คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร
11 พฤษภาคม 2550
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร
ภาพรวมของกลุ่มบริษัท
สำหรับไตรมาส 1/2550 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นทั้งสิ้นรวม
1.57 ล้านราย คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 8 จากสิ้นปี 2550 ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้บริการระบบพรีเพด
(เติมเงิน) จำนวน 1.18 ล้านราย และเป็นผู้ใช้บริการระบบโพสต์เพด (รายเดือน) จำนวน 0.38 ล้าน
ราย ทั้งนี้ จำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นเป็นผลเนื่องมาจากโปรโมชั่นที่ออกในช่วงไตรมาส เช่น "เอาไปเลย
ครั้งละบาท" "เอาไปเลย 25 สต." "GSM แพ็คเกจ S" "GSM S Plus" เป็นต้น ณ สิ้นไตรมาส
กลุ่มบริษัทมีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้นรวม 21.1 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบพรีเพด (เติมเงิน)
จำนวน 18.5 ล้านราย และเป็นผู้ใช้บริการระบบโพสต์เพด (รายเดือน) จำนวน 2.6 ล้านราย
กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมสำหรับไตรมาส 1/2550 เท่ากับ 23,498 ล้านบาท ลดลง 4.8% จาก 24,688
ล้านบาทในใตรมาส 1/2549 แต่เพิ่มขึ้น 5.2% จากไตรมาส 4/2549 รายได้จากการให้บริการสำหรับ
ไตรมาส 1/2550 เท่ากับ 19,493 ล้านบาท ลดลง 8.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2549 ซึ่งเป็น
ไตรมาสที่มีราคาค่าบริการเฉลี่ย และรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม
หากเทียบกับไตรมาส 4/2549 รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 6.4% เนื่องจากอัตราการเติบโตของ
จำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นสูงและราคาโดยเฉลี่ยค่อนข้างคงที่ ส่วนรายได้จากการขายสำหรับไตรมาสนี้
เท่ากับ 4,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาส1/2549 จากจำนวนยอดขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่
สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว รายได้จากการขายค่อนข้างคงที่
ต้นทุนรวมสำหรับไตรมาสนี้เท่ากับ 14,293 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น
1.2% เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 22.5% เป็น 3,676 ล้านบาทตามจำนวนโทรศัพท์ที่ขายมากขึ้น ในขณะ
ที่ต้นทุนจากการให้บริการลดลง 1.2% เป็น 5,802 ล้านบาท และต้นทุนค่าผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและ
ภาษีสรรพสามิตลดลง 8.2% จากไตรมาส 1/2549 ตามสัดส่วนรายได้ที่ลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส
4/2549 ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 2.2% จากทั้งต้นทุนการให้บริการและต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกัน
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับไตรมาส 1/2550 คิดเป็น 3,126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.0%
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2549 ซึ่งเป็นไตรมาสที่มีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดต่ำกว่าปกติ แต่ลดลง 8.7%
เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2549 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดสูงและลดลงสู่ระดับปกติในไตรมาสนี้
กลุ่มบริษัทมีดอกเบี้ยจ่ายสำหรับไตรมาสนี้จำนวน 448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส
1/2549 เนื่องจากยอดหนี้ ณ สิ้นงวดไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 28,402 ล้านบาท จาก 23,963 ล้านบาท
ในไตรมาส 1/2549 ทั้งนี้ดอกเบี้ยจ่ายในไตรมาส 4/2549 มีจำนวนที่สูงกว่าในไตรมาสนี้ เนื่องจากใน
ช่วงปลายของไตรมาส 3/2549 มีการออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อนำมาชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่ถึงกำหนดไถ่ถอนในไตรมาส
4/2549 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1/2550 จำนวน 3,984 ล้านบาท ลดลง 24.7% จาก
5,290 ล้านบาทในไตรมาส 1/2549 แต่เพิ่มขึ้น 25.0% จาก 3,187 ล้านบาทในไตรมาส 4/2549
เพิ่ม/(ลด) เพิ่ม/(ลด)
ไตรมาส ไตรมาส เทียบกับ ไตรมาส เทียบกับ
หน่วย : ล้านบาท 1/2550 1/2549 ไตรมาส 4/2549 ไตรมาส
1/2549 4/2549
รายได้จากการให้บริการ 19,493 21,267 -8.3% 18,317 6.4%
รายได้จากการขาย 4,006 3,421 17.1% 4,011 -0.1%
รายได้รวม 23,498 24,688 -4.8% 22,328 5.2%
ต้นทุนรวม 14,293 14,123 1.2% 13,989 2.2%
กำไรขั้นต้น 9,206 10,565 -12.9% 8,340 10.4%
ค่าใช้จ่ายในการขาย
และบริหาร 3,126 2,817 11.0% 3,424 -8.7%
กำไรก่อนหักภาษี 6,269 8,036 -22.0% 5,160 21.5%
กำไรสุทธิ 3,984 5,290 -24.7% 3,187 25.0%
รายได้และกำไร
รายได้รวม
สำหรับไตรมาส 1/2550 รายได้รวมของกลุ่มบริษัทประกอบด้วย (1) รายได้จากการให้บริการเป็นสัดส่วน
83.0% ของรายได้รวม (2) รายได้จากการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และซิมการ์ดเป็นสัดส่วน 17.0%
รายได้รวมสำหรับไตรมาสนี้คิดเป็น 23,498 ล้านบาท ลดลง 4.8% จาก 24,688 ล้านบาทในไตรมาส
1/2549 หากแต่เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับ 22,328 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2549 ทั้งนี้การ
เปลี่ยนแปลงดังกล่าวไปตามรายได้จากการให้บริการ
(1) รายได้จากการให้บริการ
สำหรับไตรมาส 1/2550 เท่ากับ 19,493 ล้านบาท ลดลง 8.3% จาก 21,267 ล้านบาทใน
ไตรมาส 1/2549 ซึ่งเป็นช่วงที่มีราคาค่าบริการเฉลี่ยและรายได้ต่อเลขหมายค่อนข้างสูงเมื่อ
เปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2550 และในไตรมาสอื่นๆในปี 2549 เนื่องจากมีการปรับราคาขึ้นสำหรับ
โปรโมชั่นในช่วงต้นปี 2549 อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2549 รายได้จากการให้
บริการเพิ่มขึ้น 6.4% เนื่องจากอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการที่ค่อนข้างสูงและระดับราคาค่า
บริการที่ค่อนข้างคงที่ในระหว่างทั้งสองไตรมาส
(2) รายได้จากการขาย
เพิ่มขึ้น 17.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เป็น 4,006 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายเครื่อง
โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2549 รายได้จากการขายค่อนข้างคงที่ แม้ว่า
ราคาเฉลี่ยของโทรศัพท์ลดลง
ต้นทุน
ต้นทุนรวมประกอบด้วย (1) ต้นทุนจากการให้บริการและขายอุปกรณ์ (2) ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีจาก
การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และภาษีสรรพสามิต และ (3) ต้นทุนขาย สำหรับไตรมาส 1/2550 กลุ่ม
บริษัทมีต้นทุนรวมเท่ากับ 14,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จาก 14,123 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2549
และเพิ่มขึ้น 2.2% จาก 13,989 ล้านบาทในไตรมาส 4/2549
(1) ต้นทุนจากการให้บริการและขายอุปกรณ์
สำหรับไตรมาสนี้เท่ากับ 5,802 ล้านบาท ลดลง 1.2% จาก 5,876 ล้านบาทในไตรมาส 1/2549
เนื่องจากค่าเสื่อมราคาลดลง หากแต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2549 ต้นทุนจากการให้บริการสูงขึ้น
2.3% จาก 5,675 ล้านบาท เนื่องจากค่าเสื่อมราคาและต้นทุนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายสำหรับ
ไตรมาสนี้เริ่มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เป็นผลจากการลงทุนในเครือข่ายช่วงปี 2549
(2) ต้นทุนผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต
สำหรับไตรมาสเท่ากับ 4,814 ล้านบาท ลดลง 8.2% จาก 5,247 ล้านบาทในไตรมาส 1/2549
แต่เพิ่มขึ้น 5.8% จาก 4,550 ล้านบาทในไตรมาส 4/2549 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตามสัดส่วนราย
ได้ที่เปลี่ยนไปเนื่องจากเป็นต้นทุนแปรผันตรงกับรายได้จากการให้บริการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 27
กุมภาพันธ์ 2550 ที่ได้มีประกาศกระทรวงการคลังตามมติคณะรัฐมนตรีให้ลดภาษีสรรพสามิตสำหรับ
ธุรกิจโทรคมนาคมลงเหลือ 0% ทำให้กลุ่มบริษัทต้องชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนรายปีให้แก่ทีโอทีเต็ม
จำนวน จากเดิมที่เคยหักส่วนของภาษีสรรพสามิตออกก่อนนำส่งผลประโยชน์ตอบแทนรายปี
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในส่วนนี้เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการให้บริการแล้วยังคงอยู่ที่ 24.7%
ในไตรมาส 1/2550 เทียบกับ 24.7% ในไตรมาส 1/2549 และ 24.8% ในไตรมาส 4/2549
(3) ต้นทุนขาย
สำหรับไตรมาสนี้เท่ากับ 3,676 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.5% จาก3,000 ล้านบาท ในไตรมาส
1/2549 เนื่องจากยอดขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น หากเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว ต้นทุนขาย
ลดลง 2.3% จาก 3,764 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง
ในด้านอัตรากำไรต่อยอดขายสำหรับไตรมาส 1/2550 คิดเป็น 8.2% เทียบกับ 12.3% ในไตรมาส
1/2549 และ 6.2% ในไตรมาส 4/2549 ทั้งนี้ อัตรากำไรต่อยอดขายมักมีการเปลี่ยนแปลงและไม่
คงที่ในแต่ละไตรมาส เนื่องจากกำไรต่อหน่วยที่แตกต่างกันของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละรุ่นที่ขาย
ในช่วงนั้นๆ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร สำหรับไตรมาสนี้เท่ากับ 3,126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.0% จาก 2,817
ล้านบาทในไตรมาส 1/2549 แต่ลดลง 8.7% จาก 3,424 ล้านบาทในไตรมาส 4/2549 ทั้งนี้เนื่องจาก
การเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายทางการตลาดเป็นหลัก ซึ่งค่าใช้จ่ายทางการตลาดในไตรมาส 1/2549 คิด
เป็น 3.7% ของรายได้รวม เทียบเท่ากับระดับที่ใช้สำหรับปี 2549 ทั้งปี เทียบกับในไตรมาส 1/2549 ที่
ใช้ค่อนข้างน้อยที่ 2.2% ของรายได้รวม ส่วนในไตรมาส 4/2549 ค่าใช้จ่ายทางการตลาดค่อนข้างสูงที่
6.0% ของรายได้รวม เนื่องจากการใช้จ่ายด้านโฆษณาและช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น
ดอกเบี้ยจ่าย
ดอกเบี้ยจ่ายสำหรับไตรมาสนี้เท่ากับ 448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
เนื่องจากยอดหนี้ ณ สิ้นงวดไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 28,402 ล้านบาท จาก 23,963 ล้านบาท ในไตรมาส
1/2549 แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 12.5% จาก 511 ล้านบาทในไตรมาส
4/2549 ซึ่งเป็นจำนวนดอกเบี้ยจ่ายที่สูงกว่าปกติ เนื่องจากมีการออกหุ้นกู้ใหม่จำนวน 11,427 ล้านบาทใน
ช่วงปลายไตรมาส 3/2549 ก่อนนำมาชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่ถึงกำหนดไถ่ถอนจำนวน 10,000 ล้านบาทใน
เดือนพฤศจิกายน 2549
กำไรสุทธิ
กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1/2550 จำนวน 3,984 ล้านบาท ลดลง 24.7% จาก 5,290
ล้านบาทในไตรมาส 1/2549 แต่เพิ่มขึ้น 25.0% จาก 3,187 ล้านบาทในไตรมาส 4/2549
สภาพคล่อง
ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2550 อัตราส่วนสภาพคล่อง (current ratio) สูงขึ้นเป็น 81% จาก 74%
ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 เนื่องจากมีภาษีมูลค่าเพิ่มค้างรับ ลูกหนี้การค้า และเงินสด เพิ่มขึ้น
สินทรัพย์หมุนเวียน
กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียน ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2550 จำนวน 25,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9%
จาก 22,893 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 million เนื่องจากมีภาษีมูลค่าเพิ่มค้างรับ ลูกหนี้
การค้า และเงินสดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคิดเป็น 53%
ของสินทรัพย์หมุนเวียนทั้งหมด
31 มีนาคม 2550 31 ธันวาคม 2549
% ต่อ % ต่อ
สินทรัพย์ สินทรัพย์
ล้านบาท รวม ล้านบาท รวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 13,248 9.6% 12,742 9.5%
ลูกหนี้การค้าสุทธิ 5,543 4.0% 4,898 3.6%
ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างรับ 1,806 1.3% 464 0.3%
สินค้าคงเหลือ อุปกรณ์และอะไหล่
เพื่อการซ่อมแซมเครือข่ายโทรศัพท์
เคลื่อนที่-สุทธิ 1,531 1.1% 2,055 1.5%
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 3,022 2.2% 2,733 2.0%
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 25,150 18.3% 22,893 17.0%
หนี้สินหมุนเวียน
หนี้สินหมุนเวียน ณ สิ้นงวดไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 31,205 ล้านบาท จาก 31,039 ล้านบาท
ณ สิ้นงวดไตรมาสที่แล้ว แม้ว่าจะมียอดหนี้ระยะยาวในส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีลดลง แต่มียอด
เจ้าหนี้การค้า ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย และภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพิ่มขึ้น
31 มีนาคม 2550 31 ธันวาคม 2549
% ของ % ของ
ล้านบาท หนี้สินรวม ล้านบาท หนี้สินรวม
เงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน - - 1,000 1.8%
เจ้าหนี้การค้า 6,671 11.9% 5,760 10.2%
ส่วนของหุ้นกู้ระยะยาว ที่ถึงกำหนด
ภายในหนึ่งปี 3,509 6.3% 6,507 11.5%
ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบ
แทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย 8,045 14.3% 7,155 12.6%
รายได้รับล่วงหน้า 3,724 6.6% 3,659 6.5%
ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 4,613 8.2% 2,963 5.2%
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 4,644 8.3% 3,994 7.0%
รวมหนี้สินหมุนเวียน 31,205 55.6% 31,039 54.7%
สินทรัพย์
กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2550 เท่ากับ 137,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน
3,441 ล้านบาท จาก 134,301 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 เนื่องจากมีสินทรัพย์หมุนเวียน
และสินทรัพย์โครงข่ายภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้นจากการที่กลุ่มบริษัทมีการลงทุนต่อเนื่องในได้การรองรับ
และคุณภาพของโครงข่าย ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนสินทรัพย์ถาวรซึ่งรวมถึงที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ และ
สินทรัพย์โครงข่ายภายใต้สัญญาสัมปทาน ซึ่งใช้ในการดำเนินงานโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ คิดเป็น 65.5%
ของสินทรัพย์รวม
31 มีนาคม 2550 31 ธันวาคม 2549
% ต่อ % ต่อ
สินทรัพย์ สินทรัพย์
ล้านบาท รวม ล้านบาท รวม
สินทรัพย์หมุนเวียน 25,150 18.3% 22,893 17.0%
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์-สุทธิ 8,369 6.1% 7,797 5.8%
สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานสุทธ 81,860 59.4% 81,096 60.4%
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 11,819 8.6% 12,197 9.1%
สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 9,917 7.2% 9,763 7.3%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 626 0.5% 555 0.4%
สินทรัพย์รวม 137,742 100% 134,301 100%
โครงสร้างเงินทุน
กลุ่มบริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่เข้มแข็งและมีสัดส่วนการกู้ยืมต่ำ ดังจะเห็นได้จากอัตราส่วนทางการเงิน
ตามตารางด้านล่าง อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนทุน ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2550 คิดเป็น 69% ลดลงจาก
73% ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 เนื่องจากมีการไถ่ถอนหุ้นกู้ระยะยาวบางส่วนในระหว่างไตรมาส
ในด้านอัตราส่วนเงินกู้ต่อทุน ลดลงเป็น 35% จาก 43% และอัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อทุน (เงินกู้สุทธิหมายถึง
หุ้นกู้และเงินกู้ยืม หักด้วย เงินสด) ลดลงเป็น 19% จาก 26% ในไตรมาสที่แล้ว
31 มีนาคม 2550 31 ธันวาคม 2549
อัตราส่วนหนึ้สินรวมต่อส่วนทุน 69% 73%
อัตราส่วนเงินกู้ยืมต่อส่วนทุน 35% 43%
อัตราส่วนเงินกู้ยืมสุทธิต่อส่วนทุน 19% 26%
หุ้นกู้และเงินกู้ยืม
ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2550 กลุ่มบริษัทมียอดหุ้นกู้และเงินกู้ยืมทั้งสิ้นจำนวน 28,402 ล้านบาท ซึ่งลดลง
จาก 33,149 ล้านบาท ณ สิ้นงวดไตรมาส 4/2549 เนื่องจากมีการไถ่ถอนหุ้นกู้ระยะยาวจำนวน 3,750
ล้านบาท และชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นอีกจำนวน 1,000 ล้านบาท
31 มีนาคม 2550 31 ธันวาคม 2549
% ต่อ % ต่อ
ล้านบาท หนี้สินรวม ล้านบาท หนี้สินรวม
เงินกู้ระยะสั้น - - 1,000 1.8%
ส่วนของหุ้นกู้ระยะยาว
ที่ถึงกำหนดภายในหนึ่งปี 3,509 6.3% 6,507 11.5%
เงินกู้ระยะยาว 24,893* 44.4% 25,642* 45.2%
รวมเงินกู้ 28,402 50.6% 33,149 58.5%
* เงินกู้ยืมระยะยาวที่ได้มีการทำ swap มีมูลค่า 9,485 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น
ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2550 กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 81,632 ล้านบาท เนื่องจากมีกำไร
สะสมเพิ่มขึ้นจากการทำกำไรของไตรมาสนี้จำนวน 3,984 ล้านบาท
กระแสเงินสด
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดไตรมาส 1/2550 กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินจากการดำเนินงาน (หลังจากหัก
ดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และ การเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน) รวมจำนวน 9,854 ล้านบาท ในจำนวนนี้
ได้ใช้ไปสำหรับการลงทุนในโครงข่ายจำนวน 4,516 ล้านบาท และชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและหุ้นกู้ระยะ
ยาวจำนวน 4,750 ล้านบาท และส่วนที่เหลือสำรองเป็นเงินสด
การเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชี
การเปลี่ยนวิธีการบัญชีจากวิธีส่วนได้เสียเป็นวิธีราคาทุนสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่แสดง
ไว้ในงบการเงินเฉพาะบริษัท
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 กลุ่มบริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชี ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี
ฉบับที่ 26/2549 ซึ่งให้มีการแก้ไขมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 44 เรื่อง งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับ
เงินลงทุนในบริษัทย่อย และฉบับที่ 45 เรื่อง การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยกำหนดให้เปลี่ยน
วิธีการบัญชีจากวิธีส่วนได้เสียเป็นวิธีราคาทุนสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่แสดงไว้ใน
งบการเงินเฉพาะบริษัท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีการปรับปรุงงบการเงินย้อนหลังซึ่งผลกระทบของการ
เปลี่ยนแปลงที่มีต่องบดุลเฉพาะบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549 และงบกำไรขาดทุนเฉพาะบริษัท
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2549 ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกดังกล่าวไม่มี
ผลกระทบต่องบการเงินรวม ซึ่งยังคงแสดงไว้เช่นเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง
กลุ่มบริษัทได้ใช้วิธีปรับปรุงงบการเงินย้อนหลังซึ่ง ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่มีต่องบดุลเฉพาะบริษัท
ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549 และงบกำไรขาดทุนเฉพาะบริษัทสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่
31 มีนาคม พ.ศ. 2549 ดังต่อไปนี้
งบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ตามที่ได้ปรับใหม่
ล้านบาท
เงินลงทุนในบริษัทย่อยลดลง
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงวิธีส่วนได้เสียเป็นวิธีราคาทุน 1,723
ผลกระทบจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าในเงินลงทุนตามราคาทุน 6,025
เงินลงทุนในบริษัทย่อย - สุทธิ ลดลง 7,748
ส่วนของผู้ถือหุ้น
ส่วนเกินทุนจากลดสัดส่วนการลงทุน ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2549 161
และ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ลดลง
กำไรสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2549 ลดลง 7,587
กำไรสะสม ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2549 ลดลง 8,814
งบกำไรขาดทุนสำหรับงวดสามเดือน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2549 ตามที่ได้ปรับใหม่
ล้านบาท
กำไรสุทธิลดลง 773
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานลดลง (บาท) 0.26
กำไรต่อหุ้นปรับลดลดลง (บาท) 0.26