คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร

13 พฤศจิกายน 2550
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ภาพรวมของกลุ่มบริษัท สำหรับไตรมาส 3/2550 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการ เพิ่มขึ้นสุทธิ (net additions) เป็นจำนวน 513,000 ราย ซึ่งน้อยลงเมื่อเทียบกับ จำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 1.6 ล้านรายในไตรมาส 2/2550 เป็นผลไปตามฤดูกาล (low season) และ สภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ในจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น แบ่งเป็น ผู้ใช้บริการระบบพรีเพด เพิ่มขึ้น 734,200 ราย แต่ผู้ใช้บริการระบบโพสต์เพด ลดลง 221,200 ราย เนื่องจากกลุ่มบริษัทไม่ได้มุ่งโปรโมทตลาดโพสต์เพดมากนักดังเช่นในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา และมีนโยบายรัดกุมในการหาลูกค้าใหม่ระบบโพสต์เพด ทั้งนี้ ณ สิ้นงวดเดือนกันยายน 2550 กลุ่มบริษัทมีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้นรวม 23.2 ล้านราย คิดเป็นอัตราส่วนเติบโต 31% จาก ณ สิ้นงวดเดือนกันยายนปี 2549 ด้วยความสำเร็จในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดของจำนวนผู้ใช้บริการ อีกทั้ง ความสามารถในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของรายได้จากการให้บริการอย่างต่อเนื่อง มาตลอดในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา เป็นผลให้กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการใน ไตรมาสที่ 3/2550 เพิ่มขึ้น 5.7% เท่ากับ 19,079 ล้านบาท จาก 18,046 ล้านบาทใน ไตรมาสที่ 3/2549 อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว รายได้จากการให้บริการ ลดลง 2.6% จาก 19,597 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2/2550 ซึ่งลดลงไปตามฤดูกาล ค่าใช้จ่ายการตลาดคิดเป็นอัตราส่วนต่อรายได้รวมในไตรมาสที่ 3/2550 ลดลงเป็น 3.3% จาก 3.5% ในไตรมาสที่ 3/2549 และ 3.8% ในไตรมาสที่ 2/2550 เนื่องจาก มีกิจกรรมทางการตลาดที่น้อยลงไปตามฤดูกาล ในส่วนของการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (bad debt provision) ในไตรมาสที่ 3/2550 เท่ากับ 7% ของรายได้ลูกค้าโพสต์เพด ลดลงจาก 8.1% จากไตรมาสที่ 2/2550 เป็นผลมาจากนโยบายการหาลูกค้าใหม่ของ กลุ่มบริษัทที่ทำด้วยความระมัดระวังและเลือกเฉพาะลูกค้าที่มีเครดิตดี โดยคุณภาพ ของลูกหนี้ยังคงอยู่ในระดับดี โดยสัดส่วนลูกหนี้การค้าก่อนหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (gross account receivable) ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระและเลยกำหนดชำระไม่เกิน 3 เดือน มีถึง 90% ของยอดลูกหนี้การค้าทั้งหมด กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 3,512 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3/2550 ลดลง 3.9% จากไตรมาส ที่ 3/2549 และลดลง 4.1% จากไตรมาสที่ 2/2550 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการเท่ากับ 58,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จาก 57,735 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2549 ในขณะที่ รายได้จากการขายลดลง 8.3% เป็น 10,416 ล้านบาท จาก 11,364 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2549 ทั้งนี้การลดลงของรายได้จากการขายมิได้มีสาระสำคัญต่อกำไร ของบริษัทเนื่องจากรายได้จากการขายมีกำไรต่อหน่วยต่ำและมีผลกระทบต่อกำไรเพียง เล็กน้อยเท่านั้น รายได้รวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 เท่ากับ 68,584 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.7% จาก 69,100 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปี 2549 ในส่วนของต้นทุนรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 เท่ากับ 42,004 ล้านบาท คงที่ เมื่อเทียบกับ 41,967 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2549 ต้นทุนจากการให้บริการ เพิ่มขึ้น 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายการลงทุนพัฒนาด้านโครงข่าย อย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 17.4% เป็น 9,386 ล้านบาท จาก 7,997 จากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2549 เนื่องจากค่าใช้จ่ายการตลาดและการตั้ง สำรองหนี้สงสัยจะสูญที่สูงขึ้น โดยกำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 เท่ากับ 11,159 ล้านบาท ลดลง 14.6% จาก 13,069 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2550 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล ระหว่างกาลเป็นจำนวน 2,957.16 ล้านหุ้น คิดเป็นจำนวนเงินเท่ากับ 8,871 ล้านบาท หรือหุ้นละ 3 บาท โดยเงินปันผลได้จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 กันยายน 2550 ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท - เปรียบเทียบรายไตรมาส หน่วย : ล้านบาท ไตรมาส ไตรมาส เพิ่ม/(ลด) ไตรมาส เพิ่ม/(ลด) 3/2550 3/2549 เทียบกับ 2/2550 เทียบกับ ไตรมาส ไตรมาส 3/2549 2/2550 รายได้จากการให้บริการ 19,079 18,046 5.7% 19,597 (2.6%) รายได้จากการขาย 3,328 3,858 (13.7%) 3,082 8.0% รายได้รวม 22,407 21,903 2.3% 22,678 (1.2%) ต้นทุนรวม 13,984 13,876 0.8% 13,728 1.9% กำไรขั้นต้น 8,423 8,027 4.9% 8,950 (5.9%) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,959 2,621 12.9% 3,301 (10.4%) กำไรก่อนหักภาษี 5,593 5,665 (1.3%) 5,795 (3.5%) กำไรสุทธิ 3,512 3,653 (3.9%) 3,663 (4.1%) ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท-เปรียบเทียบราย 9 เดือน 9 เดือน 9 เดือน เพิ่ม (ลด) เมื่อ ปี 2550 ปี 2549 เทียบกับ 9 เดือน ปี 2549 รายได้จากการให้บริการ 58,168 57,735 0.7% รายได้จากการขาย 10,416 11,364 (8.3%) รายได้รวม 68,584 69,100 (0.7%) ต้นทุนรวม 42,004 41,967 0.1% กำไรขั้นต้น 26,580 27,133 (2.0%) ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหาร 9,386 7,997 17.4% กำไรก่อนหักภาษี 17,657 19,947 (11.5%) กำไรสุทธิ 11,159 13,069 (14.6%) รายได้และกำไร รายได้รวม สำหรับไตรมาส 3/2550 รายได้รวมเท่ากับ 22,407 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จาก 21,903 ล้านบาทในไตรมาส 3/2539 เป็นผลจากการเติบโตของฐานผู้ใช้บริการ ใน จำนวนรายได้รวมทั้งหมด 85% มาจากรายได้จากการให้บริการ และ 15% มาจาก รายได้จากการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่และซิมการ์ด รายได้จากการให้บริการในไตรมาส 3/2550 เพิ่มขึ้น 5.7% เป็น 19,079 ล้านบาท จาก 18,046 ล้านบาทในไตรมาส 3/2549 จากฐานของผู้ใช้บริการที่สูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบ กับไตรมาสก่อน รายได้จากการให้บริการลดลง 2.6% ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล (low season) และ สภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา รายได้จากการขายลดลงเป็น 3,328 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2550 หรือลดลง 13.7% จาก 3,858 ล้านบาทจากไตรมาส 3/2549 แต่ เพิ่มขึ้น 8.0% จาก 3,082 ล้านบาทในไตรมาส 2/2550 ถึงแม้ว่าปริมาณการขายเครื่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาสนี้จะสูงกว่าปีก่อน แต่รายได้ลดลงเนื่องจากราคาขายเฉลี่ย ต่อหน่วยที่ลดลง และส่วนลดที่ให้แก่ผู้จัดจำหน่ายที่สูงขึ้น สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 68,584 ล้านบาท หรือลดลงเล็กน้อย 0.7% จาก 69,100 ล้านบาทจากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2549 รายได้จากการให้บริการเท่ากับ 58,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จาก 57,735 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2549 ในขณะที่รายได้จากการขายลดลง 8.3% เป็น 10,416 ล้านบาท จาก 11,364 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2549 ต้นทุน ต้นทุนรวมประกอบด้วย (1) ต้นทุนจากการให้บริการและขายอุปกรณ์ (2) ผลประโยชน์ ตอบแทนรายปีจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ (3) ต้นทุนขาย สำหรับไตรมาส 3/2550 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวมเท่ากับ 13,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จาก ไตรมาส 3/2549 และ 1.9% จากไตรมาส 2/2550 จากต้นทุนจากการให้บริการ และต้นทุนขาย เพิ่มขึ้น (1) ต้นทุนจากการให้บริการและขายอุปกรณ์ สำหรับไตรมาส 3/2550 เท่ากับ 6,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากไตรมาส 3/2549 และเพิ่มขึ้น 3.6% จากไตรมาส 2/2550 เนื่องจากค่าเสื่อมราคา และ ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายสำหรับไตรมาสนี้สูงขึ้น ทั้งนี้ เป็นผลจากกลุ่มบริษัทมีการขยายการลงทุนในเครือข่ายอย่างมากในปีที่แล้ว และอายุ สัมปทานที่สั้นลง (2) ต้นทุนผลประโยชน์ตอบแทนรายปี สำหรับไตรมาสเท่ากับ 4,627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากไตรมาส 3/2549 แต่ลดลง 4.4% จากไตรมาส 2/2550 ซึ่งเป็นไปตามสัดส่วน ของรายได้จากการให้บริการ ทั้งนี้ต้นทุนผลประโยชน์ตอบแทนรายปีเมื่อเทียบเป็น สัดส่วนต่อรายได้จากการให้บริการแล้วลดลงเล็กน้อยเป็น 24.2% ในไตรมาส 3/2550 จาก 24.7% ทั้งในไตรมาส 3/2549 และไตรมาส 2/2550 (3) ต้นทุนขาย สำหรับไตรมาสนี้เท่ากับ 3,118 ล้านบาท ลดลง 14.3% จาก 3,638 ล้าน บาทในไตรมาส 3/2549 ทั้งนี้เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2550 ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 8.6% จากราคาขายเครื่องโทรศัพท์เฉลี่ยต่อหน่วยที่ลดลง และส่วนลดที่ให้แก่ผู้จัดจำหน่ายที่ เพิ่มขึ้น สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 ต้นทุนรวมค่อนข้างคงที่อยู่ที่ 42,004 ล้านบาท เทียบกับ 41,967 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร สำหรับไตรมาสนี้เท่ากับ 2,959 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% จาก 2,621 ล้านบาทในไตรมาส 3/2549 เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ที่สูงขึ้น ทั้งนี้ การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเมื่อคิดเป็นอัตราส่วนต่อรายได้รวมของลูกค้า ระบบโพสต์เพดเท่ากับ 7.0% ในไตรมาส 3/2550 เทียบกับ 1.4% ในไตรมาส 3/2549 เนื่องจากกลุ่มบริษัทได้มีการทำตลาดอย่างหนักเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าระบบโพสต์เพด ตั้งแต่ช่วงต้นปี2550 อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาสที่ 3/2550 อยู่ที่ 7.0% ของรายได้ ลูกค้าโพสต์เพด ลดลงจาก 8.1% จากไตรมาสที่ 2/2550 เป็นผลมาจากนโยบายการหา ลูกค้าใหม่ของกลุ่มบริษัทที่ทำด้วยความระมัดระวังและเลือกเฉพาะลูกค้าที่มีเครดิตดี โดยคุณภาพของลูกหนี้ยังคงอยู่ในระดับดี โดยสัดส่วนลูกหนี้การค้าก่อนหักค่าเผื่อหนี้ สงสัยจะสูญ (gross account receivable) ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระและเลยกำหนดชำระ ไม่เกิน 3 เดือน มีถึง 90% ของยอดลูกหนี้การค้าทั้งหมด ค่าใช้จ่ายการตลาดคิดเป็นอัตราส่วนต่อรายได้รวมในไตรมาสที่ 3/2550 นี้ ลดลงเป็น 3.3% จาก 3.5% ในไตรมาสที่ 3/2549 และ 3.8% ในไตรมาสที่ 2/2550 เนื่องจาก กิจกรรมทางการตลาดที่น้อยลง โดยในปี 2550 กลุ่มบริษัทยังคาดว่าจะใช้งบประมาณ การตลาดคิดเป็น 4% ของรายได้รวมทั้งปี สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น 17.4% เป็น 9,368 ล้านบาท จาก 7,997 ล้านบาท จากปีที่แล้ว ทั้งนี้ส่วนที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นจาก การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและค่าใช้จ่ายด้านการตลาด กำไรสุทธิ กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสเท่ากับ 3,512 ล้านบาท ลดลง 3.9% จากไตรมาส 3/2549 และลดลง 4.1% จากไตรมาส 2/2550 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 กำไรสุทธิเท่ากับ 11,159 ล้านบาท ลดลง 14.6% จาก 13,069 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สภาพคล่อง ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2550 อัตราส่วนสภาพคล่อง (current ratio) ลดลงเป็น 52% จาก74% ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 เนื่องจากเงินสดที่ลดลงหลังการจ่ายเงินปันผล ระหว่างกาล สินทรัพย์หมุนเวียน กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียน ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2550 จำนวน 16,755 ล้านบาท ลดลง 26.8% จาก 22,893 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 เนื่องจากเงินสดที่ ลดลงหลังการจ่ายเงินปันผล 30 กันยายน 2550 31 ธันวาคม 2549 ล้านบาท % ต่อ ล้านบาท % ต่อ สินทรัพย์รวม สินทรัพย์รวม เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 7,470 5.9% 12,742 9.5% ลูกหนี้การค้าสุทธิ 5,024 4.0% 4,898 3.6% สินค้าคงเหลือ อุปกรณ์และอะไหล่ 1,298 1.0% 2,055 1.5% เพื่อการซ่อมแซมเครือข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่-สุทธิ สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 2,963 2.3% 3,198 2.4% รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 16,755 13.2% 22,893 17.0% หนี้สินหมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียน ณ สิ้นงวดไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 32,013 ล้านบาท จาก 31,039 ล้าน บาท ณ สิ้นงวด 4/2549 เนื่องจากมียอดหนี้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 30 กันยายน 2550 31 ธันวาคม 2549 ล้านบาท % ของ ล้านบาท % ของ หนี้สินรวม หนี้สินรวม เงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 6,937 12.3% 1,000 1.8% เจ้าหนี้การค้า 4,089 7.3% 5,760 10.2% ส่วนของหุ้นกู้ระยะยาว ที่ถึง 2,516 4.5% 6,507 11.5% กำหนดภายในหนึ่งปี ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน 10,668 19.0% 7,155 12.6% ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และ ภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย รายได้รับล่วงหน้า 3,191 5.7% 3,659 6.5% ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 1,102 2.0% 2,963 5.2% หนี้สินหมุนเวียนอื่น 3,510 6.2% 3,995 7.0% รวมหนี้สินหมุนเวียน 32,013 57.0% 31,039 54.7% สินทรัพย์ กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2550 เท่ากับ 126,481 ล้านบาท ลดลง จาก 134,301 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 เหตุผลหลักมาจากมีสินทรัพย์ หมุนเวียนลดลง ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนสินทรัพย์ถาวรซึ่งรวมถึงที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์ และสินทรัพย์โครงข่ายภายใต้สัญญาสัมปทาน ซึ่งใช้ในการดำเนินงาน โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ คิดเป็น 71% ของสินทรัพย์รวม 30 กันยายน 2550 31 ธันวาคม 2549 ล้านบาท % ต่อ ล้านบาท % ต่อ สินทรัพย์รวม สินทรัพย์รวม สินทรัพย์หมุนเวียน 16,755 13.2% 22,893 17.0% ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์-สุทธิ 7,966 6.3% 7,797 5.8% สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานสุทธิ 80,185 63.4% 81,096 60.4% สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 11,031 8.7% 12,197 9.1% สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 9,873 7.8% 9,763 7.3% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 671 0.5% 555 0.4% สินทรัพย์รวม 126,481 100% 134,301 100% โครงสร้างเงินทุน กลุ่มบริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่เข้มแข็งและมีสัดส่วนการกู้ยืมต่ำ โดยมีอัตราส่วนหนี้สิน รวมต่อส่วนทุน ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2550 คิดเป็น 48% และอัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อทุน (เงินกู้สุทธิหมายถึง หุ้นกู้และเงินกู้ยืม หักด้วย เงินสด) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 37% จาก 26% ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 30 กันยายน 2550 31 ธันวาคม 2549 อัตราส่วนหนึ้สินรวมต่อส่วนทุน 80% 73% อัตราส่วนเงินกู้ยืมต่อส่วนทุน 48% 43% อัตราส่วนเงินกู้ยืมสุทธิต่อส่วนทุน 37% 26% หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2550 กลุ่มบริษัทมียอดหุ้นกู้และเงินกู้ยืมทั้งสิ้นจำนวน 33,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 33,149 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 เพื่อใช้ในการ ดำเนินกิจการและลงทุนขยายโครงข่าย 30 กันยายน 2550 31 ธันวาคม 2549 ล้านบาท % ต่อ หนี้สินรวม ล้านบาท % ต่อ หนี้สินรวม เงินกู้ระยะสั้น 6,937 12.3% 1,000 1.8% ส่วนของหุ้นกู้ระยะยาว ที่ 2,516 4.5% 6,507 11.5% ถึงกำหนดภายในหนึ่งปี เงินกู้ระยะยาว 24,148* 42.9% 25,642* 45.2% รวมเงินกู้ 33,601 59.8% 33,149 58.5% * เงินกู้ยืมระยะยาวที่ได้มีการทำ swap มีมูลค่า 9,485 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2550 กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 70,308 ล้านบาท ลดลงจาก 77,599 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล ระหว่างกาลในช่วงไตรมาส 3/2550 กระแสเงินสด สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดไตรมาส3/2550 กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินจากการดำเนินงาน (หลังจากหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และ การเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน) รวม จำนวน 26,812 ล้านบาท และมีเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 5,868 ล้านบาท ในจำนวน นี้ได้ใช้ไปสำหรับการลงทุนในโครงข่ายจำนวน 13,373 ล้านบาท และชำระคืนหุ้นกู้ระยะ ยาวและสัญญาเช่าการเงินจำนวน 5,515 ล้านบาท รวมถึงจ่ายเงินปันผลจำนวน 18,622 ล้านบาท สุทธิแล้วกลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดลดลงจำนวน 4,666 ล้านบาท สำหรับงวดเก้าเดือนของปี 2550 ในเอกสารชุดนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต (ไม่ว่าจะเป็นการประมาณการทางด้านการเงินหรือการประมาณการทางด้านธุรกิจในส่วนอื่นๆ) ตัวอย่างของคำที่ใช้ในการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ?อาจจะ?, ?จะ?, ?คาดว่า?, ?ประมาณ?, ?เชื่อว่า? เป็นต้น แม้ว่าประมาณการดังกล่าวจะประเมินขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นฐาน บริษัทฯ ไม่สามารถรับประกันหรือยืนยันได้ว่าการ ประมาณการดังกล่าวจะเกิดขึ้นตรงตามที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ในอนาคต ดังนั้นผู้ใช้ข้อมูลดังกล่าว จึงควรระมัดระวังในการใช้ข้อมูลประมาณการข้างต้น