คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารไตรมาส 3/2549
10 พฤศจิกายน 2549
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร
1. ภาพรวมของกลุ่มบริษัท
ณ สิ้นไตรมาส 3/2549 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้น
ประมาณ 17,723,100 ราย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบโพสต์เพด 1,973,600 ราย (GSM Advance
และ GSM1800) และระบบพรีเพด 1-2-Call! 15,749,500 ราย โดยมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิเป็น
จำนวน 405,200 รายในไตรมาสนี้ สำหรับใน 9 เดือนแรกของปี 2549 กลุ่มบริษัทมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น
สุทธิเป็นจำนวน 1,314,200 ราย คิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้น 45% จาก 909,200 รายในช่วงเดียวกัน
ของปีก่อน
รายได้ในไตรมาส 3/2549 ลดลงเนื่องมาจากมีการใช้งานน้อยลง หลังจากที่โปรโมชั่นลดราคาสิ้นสุด
ในเดือน กรกฎาคม 2549 รวมถึงผลกระทบจากปริมาณการใช้งานที่ลดลงตามฤดูกาล (seasonality
effect) ซึ่งปกติไตรมาส 3 จะเป็นไตรมาสที่มีการใช้งานต่ำที่สุดในรอบปี ทำให้รายได้จากการให้
บริการในไตรมาส 3/2549 ลดลง 5%จากไตรมาส 3/2548 และลดลง 2%จากไตรมาส 2/2549
เหลือ 18,046 ล้านบาท
รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 19.4% จากไตรมาส 3/2548 เนื่องมาจากปริมาณการขายโทรศัพท์
เคลื่อนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2549 อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนนั้น
ลดลง 5.6%
ใน 9 เดือนแรกของปี 2549 รายได้จากการให้บริการเท่ากับ 57,736 ล้านบาท ลดลง 3.7%
จาก 59,956 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกของปี 2548 เป็นผลมาจากการออกโปรโมชั่นลดราคาที่เริ่มต้น
เร็วขึ้นในปี 2549 กล่าวคือ ในปีนี้ได้ออกโปรโมชั่นลดราคาตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมีนาคม เทียบกับ
ปีที่แล้วที่ออกในเดือนพฤษภาคม ในส่วนของรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 11,364 ล้านบาท คิดเป็น
อัตราส่วนเพิ่มขึ้น 37% จาก 8,293 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2548
ใน 9 เดือนแรกของปี 2549 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนที่สูงขึ้นเป็น 41,967 ล้านบาท เทียบกับ 39,463
ล้านบาทใน 9 เดือนแรกของปี 2548 คิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้น 6.3% เป็นผลมาจากมีต้นทุนขายเพิ่มขึ้น
รวมทั้งมีต้นทุนค่าบริการที่สูงขึ้นเพื่อใช้ในการขยายคุณภาพเครือข่าย และ ความสามารถในการรองรับ
จำนวนผู้ใช้บริการที่มากขึ้น
ใน 9 เดือนแรกของปี 2549 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 13,069 ล้านบาท ลดลง 7.4%
จาก 14,109 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปี 2548
ในไตรมาสนี้ กลุ่มบริษัทได้ออกหุ้นกู้ระยะยาวเป็นจำนวน 11,427 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ลงทุนขยาย
เครือข่าย ชำระคืนหุ้นกู้บางส่วน และเพื่อใช้ในกิจการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท
หน่วย : ล้านบาท
ไตรมาส ไตรมาส เพิ่ม (ลด) ไตรมาส เพิ่ม (ลด)
3/2549 3/2548* เทียบกับ 2/2549 เทียบกับ
ไตรมาส ไตรมาส
3/2548 2/2549
รายได้จากการให้บริการ 18,046 18,989 (5.0%) 18,422 (2.0%)
รายได้จากการขาย 3,858 3,230 19.4% 4,086 (5.6%)
รายได้รวม 21,903 22,219 (1.4%) 22,508 (2.7%)
ต้นทุนรวม 13,876 13,435 3.3% 13,968 (0.7%)
กำไรขั้นต้น 8,027 8,784 (8.6%) 8,540 (6.0%)
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,621 2,433 7.6% 2,559 2.4%
กำไรก่อนหักภาษี 5,293 6,113 (13.4%) 5,919 (10.6%)
กำไรสุทธิ 3,653 4,178 (12.6%) 4,126 (11.5%)
* ปรับปรุงใหม่
9 เดือน 9 เดือน เพิ่ม (ลด) เทียบกับ
ปี 2549 ปี 2548* 9 เดือน ปี 2548
รายได้จากการให้บริการ 57,736 59,956 (3.7%)
รายได้จากการขาย 11,364 8,293 37.0%
รายได้รวม 69,100 68,249 1.2%
ต้นทุนรวม 41,967 39,463 6.3%
กำไรขั้นต้น 27,133 28,786 (5.7%)
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 7,997 7,468 7.1%
กำไรก่อนหักภาษี 18,920 20,572 (8.0%)
กำไรสุทธิ 13,069 14,109 (7.4%)
* ปรับปรุงใหม่
รายได้และกำไร
รายได้
รายได้รวมในไตรมาส 3/2549 เท่ากับ 21,903 ล้านบาท ลดลง 1.4% จากไตรมาสเดียวกันของ
ปีที่แล้ว และ ลดลง 2.7% จากไตรมาสก่อน เป็นผลมาจากการที่มีรายได้จากการให้บริการที่ลดลง
ในจำนวนรายได้รวมทั้งหมด 82% มาจากรายได้การให้บริการ และ 18% มาจากรายได้จากการขาย
โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ ซิมการ์ด
รายได้จากการให้บริการในไตรมาส 3/2549 เท่ากับ 18,046 ล้านบาท ลดลง 5% จากไตรมาส
3/2548 และลดลง 2% จากไตรมาส 2/2549 เนื่องจากปริมาณการใช้งานที่ลดลงจากโปรโมชั่น
ลดราคาซึ่งสิ้นสุดลงในเดือนกรกฎาคม 2549 รวมทั้งผลกระทบจากการใช้งานที่ลดลงตามฤดูกาล
เนื่องจากตามปกติแล้วเดือนกันยายนเป็นเดือนที่มีการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่น้อยที่สุดในปี
รายได้จากการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ ซิมการ์ด เท่ากับ 3,858 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4%
จากไตรมาส 3/2548 แต่ลดลง 5.6% จากไตรมาส 2/2549 รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากมีจำนวน
การขายโทรศัพท์เคลื่อนที่สูงขึ้น เนื่องมาจากราคาต่อหน่วยนั้นลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2549 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 69,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2%
จาก 68,249 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากมีรายได้จากการขาย โทรศัพท์เคลื่อนที่
และ ซิมการ์ด ที่เพิ่มขึ้น
ต้นทุน
ต้นทุนรวมประกอบด้วยต้นทุนจากการให้บริการและขายอุปกรณ์ ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีจากการ
ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ ภาษีสรรพสามิต ในไตรมาส 3/2549 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวมเท่ากับ
13,876 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากไตรมาส 3/2548 แต่ลดลง 0.7% จากไตรมาส 2/2549
ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์
ในไตรมาส 3/2549 มีจำนวน 5,826 ล้านบาท ลดลง 4.2% จาก 6,081 ล้านบาท ในไตรมาส
3/2548 เกิดจากค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานของกลุ่มบริษัทลดลง เนื่องจากสินทรัพย์
ภายใต้สัญญาสัมปทานบางส่วนได้มีการตัดค่าเสื่อมราคาจนหมดมูลค่าแล้ว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจาก
การให้บริการเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2549 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.1% เนื่องจากมีค่าบำรุงรักษา
โครงข่ายที่เพิ่มขึ้น และ มีค่าเลขหมายเกิดขึ้น ทั้งนี้กลุ่มบริษัทได้เริ่มจ่ายค่าเลขหมายให้แก่สำนักงาน
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในอัตรา 1 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน ตั้งแต่
เดือนกันยายน 2549
ต้นทุนในส่วนของผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต
ในไตรมาส 3/2549 เท่ากับ 4,411 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
และ ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลง
ใน 9 เดือนของปี 2549 ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตคิดเป็น 24.6% ของรายได้
จากการให้บริการ เทียบกับ 23.4% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากผลประโยชน์ตอบแทนรายปี
และภาษีสรรพสามิตสำหรับลูกค้าโพสต์เพด ได้เพิ่มขึ้นจาก 25% ในปีที่แล้ว เป็น 30% ณ ปัจจุบัน
ต้นทุนจากการขายอุปกรณ์ ในไตรมาส 3/2549 เท่ากับ 3,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,898 ล้านบาท
ในไตรมาส 3/2548 แต่ลดลงจาก 3,660 ล้านบาทในไตรมาส 2/2549 คิดเป็นกำไรขั้นต้นที่ 5.7%
ในไตรมาส 3/2549 เทียบกับ 10.3% ในไตรมาส 3/2548 และ 10.4% ในไตรมาส 2/2549
โดยทั่วไปกำไรขั้นต้นจากการขายอุปกรณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในแต่ละไตรมาส ขึ้นอยู่กับรุ่นของ
เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ออกจำหน่ายในไตรมาสนั้นๆ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ในไตรมาส 3/2549 เท่ากับ 2,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7%
จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้น 2.4% จากไตรมาส 2/2549 ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
เนื่องมาจากบริษัทมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ของแบรนด์ทั้งสาม
ได้แก่ GSM Advance, One-2-call และ สวัสดี ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคิดเป็นสัดส่วนต่อ
รายได้รวม เท่ากับ 12% ในไตรมาส 3/2549 เทียบกับ 11% ในไตรมาส 3/2548 และ 11.4%
ในไตรมาส 2/2549
ในไตรมาส 3/2549 กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยรวมจำนวน 372 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก
327 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2549 เนื่องจากมีการออกหุ้นกู้ระยะยาวจำนวน 11,427 ล้านบาท
ในเดือนกันยายน 2549
กำไรสุทธิ
กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2549 เท่ากับ 3,653 ล้านบาท ซึ่งลดลง 12.6% จากไตรมาส
เดียวกันของปีที่แล้ว หรือ ลดลง 11.5% จากไตรมาส 2/2549 สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2549
กำไรสุทธิเท่ากับ 13,069 ล้านบาท ลดลง 7.4% จาก 14,109 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
สภาพคล่อง
ณ สิ้นสุดเดือนกันยายน 2549 บริษัทมีสภาพคล่องสูงขึ้น เห็นได้จากอัตราส่วนสภาพคล่อง (current
ratio) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 57% จาก 55% ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องมาจากกลุ่มบริษัทมีเงินสดและ
รายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจาก 11,456 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เป็น 13,828
ล้านบาท ณ สิ้นงวดกันยายน 2549
สินทรัพย์หมุนเวียน
ณ สิ้นงวดกันยายน 2549 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนเป็นจำนวน 23,235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14%
จาก 20,347 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องจากมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
เพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ตอบแทนรายปีที่จ่ายให้แก่ทีโอทีและ
ภาษีสรรพสามิต
หนี้สินหมุนเวียน
กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนรวมเป็นจำนวน 40,746 ล้านบาท ณ สิ้นงวดกันยายน 2549 เพิ่มขึ้นจาก
36,734 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและส่วนของหุ้นกู้
ระยะยาวที่มีกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
30 กันยายน 2549 31 ธันวาคม 2548
ล้านบาท% ของหนี้สินรวม ล้านบาท% ของหนี้สินรวม
เจ้าหนี้การค้า 6,519 16.0% 4,520 12.3%
ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาว
ที่มีกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
และหุ้นกู้ระยะยาว 16,499 40.5% 14,241 38.8%
ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน
ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี
และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย 8,536 20.9% 7,354 20.0%
หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 9,192 22.6% 10,619 28.9%
สินทรัพย์
ณ สิ้นงวดกันยายน 2549 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมเป็นจำนวน 132,368 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน
4,408 ล้านบาท จาก 127,960 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องมาจากบริษัทมีเงินสดและ
รายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น รวมทั้งสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนขยาย
คุณภาพและกำลังการรองรับของโครงข่าย
สินทรัพย์หมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วน 17.6% ของสินทรัพย์รวม โดยมีรายการหลักดังนี้
30 กันยายน 2549 31 ธันวาคม 2548
ล้านบาท % ต่อสินทรัพย์รวม ล้านบาท % ต่อสินทรัพย์รวม
สินทรัพย์หมุนเวียน 23,235 17.6% 20,347 15.9%
ที่ดิน อาคาร 7,754 5.9% 8,259 6.5%
และอุปกรณ์-สุทธิ
(รวมซอฟท์แวร์)
สินทรัพย์ภายใต้สัญญา 78,327 59.2% 75,843 59.3%
สัมปทาน-สุทธิ
สินทรัพย์ภาษีเงินได้ 9,816 7.4% 8,946 7.0%
รอตัดบัญชี
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 13,236 10.0% 14,565 11.4%
โครงสร้างเงินทุน
บริษัทยังคงสถานะงบดุลและโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทมีความสามารถในการจ่าย
เงินปันผลได้อย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นงวดกันยายน 2549 อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ยัง
ค่อนข้างต่ำเท่ากับ 78% เพิ่มขึ้นจาก 60% ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องจากมีการออกหุ้นกู้ระยะยาว
เพิ่มเป็นจำนวน 11,427 ล้านบาท ในเดือนกันยายน 2549
อัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เงินกู้สุทธิหมายถึง หุ้นกู้และเงินกู้ยืม หักด้วย เงินสด) เพิ่มขึ้น
เป็น 27% ณ สิ้นงวดกันยายน 2549 จาก 18% ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548
หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว
ณ สิ้นงวดกันยายน 2549 กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวทั้งสิ้นจำนวน 33,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
จาก 25,451 ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 ในเดือนกันยายน 2549 กลุ่มบริษัทมีการออกหุ้นกู้
ระยะยาวใหม่เป็นจำนวน 11,427 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาชำระคืนตั้งแต่ 3-7 ปี และมีอัตรา
ดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 5.9% ต่อปี
30 กันยายน 2549 31 ธันวาคม 2548
ล้านบาท % ต่อหนี้สินรวม ล้านบาท % ต่อหนี้สินรวม
หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว 16,499 28.5% 14,241 29.7%
ที่ถึงกำหนดชำระภายใน
หนึ่งปี
เงินกู้ยืมระยะยาว 23 0.04% 19 0.04%
หุ้นกู้ระยะยาว 17,110 29.5% 11,191 23.3%
รวมเงินกู้ระยะยาว 33,632 58.1% 25,451 53.0%
ส่วนของผู้ถือหุ้น
ณ สิ้นงวดกันยายน 2549 กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเป็น 74,451 ล้านบาท จาก 79,935
ล้านบาท ณ สิ้นงวดธันวาคม 2548 เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลออกจากกำไรสะสมเป็นจำนวนรวม
18,623 ล้านบาท
กระแสเงินสด
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2549 กลุ่มบริษัทยังคงสถานะการดำเนินงานที่ดี โดยมีกระแสเงินสดจาก
การดำเนินงานจำนวน 27,656 ล้านบาท และมีการออกหุ้นกู้ระยะยาวโดยมีกระแสเงินสดจากหุ้นกู้
เพิ่มขึ้นสุทธิ 11,410 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มบริษัทใช้กระแสเงินสดไปในการลงทุนเพิ่มเติมทางด้านเครือข่าย
จำนวน 12,477 ล้านบาท ชำระหนี้ระยะยาวบางส่วนที่ถึงกำหนดชำระจำนวน 3,261 ล้านบาท
จ่ายเงินปันผลจำนวน 18,623 ล้านบาท และส่วนที่เหลือสำรองเป็นเงินสด