค่า IC 4,144 3,721 3,621 -12.6% -2.7%
รายจ่ายค่า IC 4,080 3,447 3,302 -19.1% -4.2%
สุทธิ รับ / (จ่าย) 64 273 319 396.0% 16.8%
ต้นทุนการให้บริการไม่รวม IC
ค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย 4,426 4,596 4,733 6.9% 3.0%
ต้นทุนโครงข่าย 628 651 679 8.1% 4.3%
ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย 427 428 350 -18.0% -18.1%
อื่นๆ 929 944 957 2.9% 1.4%
ต้นทุนการให้บริการไม่รวมค่า IC 6,411 6,618 6,719 4.8% 1.5%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ค่าใช้จ่ายการตลาด 572 519 658 15.0% 26.8%
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 2,002 1,896 1,729 -13.6% -8.8%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,574 2,415 2,387 -7.3% -1.2%
% ค่าใช้จ่ายการตลาดเมื่อเทียบ กับรายได้ (ไม่รวมIC) 2.0% 2.0% 2.6%
% ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญต่อรายได้โพสต์เพด 2.2% 3.6% 3.9%
% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ (ไม่รวม IC) 9.1% 9.2% 9.5%
EBITDA (ล้านบาท)
กำไรจากการดำเนินงาน 7,365 6,849 6,342 -13.9% -7.4%
ค่าเสื่อมราคาที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 752 765 836
ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงข่าย 3,915 4,075 4,146
กำไรจากการขายสินทรัพย์ 57 -1 0
ค่าตอบแทนผู้บริหาร -26 -17 -16
ค่าใช้จ่ายการเงินอื่นๆ -16 -20 -18
EBITDA 12,048 11,652 11,289 -6.3% -3.1%
EBITDA margin 42.5% 44.3% 44.8%
ต้นทุนทางการเงิน
ดอกเบี้ยจ่าย 394 488 478 21.3% -2.0%
ค่าใช้จ่ายการเงินอื่นๆ 16 20 18 17.6% -6.1%
ต้นทุนทางการเงิน 410 508 497 21.2% -2.1%
กำไร (ล้านบาท) หักภาษี การบันทึก ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส %เปลี่ยนแปลง %เปลี่ยนแปลง
2/2551 1/2552 2/2552 เทียบกับ เทียบกับ
ไตรมาส 2/2551 ไตรมาส 1/2552
กำไรสุทธิ 6,333 4,567 197 -33.7% -8.1%
หัก : รายรับจาก DPC หลังหักภาษีตามที่บันทึก ได้ รายได้อื่น (1,217) -
กำไรสุทธิก่อนรายการพิเศษ (Normalized) 5,116 4,567 4,197 -18.0% -8.1%
สำหรับรายได้จากบริการด้านข้อมูลในครึ่งแรกของปี 2552 ยังเติบโตได้ดีที่ 18% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2551 เนื่องจาก
มีลูกค้าที่สมัครแพ็คเกจบริการข้อมูลโดยใช้ data USB modem ของเอไอเอสมากขึ้น ทำให้การเติบโตของการเข้าอินเตอร์เนต
บนโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมากขึ้น
รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติ (IR) ลดลง 34% จากไตรมาส 1/2552 ซึ่งถือว่าลดลงมากกว่าปกติ จากที่ในไตรมาสสอง
โดยปกติจะลดลงประมาณ 16-18% จากไตรมาสแรก สาเหตุเนื่องจากนักท่องเทียวต่างชาติมีจำนวนลดลง เป็นผลจากความกังวล
ด้านความไม่มั่นคงของสถานการณ์ทางการเมืองประกอบกับการระบาดของเชื้อไข้หวัด H1N1 โดยในครึ่งแรกของปี 2552
เอไอเอสมีรายได้จากบริการ IR ลดลง 34% จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว
รายได้อื่น ลดลง 12% จากไตรมาสที่แล้ว และลดลง 14% จากไตรมาส 2/2551 โดยส่วนใหญ่เป็นผลจาก การโทรออก
ต่างประเทศผ่านรหัส 005 ต่ำลงซึ่งได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง
ต้นทุนการให้บริการไม่รวมต้นทุนค่า IC เพิ่มขึ้น 1.5% จากไตรมาส 1/2552 และเพิ่มขึ้น 4.8% จากไตรมาส 2/2551
เป็นผลมากจากค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายสูงขึ้น เนื่องจากเหลือเวลาของอายุสัญญาการให้บริการสั้นลง อย่างไรก็ตามบริษัท
มีค่าซ่อมบำรุงโครงข่ายลดลง 18% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และ ไตรมาส 2/2551 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ
ควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ขณะที่ต้นทุนโครงข่ายเพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 8.1% จากไตรมาส
2/2551 เนื่องจากมีจำนวนสถานีฐานเพิ่มขึ้นเป็น 15,165 สถานี จาก 14,900 ในไตรมาส 1/2552 และ 13,600
ในไตรมาส 2/2551 โดยในครึ่งแรกของปี 2552 ต้นทุนการให้บริการไม่รวมต้นทุนค่า IC เพิ่มขึ้น 4.4% จากค่าตัดจำหน่าย
โครงข่ายซึ่งเพิ่มขึ้น 6% อย่างไรก็ตามเอไอเอสสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการลดลงจากค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย
ประกอบกับต้นทุนของบัตรเติมเงินลดลงเป็นผลจากมีลูกค้านิยมเติมเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (refill on mobile) มากขึ้น
ส่วนแบ่งรายได้ ลดลง 2.7% จากไตรมาส 1/2552 และลดลง 4.0% จากไตรมาส 2/2551 เนื่องจากมีรายได้จาก
การให้บริการลดลง นอกจากนี้ดีพีซี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของเอไอเอส โดยประกอบธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่น 1800 MHz
ได้มีหนังสือแจ้งขอยกเลิกข้อตกลงเรื่องการเชื่อมโยงโครงข่าย (Access Charge) และได้ทำการหยุดจ่ายค่า Access
charge ให้แก่ทีโอที ที่มีมูลค่าประมาณไตรมาสละ 48 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2552 เนื่องจากเห็นว่า
ข้อตกลงดังกล่าวมีสาระที่ขัดต่อประกาศของ กทช. เรื่องค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (Interconnection Charge)
ค่าใช้จ่ายทางการตลาด เพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาส 2/2551 เป็นผลจากที่บริษัท
ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยจัด "คอนเสิร์ต
สวัสดีลูกทุ่งทั่วไทย" รวมไปถึงกิจกรรมฉลองเทศกาลสงกรานต์ อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 บริษัทมีค่าใช้จ่าย
ทางการตลาดลดลง 3.1% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ขณะที่สัดส่วนของค่าใช้จ่ายทางการตลาดต่อรายได้รวม
เท่ากับ 2.3% ซึ่งต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ที่ 3% ของรายได้รวม
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ลดลง 8.8% จากไตรมาส 1/2552 และลดลง 13.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2551
เป็นผลจากค่าใช้จ่ายพนักงานต่ำลง และค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองของโทรศัพท์เคลื่อนที่ในสต๊อกลดลง จากการระบาย
สต๊อกสินค้าในระหว่างไตรมาส การตั้งสำรองหนี้สูญ ในไตรมาส 2/2552 เท่ากับ 3.9% ของรายได้โพสต์เพด
เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.6% ในไตรมาสที่แล้ว และ 2.2% ในไตรมาส 2/2551 เนื่องจากขยายขอบเขตลูกค้าโพสต์เพด
ไปยังกลุ่มที่มีค่าใช้บริการรายเดือนต่ำลง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.9%
จากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2551 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพนักงานลดลงและค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองต่ำลง
รายได้อื่นๆ เท่ากับ 138 ล้านบาท ลดลง 25% จากไตรมาส 1/2551 เนื่องจากรายรับจากดอกเบี้ยลดลง เป็นผลจาก
ปริมาณเงินสดลดลง เมื่อเทียบกับรายได้อื่นๆ ในไตรมาส 2/2552 ลดลงจาก 1,944 ล้านบาท ซึ่งมีรายรับพิเศษ
ที่เกิดจากการยุติข้อพิพาทระหว่างดีพีซีและดีแทค
กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) มีมูลค่า 11,289 ล้านบาท โดยลดลง 3.1% จากไตรมาส 1/2552
และ ลดลง 6.3% จากไตรมาส 2/2551 เป็นผลมาจากรายได้ที่ลดลง อย่างไรก็ตามบริษัทมีรายรับสุทธิค่า IC เพิ่มขึ้น
ประกอบกับค่าซ่อมบำรุงโครงข่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง สำหรับในไตรมาส 2/2552 มี EBITDA margin
เท่ากับ 44.8% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 44.3% ในไตรมาส 1/2552 และ 42.5% ในไตรมาส 2/2551 เป็นผลจาก
สัดส่วนรายได้จากยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง ซึ่งปกติธุรกิจจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่มีอัตรากำไรที่ต่ำกว่า
ธุรกิจการให้บริการมาก ในช่วงครี่งแรกของปี 2552 มี EBITDA เท่ากับ 22,941 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว
5.7% เป็นผลจากรายได้จากการบริการที่ลดลง โดยเฉพาะในส่วนของรายได้พรีเพดและรายได้จากบริการข้ามแดน
อัตโนมัติ อย่างไรก็ตามรายรับสุทธิค่าเชื่อมโยงโครงข่ายปรับสูงขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการ
บริหารลดลง รวมถึงต้นทุนของบัตรเติมเงินต่ำลง โดย EBITDA margin ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2552 เพิ่มขึ้นเป็น
44.5% จาก 42.7% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุหลักจากสัดส่วนของยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง
ต้นทุนทางการเงิน ลดลง 2.1% จากไตรมาสที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2551 เนื่องจากจาก
มียอดเงินกู้เพิ่มขึ้นเป็น 39,317 ล้านบาท จาก30,104 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2551
กำไรสุทธิ ในไตรมาส 2/2552 เท่ากับ 4,197 ล้านบาท ลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่แล้ว เนื่องจาก
ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงข่ายและดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น ขณะที่เมือเทียบกับไตรมาส 2/2551 ลดลง 33.7% เนื่องจาก
รายรับจากดีพีซี หากไม่รวมรายรับดังกล่าวเอไอเอสจะมีกำไร สุทธิลดลง 18.3% ซึ่งเป็นผลจากค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์
โครงข่ายและดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น สำหรับในช่วงเดือนแรกของปี 2552 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 8,764 ล้านบาท ลดลง 14.4%
จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว
โครงสร้างงบดุล ไตรมาส % สิน ไตรมาส % สิน
(ล้านบาท) 1/2552 ทรัพย์รวม 2/2552 ทรัพย์รวม
เงินสด 30,053 21.8% 27,368 20.8%
เงินลงทุนระยะสั้น 20 0.0% 34 0.0%
ลูกหนี้การค้า 5,094 3.7% 5,479 4.2%
สินค้าคงเหลือ 1,266 0.9% 907 0.7%
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ 2,536 1.8% 2,374 1.8%
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 38,968 28.3% 36,162 27.5%
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 79,318 57.6% 76,899 58.4%
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน-สุทธิ 6,529 4.7% 6,437 4.9%
สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 10,075 7.3% 9,940 7.5%
อื่นๆ 2,753 2.0% 2,260 1.7%
รวมสินทรัพย์ 137,644 100.0% 131,698 100.0%
เจ้าหนี้การค้า 3,826 2.8% 3,990 3.0%
ส่วนของหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี 3,889 2.8% 3,923 3.0%
ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีค้างจ่าย 4,058 2.9% 5,166 3.9%
อื่นๆ 10,781 7.8% 9,371 7.1%
รวมหนี้สินหมุนเวียน 22,553 16.4% 22,450 17.0%
หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 39,084 28.4% 39,317 29.9%
รวมหนี้สิน 59,596 43.3% 59,203 45.0%
รวมส่วนผู้ถือหุ้น 78,048 56.7% 72,495 55.0%
สินทรัพย์รวม มีมูลค่า 131,698 ล้านบาท ซึ่งลดลง 4.3% จาก 137,664 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2552 เนื่องจาก
มีปริมาณเงินสดลดลงเป็น 27,368 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2552 จาก 30,053 ล้านบาท ในไตรมาสที่แล้ว
เนื่องจากในเดือนพฤษภาคมบริษัทได้จ่ายเงินปันผลเป็นจำนวน 9,774 ล้านบาท นอกจากนี้ สินทรัพย์ที่เป็นที่ดิน
อาคารและอุปกรณ์-สุทธิลดลงจากไตรมาสที่แล้ว 3.1% เนื่องจากมีค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์สูงกว่ามูลค่าการลงทุนใหม่
สภาพคล่อง เนื่องจากบริษัทมีเงินสดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจากการออกหุ้นกู้จำนวน 7,500 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 1/2552
เอไอเอสจึงสามารถรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูงได้ โดยในไตรมาส 2/2552 มีอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน
(current ratio) เท่ากับ 1.61 ลดลงจาก 1.73 ในไตรมาส 1/2552 นอกจากนี้ สินค้าคงเหลือลดลงมาก
เนื่องจากการระบายสต๊อกโทรศัพท์เคลื่อนที่ ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ในไตรมาส 2/2552 มีมูลค่า 39,317 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 39,084 ล้านบาท ในไตรมาส
1/2552 โดยในไตรมาส 2/2552 นี้บริษัทมีต้นทุนเฉลี่ยในการกู้ยืมเท่ากับ 4.7% จาก 4.8% ในไตรมาส 1/2552
5.3% และ 2/2551 ทั้งนี้บริษัทยังดำเนินนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับหนี้ที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศทั้งจำนวน
(ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส
1/2552 2/2552
หนี้สินรวม / สินทรัพย์รวม 43% 45%
เงินกู้สุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น 12% 16%
หนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้น 76% 82%
โครงสร้างเงินทุน ในไตรมาส 2/2552 เอไอเอสมีสัดส่วนของหนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 82% จาก 76%
ในไตรมาส 1/2552 เป็นผลจากส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างไตรมาส อย่างไรก็ตามโครงสร้าง
เงินทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 16%
(ล้านบาท) ณ สิ้นงวด ยอดที่ต้องจ่ายชำระคืน
6 เดือนแรก/2552 6 เดือนแรก/2552 2553 2554 2555 2556 2557
เงินกู้ระยะยาว (1) 16,420 247 494 9,979 494 494 2,939
หุ้นกู้ระยะยาว (2) 22,897 3,427 - 4,000 5,000 8,000 2,500
รวมเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 39,317 3,674 494 13,979 5,494 8,494 5,439
(1) รวมสัญญาแลกเปลี่ยน swap และ forward (2) รวมต้นทุนในการออกหุ้นกู้
กระแสเงินสด
บริษัทมีสถานะกระแสเงินสดที่ดีรองรับการลงทุนในเครือข่ายและการชำระคืนเงินกู้ โดยใน 6 เดือนแรกของปี 2552
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (ก่อนหักส่วนเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน) เป็นมูลค่า 23,620 ล้านบาท
โดยลงทุนในเครือข่ายและสินทรัพย์ถาวรเป็นจำนวน 5,951 ล้านบาท ชำระคืนเงินกู้มูลค่า 3,516 ล้านบาท
และจ่ายปันผลเท่ากับ 9,774 ล้านบาท
แหล่งที่มาและการใช้ไปของเงินทุน: 6 เดือนแรก/2552
งวด 6 เดือนแรก/2552 ล้านบาท
แหล่งที่มาของเงินทุน การใช้ไปของเงินทุน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังหักดอกเบี้ยและภาษี 23,620 การลงทุนในเครือข่ายและสินทรัพย์ถาวร 5,951
เงินรับจากการกู้ยืมระยะยาว 8,535 เงินปันผลจ่าย 9,774
ดอกเบี้ยรับ 157 ชำระต้นทุนทางการเงิน 1,010
การลงทุน 90 เงินสดเพิ่มขึ้น 11,273
เงินรับจากการขายสินทรัพย์ 11 ชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 3,516
เงินรับจากหุ้นทุนและส่วนเกินทุน 69 ส่วนเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน 959
รวม 32,483 รวม 32,483
มุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มและกลยุทธ์ปี 2552 (ปรับประมาณการ)
ประมาณการเติบโตของผู้ใช้บริการ 5 ล้าน เลขหมาย
โดยรวมทั้งอุตสาหกรรม
ส่วนแบ่งตลาด คงส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้
กระแสเงินสดหลังหักเงินลงทุน** เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปี 2551
รายได้จากการให้บริการ** เติบโต -3% ถึง 0% **ปรับจากประมาณการเดิมที่ 3-4%
ค่าใช้จ่ายทางการตลาด 3% ของรายได้รวม (เท่ากับ 3.5% ของรายได้รวมไม่รวมรายรับค่าเชื่อมโยงโครงข่าย)
ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงข่าย** เพิ่มขึ้น 7-8% (ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายที่บันทึกไว้ในต้นทุนบริการเท่านั้น
(ยังมีต่อ)