คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ไตรมาส 2/2551

13 สิงหาคม 2551
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2551 สรุปผลการดำเนินงาน * ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 เอไอเอสมีจำนวนผู้ใช้บริการรวม 26 ล้านราย โดย เพิ่มขึ้นกว่า 8 แสนรายจากไตรมาสก่อน * รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) ลดลงเล็กน้อย และการใช้งานต่อ เลขหมาย (MOU) ยังคงตัวจากไตรมาสก่อน * รายได้ต่อนาที (RPM) ยังคงลดลงต่อเนื่องซึ่งเป็นผลจากโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ จำนวนผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 มีทั้งสิ้น 26 ล้านเลขหมาย โดยเพิ่มขึ้น 877,000 ราย หรือ 3.5% จากไตรมาสก่อน และ 14.4% จากไตรมาสเดียวกันในปี 2550 โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวในต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มพรีเพดที่มีการ เติบโตดี ในขณะที่มีอัตราจำนวนลูกค้าที่ย้ายออกหรือเปลี่ยนเลขหมาย (churn rate) 4.5% ส่วนในกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดยังแข็งแกร่งโดยมี churn rate คงที่จากไตรมาสที่แล้ว ที่อัตรา 1.9% ลูกค้าพรีเพด มีจำนวนเพิ่มขึ้น 862,000 ราย ในไตรมาสนี้ เทียบกับ 943,000 ราย ใน ไตรมาส 1/2551 โดย churn rate ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 4.5% เทียบกับ 4.4% ในไตรมาสที่แล้ว โดยมีสาเหตุหลักจากการหดตัวของจำนวนผู้ใช้ซิมการ์ด มากกว่าหนึ่งหมายเลข (Multiple SIM) ด้าน ARPU ไม่รวม IC ลดลง 0.9% จาก ไตรมาสก่อน ตามปัจจัยทางฤดูกาล และ ลดลง 2.1% เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ แล้ว ในส่วนของ MOU ยังคงเพิ่มขึ้น 2.3% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากมีจำนวน ผู้ใช้บริการบุฟเฟ่ต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ RPM ลดลงเป็น 0.86 บาท จาก 0.89 บาทในไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน MOU เพิ่มขึ้น 22% สาเหตุหลักจากการใช้งานที่สูงขึ้นในช่วง Off-peak ลูกค้าโพสต์เพด มีจำนวนเพิ่มขึ้น 15,500 ราย ในไตรมาสนี้ ด้วย churn rate ที่คงตัว จากไตรมาสก่อนที่ 1.9% จากคุณภาพของลูกค้าจดทะเบียนที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ตัวเลข ARPU ไม่รวม IC ของโพสต์เพดในไตรมาสนี้คงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกัน ในปีก่อนที่ 743 บาท และลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว เนื่องจาก MOU ลดลง 3.2% ประกอบกับรายได้จากบริการโรมมิ่งที่น้อยลงเทียบกับไตรมาสที่แล้ว ใน ส่วน RPM เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.3 จาก 1.28 ในไตรมาสก่อน เหตุการณ์สำคัญในช่วงไตรมาส 2/2551 ข้อพิพาทกรณีดีพีซีกับดีแทค จากข้อพิพาทในกรณี "The Unwind Agreement" (สิทธิและหน้าที่ในการบริหาร โทรศัพท์เคลื่อนที่ PCN1800) ระหว่างดีพีซีและดีแทค ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550 ดีพีซี ได้บันทึกรายการหนี้สินรวมจำนวน 4,739 ล้านบาท ต่อมาในเดือนมีนาคม 2551 ศาล อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดในข้อพิพาท โดยสั่งให้ดีพีซีชำระเงินให้ดีแทค จำนวน 85 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 9.5 ต่อปี ส่วนข้อพิพาทที่เหลือยังอยู่ ในขั้นตอนการระงับข้อพิพาท และเมื่อเดือน 30 พฤษภาคม 2551 ดีพีซีได้เจรจา ประนีประนอมยอมความกับดีแทค โดยยินยอมจ่ายให้ดีแทค จำนวน 3 พันล้านบาท เพื่อยุติการเรียกร้องให้ชำระเงินในหนี้ปัจจุบัน หรือหนี้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากข้อ พิพาทดังกล่าว รวมถึงข้อพิพาทอื่นๆระหว่างดีพีซีและดีแทคในกรณี "The Unwind Agreement" ดังนั้นในงบการเงินไตรมาสที่ 2/2551 ของเอไอเอสจึงได้มีการบันทึก รายได้อื่นก่อนหักภาษีจำนวน 1,739 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีในอัตราร้อย ละ 30 จากกรณีดังกล่าว บริษัทมีเงินสดออกจำนวน 3 พันล้านบาทในไตรมาสนี้ (รายละเอียดอยู่ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน) สรุปผลประกอบการเชิงการเงินประจำปี * รายได้จากการให้บริการในไตรมาส 2/2551 เพิ่มขึ้น 7.5% จากไตรมาส 2/2550 * รายได้แข็งแกร่งจากคุณภาพของผู้ใช้บริการที่ดีขึ้น และการเติบโตในตลาด ต่างจังหวัด * สำหรับไตรมาส 2/2551 บริษัทมีกำไรสุทธิรวมรายการพิเศษจำนวน 6.3 พันล้านบาท ในขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ 5.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.4% จาก ไตรมาสเดียวกันในปีก่อน รายได้จากการให้บริการ รายได้การให้บริการไม่ ไตรมาส 2/2551 ไตรมาส 2/2550 ไตรมาส 1/2551 % % รวม IC เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง (ล้านบาท) เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 2/2550 1/2551 รายได้จากบริการเสียง 16,297 77.4% 15,886 81.1% 16,337 76.2% 2.6% -0.2% โพสต์เพด (เสียง) 3,854 18.3% 4,610 23.5% 3,793 17.7% -16.4% 1.6% พรีเพด (เสียง) 12,443 59.1% 11,276 57.5% 12,543 58.5% 10.4% -0.8% รายได้จากบริการข้อมูล 2,656 12.6% 2,057 10.5% 2,674 12.5% 29.1% -0.7% รายได้โรมมิ่งต่างประเทศ 952 4.5% 828 4.2% 1,147 5.4% 15.0% -17.0% อื่นๆ (โทรต่างประเทศและ 1,155 5.5% 826 4.2% 1,268 5.9% 39.8% -8.9% อื่นๆ) 21,060 100.0% 19,597 100.0% 21,426 100.0% 7.5% -1.7% รายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่า IC) ในไตรมาส 2/2551 เพิ่มขึ้น 7.5% จาก ไตรมาส 2/2550 จากการเติบโตของรายได้หลักทุกประเภท โดยเฉพาะการขยายตัวที่ดี ของกลุ่มลูกค้าพรีเพด ส่วนบริการข้อมูลยังมีการใช้งานต่อเนื่องและมีมีผู้ใช้บริการ เพิ่มขึ้น รวมถึงสัดส่วนของรายได้โรมมิ่งและการโทรออกต่างประเทศผ่านรหัส 005 สูงขึ้น รายได้จากการให้บริการในไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนแล้วลดลงเล็กน้อย ที่ 1.7% เป็นผลจากช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวที่ทำให้การโทรออกต่างประเทศ และการ ใช้บริการโรมมิ่งลดลง ในขณะที่รายได้จากการโทรภายในประเทศไม่ได้รับผลกระทบ จากฤดูกาลที่รุนแรงมากนัก เนื่องจากคุณภาพของผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการ เข้าถึงตลาดผู้ใช้บริการในต่างจังหวัดซึ่งช่วยรักษาระดับรายได้จากทั้งบริการเสียงและ บริการข้อมูล ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2551 รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เพิ่มขึ้น 8.7% จากช่วงเดียวกันในปี 2550 เนื่องจากกลุ่ม พรีเพดมีการเติบโตที่ดีทั้งจำนวน ผู้ใช้บริการและรายได้จากโรมมิ่งและโทรออกต่างประเทศผ่านรหัส 005 รายได้จากบริการเสียง ในไตรมาสนี้ลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อยอยู่ที่ 0.2% แสดง ให้เห็นว่าบริษัทได้รับผลกระทบจากฤดูกาลไม่มากนัก โดยรายได้จากบริการเสียงของ กลุ่มลูกค้าโพสต์เพดยังเพิ่มขึ้นที่จากไตรมาสที่แล้ว 1.6% ช่วยลดผลกระทบจากการ ลดลงของรายได้จากบริการเสียงของกลุ่มลูกค้าพรีเพดที่อัตรา 0.8% เมื่อเทียบกับ ไตรมาสก่อน การที่บริษัทได้รับผลกระทบจากฤดูการไม่รุนแรงนั้นเนื่องจากบริษัทเน้น กลยุทธ์ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น อีกทั้งการขายแบบ Bundle Package และโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ยังช่วยรักษาระดับ ARPU เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 2/2550 รายได้จากบริการเสียงเพิ่มขึ้น 2.6% จากการเติบโตของรายได้จาก กลุ่มลูกค้าพรีเพดเพิ่มขึ้น 10.4% อย่างไรก็ตาม รายได้กลุ่มลูกค้าโพสต์เพด ในช่วง 1H07 ลดลง 16.4% จากการกระตุ้นตลาดอย่างแรงเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าระบบโพสต์ เพด ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการและรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติในช่วง แต่กลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาต่อมา ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งเน้นที่การสร้างรายได้จากผู้ใช้บริการที่มีคุณภาพมากกว่าการเน้นปริมาณ ผู้ใช้บริการ รายได้บริการด้านข้อมูล มีการเติบโตที่ดีโดยเพิ่มขึ้น 29.1% จากไตรมาสเดียวกันใน ปีที่แล้ว และคิดเป็นสัดส่วน 12.6% จากรายได้การให้บริการที่ไม่รวมค่า IC ซึ่งเป็น สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 10.5% ในไตรมาส 2/2550 การเติบโตมีผลมาจาก (1) การใช้งาน GPRS ที่เพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการ GPRS 4 ล้านราย สูงขึ้นจากจำนวน 2.8 ล้าน ราย ในไตรมาส 2/2550 (2) มีการใช้บริการ SMS และ บริการ Calling melody สูงขึ้น แม้ว่า SMS เป็นรายได้หลักของรายได้บริการด้านข้อมูล โดยมีสัดส่วนถึง 39% แต่ ในช่วงสองปีที่ผ่านมาสัดส่วนของรายได้จาก GPRS เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยใน ไตรมาสนี้คิดเป็น 23% ของรายได้บริการด้านข้อมูล รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติและโทรออกต่างประเทศผ่านรหัส 005 ลดลงจากไตรมาสที่แล้วซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว โดยการโทรออกต่างประเทศผ่านรหัส 005 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญจากการเปิดให้บริการโทร ออกต่างประเทศผ่านเกตเวย์ของ AIN อย่างเต็มรูปแบบ รายได้และต้นทุนค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (Interconnection) ค่าเชื่อมโยง ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส โครงข่าย 1/2550 2/2550 3/2550 4/2550 1/2551 2/2551 (ล้านบาท) รายรับค่า IC 2,656 5,217 4,357 4,301 4,256 4,144 รายจ่ายค่า IC 2,154 4,101 3,842 3,956 4,139 4,080 สุทธิ รับ / (จ่าย) 501 1,116 515 345 117 64 * รายได้สุทธิค่า IC ในปีที่ 2550 ทั้งปี บริษัทได้บันทึกรายได้ทั้งหมดในคราวเดียวใน ไตรมาส 4/2550 รายได้ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) สำหรับไตรมาส 2/2551 ลดลงเหลือ 64 ล้านบาท จาก 117 ล้านบาทในไตรมาส 1/2551 ซึ่งเป็นผลจากการรับสายข้ามเครือข่ายที่ลดลง ขณะที่มีการโทรออกนอกเครือข่ายลดลงเช่นกันแต่ในอัตราที่ต่ำกว่า รายได้จากการขาย ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 1.9% จากไตรมาสเดียวกันในปี 2550 และ 5.9% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ขายเพิ่มขึ้นจาก 847,000 เครื่อง ในไตรมาส 2/2550 เป็นกว่า 1 ล้านเครื่องในไตรมาสนี้ อัตรากำไร ขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 8.8% จาก 6.9% ในไตรมาส 2/2550 แต่สำหรับครึ่งแรก ของปี 2551 รายได้จากการขายลดลงที่ 13.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาสินค้าต่อหน่วยถูกลง แม้ว่าจำนวนเครื่องที่จำหน่ายจะอยู่ใกล้เคียงระดับ เดิมที่จำนวน 1.85 ล้านเครื่อง ต้นทุนการให้บริการ ต้นทุนการให้บริการ ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส % % ไม่รวม IC 2/2551 2/2550 1/2551 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง (ล้านบาท) เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 2/2550 1/2551 ค่าเสื่อมราคาโครงข่าย 4,426 4,117 4,380 7.5% 1.0% ต้นทุนโครงข่าย 628 590 611 6.6% 2.9% ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย 427 442 425 -3.4% 0.4% อื่นๆ 929 871 945 6.7% -1.6% 6,411 6,020 6,361 6.5% 0.8% ต้นทุนการให้บริการไม่รวม IC มีมูลค่า 6,411 ล้านบาท คงตัวจากไตรมาส 1/2551 แต่เพิ่มขึ้น 6.5% จากไตรมาส 2/2550 เนื่องจากค่าเสื่อมราคาเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น 7.5% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน จากการที่ระยะเวลาในการตัดค่าเสื่อมราคาสั้นลงตาม อายุสัญญาร่วมการงาน ในครี่งแรกของปี 2551 ต้นทุนการให้บริการ (ไม่รวม IC) เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันในปี 2550 สาเหตุจากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น 9.8% เมื่อ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ณ สิ้นงวด 6 เดือนแรกของปี 2551 บริษัทมีต้นทุน การให้บริการรวม IC เพิ่มขึ้นถึง 77.6% จากช่วงเดียวกันในปี 2550 เนื่องจากบริษัทยัง ไม่ได้ทำการบันทึก IC ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2550 ต้นทุนขาย ไตรมาสนี้ยังคงตัวจากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 4.5% จาก ไตรมาสก่อน สอดคล้องกับยอดขาย ที่เติบโตในอัตรา 1.9% จากไตรมาส 2/2550 และ 5.9% จากไตรมาสก่อน ส่วนต้นทุนขายในครึ่งแรกของปี 2551 ลดลง 14.4% จากช่วง เดียวกันในปี 2550 จากยอดขายที่ลดลงในอัตรา 13.8% ต้นทุนค่าผลประโยชน์ตอบแทนรายปี (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส % % 2/2551 2/2550 1/2551 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 2/2550 1/2551 % ผลประโยชน์ตอบ 5,051 4,838 5,157 4.40% -2.06% แทนรายปี เมื่อเทียบกับรายได้ 24.0% 24.7% 24.1% จากการให้บริการไม่ รวม IC ต้นทุนค่าผลประโยชน์ตอบแทนรายปี คิดเป็นสัดส่วน 24% ของรายได้จากการ ให้บริการ (ไม่รวมค่า IC) ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 24.7% ในไตรมาส 2/2550 จาก สัดส่วนรายได้โพสต์เพดที่น้อยลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 2/2551 2/2550 1/2551 % ค่าใช้จ่ายการตลาดเมื่อเทียบกับ 2.4% 3.8% 2.6% รายได้ (ไม่รวม IC) % ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญต่อ 2.2% 8.1% 2.5% รายได้โพสต์เพด % ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อ 10.8% 14.6% 10.6% รายได้ (ไม่รวม IC) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ต่อรายได้ไม่รวม IC ในไตรมาสนี้คิดเป็น 10.8% ลดลงจาก 14.6% ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ ลดลง การหยุดการตัดค่าเสื่อมค่าความนิยม (goodwill) และค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้ สูญที่น้อยลงค่าใช้จ่ายทางการตลาดในไตรมาสนี้คิดเป็น 2.4% ของรายได้รวมที่ไม่รวม IC ลดลงจาก 3.8% ในไตรมาส 2/2550 ด้านค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญในไตรมาสนี้ คิดเป็น 2.2% ของรายได้โพสต์เพด ลดลงจาก 8.1% ในไตรมาส 2/2550 และ 2.5% ใน ไตรมาสที่แล้ว จากนโยบายการหาลูกค้าใหม่ในระบบโพสต์เพดของกลุ่มบริษัทที่ทำด้วย ความระมัดระวังและเลือกเฉพาะลูกค้าที่มีเครดิตดี อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA margin) คิดเป็น 42.3% ลดลงจาก 45.4% ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากการบันทึกค่า IC หาก ไม่รวมผลกระทบดังกล่าว EBITDA margin ในไตรมาสนี้เท่ากับ 49.2% สูงขึ้นจาก ไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว เนื่องจากรายได้ที่สูงขึ้นรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและ สำรองหนี้สูญที่ค่อนข้างต่ำกว่าปกติในไตรมาสนี้ EBITDA (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 2/2551 2/2550 1/2551 กำไรจากการดำเนินงาน 7,326 5,650 7,664 ค่าเสื่อมราคา 752 765 755 ค่าตัดจำหน่ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 94 115 94 ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทาน 3,708 3,352 3,638 ค่าตัดจำหน่ายสิทธิในสัญญาค่าสัมปทาน 113 113 114 ค่าความนิยมตัดจำหน่าย - 292 - ค่าเผื่อการด้อยของค่าความนิยม - 0 15 EBITDA 11,994 10,286 12,280 EBITDA margin 42.3% 45.4% 42.9% EBITDA ไม่รวม IC 11,915 10,286 12,164 EBITDA margin ไม่รวม IC 49.2% 45.4% 49.9% ดอกเบี้ยจ่าย สำหรับไตรมาสนี้ลดลง 5.5% จากไตรมาส 2/2550 จากหนี้ที่ลดลง แต่ เพิ่มขึ้น 5.4% จากไตรมาสก่อน จากการออกหุ้นกู้จำนวน 4 พันล้านบาทในไตรมาสนี้ กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับไตรมาสนี้มีจำนวน 41.6 ล้านบาท ดีขึ้น จากที่เคยขาดทุน 6.8 ล้านบาทในไตรมาส 2/2550 เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงซึ่ง ส่งผลต่อรายรับจากโรมมิ่งต่างประเทศ รายได้อื่น จำนวน 1,944 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งจากไตรมาสก่อนและ ไตรมาสเดียวกันในปี 2550 โดยมีสาเหตุหลักเนื่องมาจากบริษัทได้ชำระเงินเป็นจำนวน 3,000 ล้านบาทเพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างดีพีซีและดีแทคในสัญญา "Unwind Agreement" น้อยกว่าที่บริษัทได้เคยลงบันทึกเป็นรายการหนี้สินไว้ที่ 4,739 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ ทำให้มีรายได้บันทึกลงในรายการรายได้อื่นก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 1,739 ล้านบาท กำไรสุทธิ สำหรับไตรมาสนี้เท่ากับ 6,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 72.9% เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว และ 23.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักคือ รายได้จากข้อพิพาทกรณีดีพีซี เมื่อปรับรายการพิเศษออก บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 5,116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.4% จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว เนื่องจากมีรายได้จาก การให้บริการเพิ่มขึ้นขณะที่สัดส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวม ลดลง แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน บริษัทกลับมีกำไรสุทธิลดลง 0.4% เนื่องจากรายได้ จากบริการที่ลดลงในช่วงไตรมาสนี้ โดยตารางด้านล่างได้แสดงถึงการเปรียบเทียบกำไร สุทธิจากผลการดำเนินงานให้มีความชัดเจนเพิ่มเติมจากการรายงานกำไรสุทธิตามงบ การเงิน กำไรสุทธิเพื่อการเปรียบเทียบ (Comparative net profit) (ล้านบาท) หัก รายการที่ ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส % % ภาษี บันทึกไว้ 2/2551 2/2550 1/2551 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 2/2550 1/2551 กำไรสุทธิ 6,333 3,663 5,124 72.9% 23.6% บวก: ค่าความนิยมตัดจ่าย ไม่ได้ ค่าใช้จ่าย 292 ในการขาย และบริหาร ค่าเผื่อการด้อยค่า ไม่ได้ ค่าใช้จ่าย 15 ของค่าความนิยม ในการขาย และบริหาร หัก: รายรับจาก DPC ได้ รายได้อื่น (1,217) หลังหักภาษีตามที่บันทึก กำไรสุทธิก่อนรายการ 5,116 3,955 5,139 29.4% -0.4% พิเศษ (Normalized) บวก: รายรับสุทธิค่า IC ที่ ได้ ไม่ได้บันทึก 626 เกิดขึ้นจริงในไตรมาส ใน ไตรมาส ที่ 2/2550 กำไรสุทธิเพื่อการ 5,116 4,581 5,139 11.7% -0.4% เปรียบเทียบ (Comparative) โครงสร้างงบดุล สินทรัพย์รวม ณ สิ้นงวดไตรมาส 2/2551 มีมูลค่า 128,952 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 128,942 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2550 เนื่องจากมีปริมาณเงินสดและเงินลงทุนระยะ สั้นเพิ่มขึ้น จากการขยายเครือข่ายในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2551 จำนวนสถานีฐาน เพิ่มขึ้นเป็น 13,600 แห่ง จาก 12,500 แห่ง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550 (ล้านบาท) ไตรมาส % ต่อ ไตรมาส % ต่อ 2/2551 สินทรัพย์รวม 4/2550 สินทรัพย์รวม สินทรัพย์หมุนเวียน 24,162 18.7% 20,586 16.0% ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 8,037 6.2% 8,561 6.6% สินทรัพย์ภายใต้สัญญา 75,301 58.4% 78,527 60.9% สัมปทาน-สุทธิ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน-สุทธิ 10,314 8.0% 10,593 8.2% สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัด 10,085 7.8% 10,031 7.8% บัญชี อื่นๆ 1,053 0.8% 644 0.5% รวมสินทรัพย์ 128,952 100.0% 128,942 100.0% สภาพคล่อง มีสถานะดีขึ้นเนื่องจากเงินสดที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการล้างหนี้สินในกรณี พิพาทดีพีซีที่ทำให้ในไตรมาสนี้อัตราส่วนสภาพคล่องสูงขึ้นเป็น 95% เมื่อเทียบกับ 73% ณ สิ้นปี 2007 (ล้านบาท) ไตรมาส % ต่อ ไตรมาส % ต่อ 2/2551 สินทรัพย์รวม 4/2550 สินทรัพย์รวม เงินสด 12,528 9.7% 8,317 6.5% เงินลงทุนระยะสั้น 1,146 0.9% 123 0.1% ลูกหนี้การค้า 5,417 4.2% 8,054 6.2% สินค้าคงเหลือ 1,923 1.5% 1,236 1.0% สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ 3,148 2.4% 2,718 2.1% สินทรัพย์หมุนเวียน 24,162 18.7% 20,586 16.0% โครงสร้างเงินทุน ยังคงมีความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างหนี้ในระดับต่ำโดย ณ สิ้นงวด ไตรมาส 2/2551 อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนทุนดีขึ้น โดยลดลงเป็น 67% จาก 71% ณ สิ้นงวดปี 2550 เนื่องจากมีกำไรสะสมในไตรมาสเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราสัดส่วนเงินกู้สุทธิต่อ ทุน ณ สิ้นไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 23% จาก 14% ณ สิ้นไตรมาส 1/2551 สาเหตุจากเงินสด ที่ลดลงจากการจ่ายปันผลที่อัตรา 3.30 บาทต่อหุ้น ณ เดือนพฤษภาคม 2551 ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลงวด 6 เดือนแรกของปี 2551 นับจากวันที่ 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2008 ที่อัตรา 3 บาทต่อหุ้น โดยจะทำการเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2551 (ล้านบาท) ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส 2/2550 3/2550 4/2550 1/2551 2/2551 หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 31,321 33,600 30,349 26,105 30,104 หนี้สินรวม 55,570 56,173 53,481 51,937 51,593 รวมส่วนผู้ถือหุ้น 75,556 70,308 75,461 80,743 77,359 เงินกู้สุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น (%) 30% 37% 29% 14% 23% หนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้น (x) 74% 80% 71% 64% 67% หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ณ สิ้นงวดไตรมาสนี้ยอดรวมทั้งสิ้น 30,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 26,105 ล้านบาท ณ สิ้นงวดที่แล้ว เนื่องจากในเดือนเมษายน 2551 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ เพิ่มมีมูลค่า 4,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนเงินกู้ที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวคิดเป็น 5% ของยอดเงินกู้ยืมทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นเงินกู้ยืมที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือได้มีการทำ สัญญาแลกเปลี่ยน (interest swap contract) ไว้แล้วทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยคิดเป็น 5.3% ต่อปี ลดลงจาก 5.5%ในไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากมีการออกหุ้นกู้เพิ่มในอัตรา ดอกเบี้ยที่ต่ำลง ได้แก่ 4.0% สำหรับปีที่ 1-2 และ 4.9% สำหรับปีที่ 3-5 นอกจากนี้ บริษัท มีการป้องกันความเสี่ยงสำหรับเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันทั้งจำนวน ณ สิ้นงวด ณ สิ้นงวด ยอดที่ต้องจ่ายชำระคืน(1) หน่วย: ล้านบาท 1/2551 2/2551 2551 2552 2553 2554 2555 2556 เงินกู้ระยะยาว (2) 10,679 10,680 30 59 59 9,544 59 59 หุ้นกู้ระยะยาว 15,363 19,357 1,500 6,627 - 4,000 - 8,000 สัญญาเช่าทาง 63 67 23 17 12 8 4 - การเงิน รวมเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 26,105 30,104 5,045 6,703 71 13,552 63 8,059 (1) รวมต้นทุนในการออกหุ้นกู้; (2) รวมสัญญาแลกเปลี่ยน swap และ forward กระแสเงินสด บริษัทมีสถานะกระแสเงินสดที่ดีเพียงพอต่อการลงทุนขยายเครือข่ายพร้อมกับการชำระ คืนเงินกู้ยืมโดยในครึ่งแรกของปี 2551 บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็น จำนวน 20,728 ล้านบาท บริษัทมีการลงทุนเครือข่ายรวมจำนวน 5,012 ล้านบาท ชำระ คืนเงินกู้จำนวน 4,262 ล้านบาท และจ่ายปันผลเป็นจำนวน 9,770 ล้านบาท สุทธิแล้ว บริษัทมีเงินสดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 4,299 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในรูปของเงินสดและตั๋ว B/E แหล่งที่มาและการใช้ไปของเงินทุน: หกงวดเดือนแรก ปี 2551 แหล่งที่มาของเงินทุน ล้านบาท การใช้ไปของเงินทุน ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 26,492 การลงทุนในเครือข่ายและ 5,012 หลังหักดอกเบี้ยและภาษี สินทรัพย์ถาวร เงินรับจากหุ้นทุนและส่วนเกินทุน 256 ชำระคืนเงินกู้ระยะยาวและ 762 สัญญาเช่าทางการเงิน ดอกเบี้ยรับ 140 ชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น 3,500 เงินรับจากการขายสินทรัพย์ 126 ดอกเบี้ยจ่าย 750 เงินรับจากการกู้ยืมระยะยาว 3,991 ส่วนเปลี่ยนแปลงของเงินทุน 5,764 หมุนเวียน เงินปันผลจ่าย 9,770 การลงทุนระยะสั้นและเงินลงทุน 1,149 ในบริษัทย่อย เงินสดเพิ่มขึ้น 4,299 รวม 31,005 รวม 31,005 มุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มและกลยุทธ์ปี 2551 ประมาณการการ 8-10 ล้านเลขหมาย เติบโตของผู้ใช้บริการ โดยรวมทั้ง อุตสาหกรรม ส่วนแบ่งตลาด ส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้ 50% รายได้จากการ อัตราการเติบโตของรายได้การบริการประมาณ 7-8% (ไม่ ให้บริการ รวมรายรับค่า IC) ค่าใช้จ่ายทาง 4% ของรายได้รวมไม่รวมรายรับค่า IC การตลาด ค่าเสื่อมราคาเครือข่าย คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2551 (ค่าเสื่อมราคาโครงข่าย หมายถึง ค่าเสื่อมที่บันทึกภายใต้ต้นทุนการให้บริการเท่านั้น (ยังมีต่อ)