คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ไตรมาส 1/2551

14 พฤษภาคม 2551
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2551 สรุปผลการดำเนินงาน - ณ สิ้นปีไตรมาส 1/2551 เอไอเอสมีจำนวนผู้ใช้บริการรวม 25.1 ล้านราย โดยมีจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 0.98 ล้านราย - รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) และการใช้งานต่อเลขหมาย (MOU) เพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน - รายได้ต่อนาที (RPM) ยังคงลดลงต่อเนื่องจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน จำนวนผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 1/2551 มีจำนวนทั้งสิ้น 25.1 ล้านเลขหมาย โดยมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 0.98 ล้านรายจาก 0.90 ล้านราย ณ สิ้นปีที่แล้ว โดยมีการขยายตลาดที่ดีในทุกภาคของประเทศโดยเฉพาะ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในด้านลูกค้ากลุ่มพรีเพดยังคงเป็นตลาดหลักที่มีการขยายตัวที่ดี ส่วนกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดที่เพิ่มขึ้น ก็มีคุณภาพที่ดีขึ้นจากในช่วงปีที่แล้ว ลูกค้าพรีเพด มีจำนวนเพิ่มขึ้น 0.94 ล้านรายในช่วงไตรมาส 1/2551 เทียบกับในไตรมาสที่แล้วซึ่งมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 1 ล้านราย ตลาดมีการขยายตัวที่ดี แต่ในขณะเดียวกันจำนวนลูกค้าที่ย้ายออกหรือเปลี่ยนเลขหมาย (churn rate) ก็มีอัตราสูงขึ้นเป็น 4.4% เพิ่มขึ้นจาก 3.9% ในไตรมาสที่แล้ว อัตรา churnนี้เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในช่วงครึ่งหลัง ของปี 2550 สาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้ซิมการ์ดมากกว่าหนึ่งหมายเลข (Multiple SIM) ทั้งนี้ อัตรา churn ที่สูงนั้นช่วยจำกัดการขยายตัวของ multiple SIM ได้ในระดับหนึ่ง พร้อมทั้งช่วยให้การลดลงของรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) ช้าลงด้วย ในไตรมาสนี้ ARPU และ MOU เทียบกับในไตรมาสที่แล้วเพิ่มสูงขึ้นจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยARPU ไม่รวม IC เพิ่มขึ้น 1.8%และ MOU เพิ่มขึ้น 8.8% โดยเกิดจากปริมาณการโทรออกโดยรวมของลูกค้าพรีเพดเพิ่มขึ้น 14% จากการใช้งานโดยเฉพาะ แพ็คเกจในช่วงนอกเวลาเร่งด่วนที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น 22.00-10.00 น. 6.00-18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปกติมีการใช้งานในระดับต่ำ การใช้งานเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้รายได้ต่อนาที่ หรือ RPM ลดลงเป็น 90 สตางค์ต่อนาที จาก 95สตางค์ต่อนาทีใน ไตรมาสก่อน ลูกค้าโพสต์เพด มีจำนวนเพิ่มขึ้น 39,000 ราย ในไตรมาสนี้ จากที่ลดลงในช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมาเนื่องจาก churn ที่ลดน้อยลง เป็น 1.9% จาก 4.7% ในไตรมาสที่แล้ว การลดลงของ churn แสดงให้เห็นถึง(1) คุณภาพของฐานลูกค้าปัจจุบันที่ดีขึ้น รวมถึงคุณภาพของลูกค้า ที่จดทะเบียนใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงไตรมาสที่แล้ว และ (2) การจัดการปัญหากลุ่มลูกค้าที่ก่อให้เกิดการสำรองหนี้เสียในปีที่แล้วได้ดำเนินการ เรียบร้อยเป็นส่วนมากแล้ว ทำให้ตัวเลข churn ลดต่ำลง ในด้าน ARPU ไม่รวม IC ของลูกค้าโพสต์เพดเพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดย MOU เพิ่มขึ้น 3.7%แพ็คเกจค่าโทร ในไตรมาสนี้เน้นการขายนาทีนอกช่วงเวลาเร่งด่วน (off-peak) ซึ่งปกติมีอัตราการใช้งานต่ำ ในอัตราที่ถูกกว่าชั่วโมงเร่งด่วนซึ่งปกติมีการใช้งานหนาแน่นกว่ามาก ผลที่ได้คือ (1) ช่วยให้อัตราการใช้ งานในแต่ละช่วงเวลาของวันเกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น (2) อัตราการโทรออกมีปริมาณและสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการรับสาย และ (3) มีรายได้ส่วนเพิ่มจากการใช้งานในช่วงเวลา off-peak เพิ่มขึ้น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชี มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 43 เรื่อง การรวมธุรกิจ (ผลกระทบต่อการบันทึกค่าความนิยม)ในระหว่างปี 2550 สภาวิชาชีพบัญชีได้ประกาศ ใช้มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 43 (ปรับปรุง 2550) เรื่องการรวมธุรกิจ ซึ่งให้ถือปฏิบัติกับงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มใน หรือหลังวันที่ 1 มกราคม2551 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 43 (ปรับปรุง 2550) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 บริษัทได้เปลี่ยนนโยบายการบัญชีสำหรับค่าความนิยมโดยใช้วิธีเปลี่ยนทันทีเป็นต้นไปดังนี้ - หยุดการตัดจำหน่ายค่าความนิยม ล้างบัญชีค่าตัดจำหน่ายและลดมูลค่าความนิยม ณ วันต้นงวดของรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มแรกที่เริ่ม ในวันที่ 1 มกราคม 2551 - ทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยม ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มแรกในวันที่ 1 มกราคม 2551ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบาย การบัญชีของงบการเงินรวมของกลุ่มบริษัทสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2551 จากการหยุดการตัดจำหน่ายค่าความนิยม เท่ากับ 292.02 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2551 กลุ่มบริษัทได้มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสำหรับค่าความนิยมนี้เท่ากับ 15.14 ล้านบาท สรุปผลประกอบการเชิงการเงินประจำปี - รายได้จากการให้บริการในไตรมาส 1/2551 เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาส 1/2550 - การเติบโตของรายได้มาจากในกลุ่มบริการพรีเพด บริการข้อมูล และการโทรออกต่างประเทศ - รายได้จากบริการทางข้อมูลคิดเป็นสัดส่วน 12.5% ของรายได้จากการให้บริการ เพิ่มขึ้นจาก11% ในปี 2550 - กำไรสุทธิในไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 28.6%จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว รายได้จากการให้บริการ % % เปลี่ยนแ เปลี่ยนแ รายได้การให้บริการไม่รวม ปลง ปลง IC ไตรมาส 1/2551 ไตรมาส 1/2550 ไตรมาส 4/2550 เทียบ เทียบ (ล้านบาท) กับ กับ ไตรมาส ไตรมาส 1/2550 4/2550 รายได้โพสต์เพด (เสียง + ข้อมูล) 4,900 22.9% 5,489 28.2% 4,847 24.1% -10.7% 1.1% รายได้พรีเพด (เสียง + ข้อมูล) 14,111 65.9% 12,203 62.6% 13,350 66.4% 15.6% 5.7% รายได้โรมมิ่งต่างประเทศ 1,147 5.4% 1,009 5.2% 1,025 5.1% 13.7% 11.9% อื่นๆ (โทรต่างประเทศและอื่นๆ) 1,268 5.9% 792 4.1% 890 4.4% 60.2% 42.5% 21,426 100% 19,493 100% 20,112 100% 9.9% 6.5% รายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่า IC) สำหรับไตรมาส 1/2551 จำนวน 21,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น9.9% จากไตรมาส 1/2550 และเพิ่มขึ้น 6.5% จากไตรมาส 4/2550 เนื่องจากการเติบโตของรายได้พรีเพดรายได้จากบริการทางข้อมูล และการโทรออกต่างประเทศ ผ่านรหัส 005 รายได้พรีเพด (รวมทั้งบริการเสียงและข้อมูล) คิดเป็นสัดส่วน 66% ของรายได้จากการให้บริการไม่รวม ICเพิ่มขึ้นจาก 63% ในปีก่อน โดยรายได้พรีเพดสำหรับไตรมาสนี้มีอัตราการเติบโต 15.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่แล้ว การขยายตัวเป็นผลจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นและมีการใช้งานเพิ่มมากขึ้นในทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการเติบโตที่สูงกว่าในภาคอื่นๆ อีกทั้งแพ็คเกจที่เน้นการโทรนอกช่วงเวลาเร่งด่วน แม้จะทำให้รายได้ต่อนาทีลดลงแต่ส่งผลให้รายได้ขยายตัว เพิ่มขึ้นด้วย รายได้โพสต์เพด ลดลง 10.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนเนื่องจากจำนวนลูกค้าที่ลดลงสาเหตุจากการจัดการปัญหาเรื่องคุณภาพลูกค้า โพสต์เพดที่ก่อให้เกิดหนี้สูญที่เพิ่มเข้ามาในระบบมากขึ้นในช่วงต้นปีที่แล้ว หากเปรียบเทียบรายได้กับไตรมาสที่แล้ว รายได้โพสต์เพดเพิ่มขึ้น 1.1% จากการขยายตัวของลูกค้าและ ARPU ที่ดีขึ้น สัดส่วนรายได้โพสต์เพดในไตรมาสนี้เทียบกับปีที่แล้วลดลงเป็น 23% จาก 28% ในไตรมาส 1/2550 รายได้บริการด้านข้อมูล เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อนเป็น 2,674 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 12.5% จากรายได้การให้บริการที่ไม่รวมค่า IC ซึ่งเป็นสัดส่วน ที่เพิ่มขึ้นจาก 10.9% ในไตรมาส 1/2550 การเติบโตมีผลมาจากการเพิ่มขึ้นของการใช้งานผ่านเครือข่าย EDGE เช่น mobile internet การดาวน์โหลด และ MMS ซึ่งเพิ่มขึ้น 73% ในขณะที่บริการ SMS มีอัตราการเติบโต 24% ตามจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นรายได้จากบริการโทรออกต่างประเทศ ผ่านรหัส 005 คิดเป็นสัดส่วน 3.6% ของรายได้จากการให้บริการที่ไม่รวมค่า IC เทียบกับ 1.1% ในไตรมาส 1/2550 และ 1.7% ในไตรมาส 4/2550 การเติบโตของรายได้เกิดจากการเปิดให้บริการโทรออกผ่านเกตเวย์ของบริษัทลูก เอไอเอ็น โดยให้ลูกค้าที่กดเครื่องหมายบวก (+) เพื่อโทรออกต่างประเทศ ใช้บริการผ่านเกตเวย์ของบริษัท รายได้และต้นทุนค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (Interconnection) ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส (ล้านบาท) 1/2550 2/2550 3/2550 4/2550 1/2551 รายรับค่า IC 2,656 5,217 4,357 4,301 4,256 รายจ่ายค่า IC 2,154 4,101 3,842 3,956 4,139 สุทธิ รับ / (จ่าย) 501 1,116 515 345 117 * รายได้สุทธิค่า IC ในปีที่ 2550 ทั้งปี บริษัทได้บันทึกรายได้ทั้งหมดในคราวเดียวในไตรมาส 4/2550 รายได้ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) สำหรับไตรมาส 1/2551 มีจำนวน 4,256 ล้านบาท และมีต้นทุนจำนวน4,139 ล้านบาท คิดเป็นรายได้รับสุทธิจำนวน 117 ล้านบาท รายได้สุทธิที่ลดลงเกิดจากการที่บริษัทเน้นแพ็คเกจการโทรออกที่คิดราคาเดียวกันระหว่างการโทร ภายในเครือข่ายและการโทรนอกเครือข่าย ทำให้มีการโทรออกนอกเครือข่ายมากขึ้นและในขณะเดียวกันมีการรับสายข้ามเครือข่ายที่ค่อนข้างคงที่ รายได้จากการขาย ลดลง 26% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และลดลง 8.1% จากไตรมาสที่แล้วเนื่องจากจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ขาย ลดลงจาก 9 แสนเครื่องในไตรมาสที่แล้ว เป็น 8 แสนเครื่อง ในไตรมาสนี้ ส่วนราคาเฉลี่ยเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นค่อนข้างคงที่ อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเป็น 7.6% จาก 8.3% ในไตรมาสที่แล้ว ต้นทุนการให้บริการ % % เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง ต้นทุนการให้บริการไม่รวม ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส เทียบกับ เทียบกับ IC 1/2551 1/2550 4/2550 ไตรมาส ไตรมาส 1/2550 4/2550 ค่าเสื่อมราคาโครงข่าย 4,380 3,905 4,377 12.2% 0.1% ต้นทุนโครงข่าย 611 559 583 9.1% 4.7% ค่าซ่อมบำรุงโครงข่าย 425 464 478 -8.3% -11.1% อื่นๆ 946 874 888 8.2% 6.5% 6,362 5,802 6,326 9.6% 0.6% ต้นทุนการให้บริการไม่รวม IC เพิ่มขึ้น 9.6% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากค่าเสื่อมราคาเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น 12.2% จากการที่ระยะเวลาในการตัดค่าเสื่อมราคาสั้นลงตามอายุสัญญาร่วมการงานนอกจากนี้ ยังมีต้นทุนจากการโทรออกต่างประเทศเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน รายได้ที่เพิ่มขึ้นต้นทุนค่าผลประโยชน์ตอบแทนรายปี % % เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส เทียบกับ เทียบกับ 1/2551 1/2550 4/2550 ไตรมาส ไตรมาส (ล้านบาท) 1/2550 4/2550 Concession fee 5,157 4,814 5,412 7.1% -4.7% % of service revenue excl. IC 24.1% 24.7% 26.9% ต้นทุนค่าผลประโยชน์ตอบแทนรายปี คิดเป็นสัดส่วน 24% ของรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่า ICลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 24.7% ในไตรมาส 1/2550 จากสัดส่วนรายได้โพสต์เพดที่น้อยลง เมื่องเที่ยบกับไตรมาส 4/2550 สัดส่วนค่าผลประโยชน์ตอนแทนลดลงเนื่องจากใน ไตรมาส 4/2550 มีการคิดค่าส่วนแบ่งรายได้จากการบันทึกค่า IC สำหรับปี 2550 ทั้งปีในคราวเดียว ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส (ล้านบาท) 1/2551 1/2550 4/2550 % marketing expense to total revenue (excl. IC) 2.6% 3.7% 4.5% % bad debt to postpaid revenue 2.5% 6.6% 4.1% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ลดลง 17.3% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และลดลง 23.6% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่าย ทางการตลาดที่ลดลง การหยุดการตัดค่าเสื่อมค่าความนิยม (goodwill)ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ที่บังคับใช้ และค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้ สูญที่น้อยลง ค่าใช้จ่ายทางการตลาดในไตรมาสนี้คิดเป็น 2.6% ของรายได้รวมที่ไม่รวม IC ลดลงจากในไตรมาสที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 4.5% และ 3.7% ในไตรมาส 1/2550 ตามปกติค่าใช้จ่ายทางการตลาดในไตรมาสแรกของปีมักจะเป็นสัดส่วนที่น้อยที่สุด และจะสูงสุดในไตรมาสสุดท้าย ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญลดลงอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยในไตรมาสนี้คิดเป็น 2.5% ของรายได้โพสต์เพด ลดลงจาก 4.1% ในไตรมาสที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพลูกหนี้ของลูกค้าโพสต์เพดที่ดีขึ้น หลังจากที่มีการปรับกลยุทธ์การขยายตลาดให้มีสมดุลมากขึ้นระหว่างการเติบโต ของรายได้จากกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพลดลงและความเสี่ยงที่หนี้สูญจะสูงขึ้นอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA margin) คิดเป็น 42.9% เพิ่มขึ้นจาก 31.8%ในไตรมาสที่แล้วเนื่องจากผลจากการบันทึกค่า IC ในไตรมาสที่แล้วซึ่งเป็นการบันทึกยอดของทั้งปีในคราว เดียวในไตรมาส 4/2550 หากไม่รวมผลกระทบจาก IC EBITDA margin คิดเป็น 49.9% เพิ่มขึ้นจาก45.8% เนื่องจากรายได้ที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและสำรองหนี้สูญที่ลดลง ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส EBITDA (ล้านบาท) 1/2551 1/2550 4/2550 กำไรจากการดำเนินงาน 7,664 6,079 7,736 ค่าเสื่อมราคา 755 740 958 ค่าตัดจำหน่ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 94 117 98 ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัญญา 3,638 3,158 3,501 สัมปทาน ค่าตัดจำหน่ายสิทธิในสัญญาค่าสัมปทาน 114 114 114 ค่าความนิยมตัดจำหน่าย - 292 292 ค่าเผื่อการด้อยของค่าความนิยม 15 - - EBITDA 12,280 10,500 12,698 EBITDA margin 42.9% 44.7% 31.8% รายรับค่า IC 4,256 - 16,530 รายจ่ายค่า IC 4,139 - 14,054 ส่วนแบ่งรายได้และค่าใช้จ่ายอื่นๆเกี่ยวกับ IC 1 - 461 EBITDA ไม่รวม IC 12,164 10,500 10,682 EBITDA margin ไม่รวม IC 49.9% 44.7% 45.8% กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับไตรมาสนี้มีจำนวน 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 9 ล้านบาทในไตรมาส 1/2550 และ 28 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2550 เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งตัวส่งผลกระทบต่อเงินฝากสกุลดอลลาร์ รวมถึงรายได้และลูกหนี้ค่าโรมมิ่งต่างประเทศ กำไรสุทธิ สำหรับไตรมาสนี้เท่ากับ 5,124 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว เนื่องจากรายได้ที่ดีขึ้นและ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง รวมถึง การหยุดการบันทึกค่าเสื่อมค่าความนิยม ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ที่บังคับใช้ หากเทียบกับใน ไตรมาส 4/2550 กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย0.2% เนื่องจากในไตรมาส 4/2550 มีการบันทึกค่า IC ภายในคราวเดียวซึ่งเป็นยอดสำหรับทั้งปี ทั้งนี้ตารางดังแสดงด้านล่างนี้แสดงถึงการเปรียบเทียบกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานให้มีความชัดเจนเพิ่มเติมจากการรายงานกำไรสุทธิ ตามงบการเงิน กำไรสุทธิเพื่อการเปรียบเทียบ (Comparative net profit) % % เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง (ล้านบาท) รายการที่ ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส เทียบกับ เทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส หักภาษี บันทึกไว้ 1/2551 1/2550 4/2550 1/2550 4/2550 กำไรสุทธิ 5,124 3,984 5,132 28.6% -0.2% ค่าใช้จ่ายในการ ขายและบริหาร บวก: ค่าความนิยมตัดจ่าย ไม่ได้ - 292 292 ค่าใช้จ่ายในการ ค่าเผื่อการด้อยค่าของค่าความนิยม ไม่ได้ ขายและบริหาร 15 - - (1) กำไรสุทธิก่อนหักค่าความนิยม ตัดจ่าย 5,139 4,276 5,424 20.2% -5.2% หัก: รายรับสุทธิค่า IC หลังหักภาษี ตามที่บันทึก ได้ (81) - (1,411) (2) กำไรสุทธิก่อนหักค่าความนิยม 5,058 4,276 4,013 18.3% 26.1% ตัดจ่ายและไม่รวมค่า IC บวก: รายรับสุทธิค่า IC ที่เกิดขึ้นจริง ในไตรมาส ได้ 81 285 206 (3) กำไรสุทธิก่อนหักค่าความนิยม ตัดจ่ายและรวมค่า IC 5,139 4,561 4,218 12.7% 21.8% โครงสร้างงบดุล สินทรัพย์รวม ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2551 มีมูลค่า 132,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 128,942 ล้านบาทเนื่องจากมีปริมาณเงินสด ณ สิ้นงวดสูง จากการสำรองไว้เพื่อการจ่ายเงินปันผลในเดือนพฤษภาคม ลูกหนี้การค้า ณ สิ้นงวดมีจำนวน 5,177 ล้านบาท ลดลงจาก 8,054 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2550 จากการที่บริษัทได้รับชำระค่าเชื่อมโยงโครงข่ายจำนวน 2.5 พันล้านบาท สินทรัพย์ถาวรที่เกี่ยวกับโครงข่าย (หมายรวมถึง สินทรัพย์ภายใต้สัญญาร่วมการงาน เครื่องมืออุปกรณ์และที่ดิน และซอฟต์แวร์) คิดเป็นสัดส่วน 65% ของสินทรัพย์รวม บริษัทยังคงมีการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านความสามารถในการรองรับจำนวนลูกค้าที่มากขึ้นและการขยายความครอบคลุมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยคิดเป็นเงินลงทุนในไตรมาสนี้ทั้งสิ้น 2,111 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสินทรัพย์ถาวรสุทธิ ณ สิ้นงวดลดลงเป็น 85,992 ล้านบาท จาก 88,415 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2550 เนื่องจากการตัดค่าเสื่อมราคาสำหรับงวดมี มูลค่ามากว่าเงินลงทุนเพิ่มเติม ไตรมาส % ต่อ ไตรมาส % ต่อ 1/2551 สินทรัพย์รวม 4/2550 สินทรัพย์รวม (ล้านบาท) สินทรัพย์หมุนเวียน 26,450 19.9% 20,586 16.0% ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 8,265 6.2% 8,561 6.6% สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทาน-สุทธิ 76,432 57.6% 78,527 60.9% สินทรัพย์ไม่มีตัวตน-สุทธิ 10,467 7.9% 10,593 8.2% สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 10,077 7.6% 10,031 7.8% อื่นๆ 989 0.7% 644 0.5% รวมสินทรัพย์ 132,680 100.0% 128,942 100.0% สภาพคล่อง มีสถานะดีขึ้นจากอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current ratio) ลดลงเป็น 89% จาก 73% ในปี2550 เนื่องจากเงินสดที่เพิ่มขึ้น ปริมาณเงินสดคิดเป็นสัดส่วน 56% ของสินทรัพย์รวม หรือมีจำนวน14,718 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2551 เพิ่มขึ้นจาก 8,317 ล้านบาท ณ สิ้นงวดปีก่อน เงินลงทุนระยะสั้นสำหรับไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,733 ล้านบาท จาก 123 ล้านบาทในงวดก่อนเนื่องจากมีการลงทุนในตั๋ว แลกเงินของธนาคาร (bill of exchange) ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากเงินกับบัญชีเงินฝาก ไตรมาส % ต่อ ไตรมาส % ต่อ 1/2551 สินทรัพย์รวม 4/2550 สินทรัพย์รวม เงินสด 14,718 11.1% 8,317 6.4% เงินลงทุนระยะสั้น 1,733 1.3% 123 0.1% ลูกหนี้การค้า 5,177 3.9% 8,054 6.2% สินค้าคงเหลือ 2,051 1.5% 1,236 1.0% สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ 2,771 2.1% 2,855 2.2% สินทรัพย์หมุนเวียน 26,450 19.9% 20,586 16.0% โครงสร้างเงินทุน ยังคงมีความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างหนี้ในระดับต่ำ ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2551อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนทุนดีขึ้น โดยลดลงเป็น 64% จาก 71% ณ สิ้นงวดปีก่อน เนื่องจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรมีจำนวนทั้งสิ้น 55,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 49,999 ล้านบาทในงวดก่อน ในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2551 ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับหุ้น จำนวน 2,960 ล้านหุ้น ที่อัตรา 3.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่า 9,769 ล้านบาท ซึ่งจะทำการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 อัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อส่วนทุน ณ สิ้นไตรมาสนี้คิดเป็น 14% เทียบกับ 29% ณสิ้นงวดที่แล้วเนื่องจากเงินสดที่สำรองไว้เพื่อการจ่ายเงินปันผล หลังจากการจ่ายเงินปันผลแล้วนั้นอัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อส่วนทุนจะอยู่ที่ประมาณ 26% ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส (ล้านบาท) 1/2550 2/2550 3/2550 4/2550 1/2551 หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 28,402 31,321 33,600 30,349 26,105 หนี้สินรวม 56,110 55,570 56,173 53,481 51,937 รวมส่วนผู้ถือหุ้น 81,632 75,556 70,308 75,461 80,743 เงินกู้สุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น (%) 19% 30% 37% 29% 14% หนี้สินรวมต่อส่วนผู้ถือหุ้น (x) 69% 74% 80% 71% 64% หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ณ สิ้นงวดไตรมาสนี้ยอดรวมทั้งสิ้น 26,105 ล้านบาท ลดลงจาก 30,349 ล้านบาท ณสิ้นงวดที่แล้วเนื่องจากบริษัทมีการชำระคืน เงินกู้ยืมระยะสั้นและหุ้นกู้บางส่วน โดยสัดส่วนเงินกู้ที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวคิดเป็น 13% ของยอดเงินกู้ยืมทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นเงินกู้ยืมที่มี อัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือได้มีการทำสัญญาแลกเปลี่ยน (interest swap contract) เพื่อลดความเสี่ยงในด้านอัตราดอกเบี้ยแล้ว ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยคิดเป็น 5.5% ต่อปี ในเดือนเมษายน 2551 บริษัทได้ทำการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมจำนวน4,000 ล้านบาท มีระยะเวลา 5 ปี และอัตราดอกเบี้ยที่ 4% ต่อปีสำหรับในปีที่ 1-2 และ 4.9% ต่อปีสำหรับปีที่ 3-5 ณ สิ้น ณ สิ้น ยอดที่ต้องจ่ายชำระคืน(1) งวด งวด อัตรา หน่วย: ล้านบาท 2550 1/2551 ดอกเบี้ย 2551 2552 2553 2554 2555 2556 เงินกู้ระยะสั้น 3,492 - 3.9% 3,492 - - - - - เงินกู้ระยะยาว (2) 10,681 10,679 5.0% 30 59 59 9,544 59 59 (ยังมีต่อ)