คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงินประจำไตรมาสที่ 2/2549

15 สิงหาคม 2549
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ภาพรวมของกลุ่มบริษัท ณ สิ้นไตรมาส 2/2549 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบ รวมทั้งสิ้นประมาณ 17,317,900 ราย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบโพสต์เพด 1,911,900 ราย (GSM Advance และ GSM1800) และระบบพรีเพด 1-2-Call! 15,406,000 ราย โดยมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิเป็นจำนวน 684,000 ราย ในไตรมาสนี้ เทียบกับจำนวน เพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการในไตรมาสที่ 1/2549 จำนวน 225,000 ราย เป็นผลมาจากการที่ กลุ่มบริษัทได้ใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษากลุ่มลูกค้าเดิม หลังจาก สถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองได้คลี่คลายลง รายได้จากการให้บริการในไตรมาส 2/2549 เป็น 18,422 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2/2548 หรือ ลดลงร้อยละ 13.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ตามฤดูกาล และ การใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาในระหว่าง ไตรมาส ในจำนวนรายได้จากการให้บริการทั้งหมดในไตรมาสที่ 2/2549 นี้ ร้อยละ 65 มาจากรายได้จากผู้ใช้บริการระบบพรีเพด ร้อยละ 28 มาจากผู้ใช้บริการระบบโพสต์เพด ร้อยละ 4 มาจากรายได้การให้บริการข้ามแดนอัตโนมัติในต่างประเทศ และ ร้อยละ 3 มาจากรายได้อื่นๆ รายได้จากการขายอุปกรณ์ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเป็นจำนวน 4,086 ล้านบาท ใน ไตรมาสที่ 2/2549 เทียบกับ 3,421 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1/2549 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 61.7 จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.4 จากไตรมาสก่อน เมื่อรวมรายได้จากการให้บริการและรายได้จากการขายแล้ว กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 22,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 จากไตรมาสที่ 2/2548 แต่ลดลงร้อยละ 8.8 จากไตรมาสก่อน กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และ ค่าเสื่อมราคา(EBITDA) มีจำนวน 10,496 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2549 เทียบกับ 12,364 ล้านบาทของไตรมาสที่ 1/2549 คิดเป็น อัตราส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และ ค่าเสื่อมราคา ต่อรายได้ทั้งหมด (EBITDA margin) ร้อยละ 46.6 ในไตรมาสที่ 2/2549 ลดลงจากร้อยละ 50.1 ในไตรมาสที่ 1/2549 เนื่องมาจากมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น และ มีสัดส่วนของรายได้จากการขาย อุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตราส่วนกำไรน้อยกว่ารายได้จากการให้บริการ กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 4,126 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2/2549 ลดลงร้อยละ 5.1 เมื่อ เทียบกับไตรมาสที่ 2/2548 และ ลดลงร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/2549 ในช่วง6เดือนแรกของปี 2549 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 47,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จาก 46,030 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2548 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 9,415 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิที่ 9,930 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2548 ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท หน่วย : ล้านบาท ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ เพิ่ม (ลด) ไตรมาสที่ เพิ่ม (ลด) 2/2549 1/2549 เมื่อเทียบกับ 2/2548* เมื่อเทียบกับ ไตรมาสที่ ไตรมาสที่ 1/2549 2/2548 รายได้จากการให้บริการ 18,422 21,267 (13.4%) 19,781 (6.9%) รายได้จากการขาย 4,086 3,421 19.4% 2,527 61.7% รายได้รวม 22,508 24,688 (8.8%) 22,308 0.9% ต้นทุนรวม 13,968 14,123 (1.1%) 13,035 7.1% กำไรขั้นต้น 8,540 10,565 (19.2%) 9,273 (7.9%) ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหาร 2,559 2,817 (9.2%) 2,653 (3.5%) กำไรก่อนหักภาษี 5,919 7,708 (23.2%) 6,338 (6.6%) กำไรสุทธิ 4,126 5,290 (22.0%) 4,345 (5.1%) * ปรับปรุงใหม่ 6 เดือน 6 เดือน เพิ่ม (ลด) เมื่อเทียบ ปี 2549 ปี 2548* กับ 6 เดือน ปี 2548 รายได้จากการให้บริการ 39,689 40,967 (3.1%) รายได้จากการขาย 7,507 5,063 48.2% รายได้รวม 47,196 46,030 2.5% ต้นทุนรวม 28,091 26,029 7.9% กำไรขั้นต้น 19,106 20,002 (4.5%) ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหาร 5,376 5,035 6.8% กำไรก่อนหักภาษี 13,626 14,459 (5.8%) กำไรสุทธิ 9,415 9,930 (5.2%) * ปรับปรุงใหม่ รายได้และกำไร รายได้ กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการในไตรมาส 2/2549 เท่ากับ 18,422 ล้านบาท ลดลง ร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2548 และ ลดลงร้อยละ 13.4 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2549 เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ตามฤดูกาล และ การใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาของ บริษัท สืบเนื่องจากการแข่งขันในตลาดยังคงมีความรุนแรง ทางกลุ่มบริษัทจึงได้ออก โปรโมชั่นลดราคาค่าใช้บริการ เพื่อรักษาไว้ซึ่งกลุ่มฐานลูกค้าของบริษัท จึงทำให้มีรายได้ จากการให้บริการลดลงในไตรมาสนี้ รายได้จากการขายอุปกรณ์ (โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ ซิมการ์ด) เท่ากับ 4,086 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2549 คิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 61.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2/2548 และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/2549 โดยเหตุผลหลักมาจากมีปริมาณ การขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นจากปรับปรุงกลยุทธการส่งเสริมการขายกับตัวแทน จำหน่าย ดังนั้นรายได้รวมในไตรมาสที่ 2/2549 เป็น 22,508 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.8 จาก 24,688 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1/2549 ในช่วง6เดือนแรกสิ้นสุดเดือน มิถุนายน 2549 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 47,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จาก 46,030 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีรายได้ จากการขายอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น ต้นทุน ต้นทุนรวมประกอบด้วยต้นทุนจากการให้บริการและขายอุปกรณ์ ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ ภาษีสรรพสามิต ในไตรมาสที่ 2/2549 กลุ่มบริษัท มีต้นทุนรวมเท่ากับ 13,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 จากไตรมาสที่ 2/2548 แต่ลดลง คิดเป็นร้อยละ 1.1 จากไตรมาสที่ 1/2549 ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ยังคงอยู่ในระดับเดิมเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เท่ากับ 5,762 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2549 เทียบกับ 5,876 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 1/2549 แต่ลดลงร้อยละ 5 จากจำนวน 6,064 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2548 อันเกิดจากค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานของกลุ่มบริษัทลดลง เนื่องจาก สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานบางส่วนได้มีการตัดค่าเสื่อมราคาจนหมดมูลค่าแล้ว ต้นทุนในส่วนของผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต จำนวน 4,546 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และ ลดลงร้อยละ 13.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลง ในส่วนของ ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีโดยรวมยังคงอยู่ที่ ร้อยละ 25 ของรายได้จากการให้บริการ ในไตรมาสนี้ต้นทุนโดยรวมของผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตเป็น ร้อยละ 30 สำหรับลูกค้าโพสต์เพด และ ร้อยละ 20 สำหรับลูกค้าพรีเพด ต้นทุนจากการขายอุปกรณ์ ในไตรมาสที่ 2/2549 เพิ่มขึ้นเป็น 3,660 ล้านบาท จาก 3,000 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เนื่องจากกลุ่มบริษัทมียอดขายอุปกรณ์เพิ่มขึ้น แต่มีกำไรต่อหน่วยลดลง โดยทั่วไปกำไรต่อหน่วยจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในแต่ละไตรมาส โดยในไตรมาสที่ 2/2549 กำไรขั้นต้นจากการขายได้ลดลงเป็น ร้อยละ 10.4 เทียบกับร้อยละ 12.3 ในไตรมาสที่ 1/2549 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ในไตรมาส 2/2549 เท่ากับ 2,559 ล้านบาท ยังคงลดลง ร้อยละ 3.5 จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และ ลดลงร้อยละ 9.2จากไตรมาสก่อน ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดจะสูงขึ้น ในส่วนค่าใช้จ่ายที่ลดลงนั้นเนื่องจาก กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายจากหนี้เสียที่ลดลง และ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร จัดการอย่างมีประสิทธิภาพ กำไรสุทธิ กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 4,126 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2549 คิดเป็นอัตราส่วน ลดลงร้อยละ 5.1 จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และ ลดลงร้อยละ 22 จากไตรมาสก่อน สำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปี 2549 กำไรสุทธิมีจำนวน 9,415 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วน ลดลงร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับ 9,930 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2548 สภาพคล่อง ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2549 อัตราส่วนสภาพคล่อง (current ratio) ลดลง เป็นร้อยละ 54 ณ สิ้นไตรมาสเดือนมิถุนายน 2549 จากร้อยละ 71 ณ สิ้นไตรมาส เดือนมีนาคม 2549 สาเหตุหลักมาจากการที่กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่า เงินสดลดลงจาก 20,059 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เป็น 13,817 ล้านบาทในไตรมาสนี้ หลังจากที่กลุ่มบริษัทได้จ่ายเงินปันผล คิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลต่อจำนวนหุ้นที่ 3.30 บาท คิดเป็นจำนวน 9,765 ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 สินทรัพย์หมุนเวียน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนเท่ากับ 22,962 ล้านบาท ลดลง6,332 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 21.6 จาก 29,294 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 สาเหตุหลักมาจากรายการเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ที่ลดลงเพื่อนำไปจ่ายเงินปันผล หนี้สินหมุนเวียน หนี้สินหมุนเวียนเท่ากับ 42,266 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสที่ 2/2549 เพิ่มขึ้นจาก 41,507 ล้านบาท ณ ไตรมาสที่ 1/2549 สาเหตุหลักมาจากมีจำนวนเจ้าหนี้ทาง การค้าเพิ่มขึ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่มีกำหนดชำระภายในหนึ่งปี และหุ้นกู้ระยะยาวมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 16,499 ล้านบาท จาก 16,495 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 30 มิถุนายน 2549 31 มีนาคม 2549 ล้านบาท % ของ ล้านบาท % ของ หนี้สินรวม หนี้สินรวม เจ้าหนี้การค้า 5,794 11.9% 3,991 8.1% ส่วนของเงินกู้ยืม ระยะยาวที่มีกำหนด ชำระภายในหนึ่งปีและ หุ้นกู้ระยะยาว 16,499 33.8% 16,495 33.6% ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทน รายปี และภาษีสรรพ สามิตค้างจ่าย 8,284 17.0% 7,968 16.3% หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 11,689 24.0% 13,053 26.6% สินทรัพย์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 สินทรัพย์รวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 128,422 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.4 จาก 134,302 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 เนื่องมาจากมีเงินสดและ รายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง โดยสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานได้เพิ่มขึ้นเป็น 74,716 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 จาก 73,610 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 เนื่องจากมีการลงทุนขยายคุณภาพโครงข่าย และ การครอบคลุม ของโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น สินทรัพย์หมุนเวียน คิดเป็นร้อยละ 17.9 ของสินทรัพย์รวม โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนคิดเป็น ร้อยละ 82.1 ของสินทรัพย์รวม รายละเอียดของรายการหลักมีดังนี้ 30 มิถุนายน 2549 31 มีนาคม 2549 ล้านบาท % ของ ล้านบาท % ของ หนี้สินรวม หนี้สินรวม สินทรัพย์หมุนเวียน 22,962 17.9% 29,294 21.8% ที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์-สุทธิ (รวมซอฟท์แวร์) 9,172 7.2% 9,581 7.1% สินทรัพย์ภายใต้สัญญา สัมปทาน-สุทธิ 74,716 58.2% 73,610 54.8% สินทรัพย์ภาษีเงินได้ รอตัดบัญชี 9,266 7.2% 9,089 6.8% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 12,306 9.6% 12,728 9.5% โครงสร้างเงินทุน สถานะงบดุลของกลุ่มบริษัท ณ สิ้นไตรมาส 2/2549 ยังคงแสดงถึงโครงสร้างเงินทุน ที่แข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าจะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงขึ้นเป็นร้อยละ 61 เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 58 ณ สิ้นสุดไตรมาสที่ 1/2549 อัตราส่วนเงินกู้สุทธิ (หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ระยะยาว หักด้วย เงินสด) ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 11.5 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 เทียบกับร้อยละ 4.6 ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 เป็นผลเนื่อง มาจากการจ่ายเงินปันผลในไตรมาสนี้ หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวทั้งสิ้นจำนวน 22,968 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 ลดลงจาก 23,963 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทได้มีการไถ่ถอนหุ้นกู้และสัญญาเช่าทางการเงิน (Financial lease) เป็นจำนวน 1,003 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ โดยในระยะ 6 เดือนแรกของปี 2549 กลุ่มบริษัทได้ไถ่ถอนหุ้นกู้และสัญญาเช่าทางการเงินเป็นจำนวนทั้งสิ้น 2,508 ล้านบาท 30 มิถุนายน 2549 31 มีนาคม 2549 ล้านบาท % ของ ล้านบาท % ของ หนี้สินรวม หนี้สินรวม หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 16,499 33.8% 16,495 33.6% เงินกู้ยืมระยะยาว 24 0.05% 25 0.1% หุ้นกู้ระยะยาว 6,445 13.2% 7,443 15.2% รวมเงินกู้ระยะยาว 22,968 47.1% 23,963 48.9% ส่วนของผู้ถือหุ้น กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 85,260 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 เป็น 79,635 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 เป็นผลเนื่องมาจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 9,765 ล้านบาท กระแสเงินสด กลุ่มบริษัทยังคงมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องมาจากการประกอบ กิจการที่มีผลกำไร สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2549 กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดรับสุทธิ 19,696 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอสำหรับทั้งกิจกรรมการลงทุน การชำระหนี้ และ จ่ายเงินปันผล ส่วนกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้นจำนวน 2,156 ล้านบาท ได้เก็บสำรองไว้สำหรับการประกอบกิจการ และ การลงทุน ในอนาคต