เอกสารแนบ 1: รายละเอียดโครงการ ESOP ครั้งที่ 4
18 กุมภาพันธ์ 2548
เอกสารแนบ 1
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
รายละเอียดโครงการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญต่อกรรมการและพนักงาน
ของบริษัท ("โครงการ ESOP") ครั้งที่ 4
1.วัตถุประสงค์และความจำเป็นในการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อกรรมการและพนักงานของบริษัท
การกำหนดให้มีโครงการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญต่อกรรมการและพนักงาน
ของบริษัทในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแรงจูงใจและตอบแทนการปฏิบัติงานของกรรมการและ
พนักงานของบริษัท นอกจากนี้เพื่อให้บุคคล ดังกล่าวมีความตั้งใจในการทำงาน เพื่อสร้างประโยชน์
สูงสุดให้แก่บริษัท อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กรรมการและพนักงาน ทำงานกับบริษัท
ต่อไปในระยะยาว โดยโครงการจะมีลักษณะต่อเนื่อง กล่าวคือ บริษัทจะออกและเสนอขาย
ใบสำคัญแสดงสิทธิทุก ๆ ปี มีระยะเวลาต่อเนื่องกัน 5 ปี และใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกจะมี
อายุไม่เกิน 5 ปี นับจากวันออกและเสนอขายในแต่ละครั้งของการเสนอขาย โดยมีรายละเอียด
ลักษณะ รวมถึงสิทธิและเงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิที่คล้ายคลึงกันทั้ง 5 ครั้ง ของการเสนอขาย
ซึ่งการออกและเสนอขาย ดังนี้
ครั้งที่ 1 ในปี 2545
มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 14,000,000 หน่วย และบริษัทได้จัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับ
การใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 14,000,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท)
คิดเป็นประมาณร้อยละ 0.48 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท
ครั้งที่ 2 ในปี 2546
มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 8,467,200 หน่วย และบริษัทจะจัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับ
การใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จำนวน 8,467,200 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท)
คิดเป็นร้อยละ 0.29 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท
ครั้งที่ 3 ในปี 2547
มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 8,999,500 หน่วย และบริษัทจะจัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับ
การใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จำนวน 8,999,500 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท)
คิดเป็นร้อยละ 0.31 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท
สำหรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ตามโครงการ ESOP โดยในการออกและ
เสนอขายครั้งที่ 4 นี้ มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 9,794,800 หน่วย และบริษัทจะจัดสรร
หุ้นสามัญเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จำนวน 9,794,800 หุ้น (มูลค่าที่
ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ 0.33 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท
รวมการจัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1, 2, 3 และ 4 คิดเป็นร้อยละ
1.41 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท สำหรับรายละเอียดของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ตามโครงการครั้งที่ 4 ที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ ปรากฏตามข้อมูลด้านล่างนี้
นอกจากนี้ เมื่อมีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ บริษัทคาดว่าบริษัทจะนำเงินไปใช้เป็น
เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทต่อไป
2.รายละเอียดเบื้องต้นของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกในครั้งนี้
ชนิดของใบสำคัญแสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญชนิดระบุชื่อผู้ถือและโอน
เปลี่ยนมือไม่ได้ เว้นแต่ โอนทางมรดก หรือแก่ผู้รับผลประโยชน์
ตามข้อ 3.4.3 (ซึ่งต่อไปในที่นี้จะเรียกว่า"ใบสำคัญแสดงสิทธิ")
จำนวนที่เสนอขายครั้งนี้ 9,794,800 หน่วย
ราคาเสนอขายต่อหน่วยหน่วยละ 0 บาท (ศูนย์บาท)
ระยะเวลาเสนอขาย เสนอขายให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาตจาก
ใบสำคัญแสดงสิทธิ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 5 ปีนับจากวันที่ได้ออกและเสนอขาย
จำนวนหุ้นที่จัดสรร 9,794,800 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ
เพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.33 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
วิธีการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ จัดสรรให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท โดยไม่ผ่าน
ผู้รับช่วงซื้อหลักทรัพย์
อัตราการใช้สิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น
ราคาการใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้น ราคาปิดของหุ้นของบริษัทที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย โดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30 วัน
ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2548
วันออกและเสนอขาย คณะกรรมการบริหารของบริษัทจะเป็นผู้กำหนดวันออกและเสนอขาย
ใบสำคัญแสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้
ระยะเวลาการใช้สิทธิ กรรมการและพนักงานของบริษัทสามารถใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ
บริษัทได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
ปีที่ 1 กรรมการและพนักงานของบริษัทสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ
ได้ในจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ทั้งหมดที่กรรมการและพนักงานของบริษัท แต่ละคนได้รับ
จัดสรรจากบริษัท ทั้งนี้ กรรมการและพนักงานของบริษัทจะ
สามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อครบระยะเวลา 1 ปีนับ
จากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ
จนกว่าจะครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิด
เศษหุ้นที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้น
(Board Lot) บนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทย ให้ปัดรวมไปใช้สิทธิในการใช้สิทธิปีถัดไป
ปีที่ 2 กรรมการและพนักงานของบริษัทสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ
ได้อีกในจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ทั้งหมดที่กรรมการและพนักงานของบริษัทแต่ละคนได้รับจัดสรร
จากบริษัท ทั้งนี้ กรรมการและพนักงานของบริษัทจะสามารถใช้
สิทธิดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อครบระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่บริษัทได้
ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ จนกว่าจะครบอายุของ
ใบสำคัญแสดงสิทธิ
ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษหุ้นที่
ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้น (Board Lot) บน
กระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวมไปใช้
สิทธิในการใช้สิทธิปีถัดไป
ปีที่ 3 กรรมการและพนักงานของบริษัทสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตาม
สิทธิของตนในส่วนที่เหลือทั้งหมดได้เมื่อครบระยะเวลา 3 ปีนับ
จากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ จนกว่าจะ
ครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษหุ้นที่
ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้น(Board Lot) บน
กระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวมไปใช้
สิทธิในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย
สิทธิและผลประโยชน์อื่น -ไม่มี-
นอกเหนือจากสิทธิและ
ผลประโยชน์ที่พึงมีและ
พึงได้จากหุ้นสามัญตามปกติ
3.หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ ในการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
3.1 ระยะเวลาแสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ ให้ผู้ทรงสิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
แสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ ระหว่างเวลา 09.00 น.
ถึง 16.00 น. ภายใน 5 วันทำการก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิแต่ละครั้งตลอดระยะเวลาการ
ใช้สิทธิ เว้นแต่การแสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งสุดท้าย
กำหนดให้แสดงความจำนงในการใช้สิทธิในช่วงระยะเวลา 15 วันก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิครั้ง
สุดท้าย
ในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญในแต่ละครั้ง จำนวนหุ้นที่จะใช้สิทธิซื้อนั้นจะต้องเป็นจำนวนเต็มของหน่วย
การซื้อขายหุ้นบนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยกเว้นการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญใน
การใช้สิทธิครั้งสุดท้าย
3.2 วันกำหนดการใช้สิทธิ
ระหว่างเวลา 9.00 น. ถึงเวลา 16.00 น. ของวันทำการสุดท้ายของทุกเดือนตลอดอายุของ
ใบสำคัญแสดงสิทธิ ในกรณีการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายให้ใช้สิทธิได้ภายใน 5 วันทำการก่อนวันที่
ใบสำคัญแสดงสิทธิจะหมดอายุ
3.3 คุณสมบัติของกรรมการและพนักงานของบริษัทที่มีสิทธิจะซื้อหลักทรัพย์ที่ออก
3.3.1 เป็นกรรมการและพนักงานของบริษัท ที่มีอายุการทำงานขั้นต่ำ 1 ปี และไม่เป็นพนักงานที่
ได้รับมอบหมายจากบริษัทร่วมทุนให้มาปฏิบัติหน้าที่ในบริษัท ซึ่งมีวาระในการปฏิบัติงาน
(Term) เป็นการชั่วคราวตามช่วงระยะเวลาที่ถูกกำหนดมา
3.3.2 เป็นกรรมการและพนักงานของบริษัท ที่ได้รับการคัดเลือกซึ่งทำประโยชน์ให้แก่บริษัทฯ
(แล้วแต่กรณี)
3.3.3 กรณียกเว้น ที่ไม่เป็นตามข้อ 3.3.1 และ 3.3.2 ให้นำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการ
บริหารของบริษัทเพื่อพิจารณาให้เป็นกรณีพิเศษ
3.3.4 จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่กรรมการและพนักงานของบริษัทที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด
ให้แต่ละรายได้รับไม่จำเป็นต้องมีจำนวนเท่ากัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ประสบการณ์
อายุงาน ผลการปฏิบัติงาน และศักยภาพ รวมถึง ประโยชน์ที่ทำให้แก่บริษัท
3.4 ข้อผูกพันระหว่างบริษัท กับกรรมการและพนักงานของบริษัท ในการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ
3.4.1 กรณีบุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการและ
พนักงาน ของบริษัทเนื่องจากการเกษียณอายุตามระเบียบของบริษัทหรือครบวาระในการ
ดำรงตำแหน่ง แล้วแต่กรณี ให้กรรมการและพนักงานของบริษัทรายนั้น ยังคงมีสิทธิที่จะ
ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้จนครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น
3.4.2 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการและ
พนักงาน ของบริษัทเนื่องจากมีการโอนย้ายงานตามคำสั่งของบริษัท ให้กรรมการและ
พนักงานของบริษัทรายนั้น ยังคงมีสิทธิที่จะใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้จนครบอายุ
ของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น
3.4.3 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการและ
พนักงาน ของบริษัทเนื่องจากถึงแก่กรรม สาบสูญ ทุพพลภาพ หรือไร้สมรรถภาพ จนไม่
สามารถจัดการงานของตนเองได้ ให้ผู้จัดการมรดก หรือผู้รับประโยชน์ของกรรมการ
และพนักงานของบริษัทดังกล่าว แล้วแต่กรณี สามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของผู้
ถึงแก่กรรม ผู้สาบสูญ ผู้ทุพพลภาพ หรือผู้ไร้สมรรถภาพดังกล่าวได้จนครบอายุของ
ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น
3.4.4 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการและ
พนักงานของบริษัทด้วยเหตุอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 3.4.1, 3.4.2 หรือ 3.4.3
ข้างต้น ให้กรรมการและพนักงานของบริษัทรายนั้นต้องใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญตาม
ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ตนมีเฉพาะในส่วนที่ครบกำหนดให้ใช้สิทธิได้แล้วเท่านั้น โดยจะต้อง
ใช้สิทธิให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับจากวันที่พ้นสภาพการเป็นกรรมการและพนักงาน
ของบริษัทดังกล่าว หรือมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้พิจารณาการจัดสรรสิทธิ
ตามความเหมาะสม
ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ไม่มีการใช้สิทธิ ในกรณีที่กรรมการหรือพนักงานไม่สามารถใช้สิทธิที่
เหลืออันเนื่องมาจากเหตุตามข้อ 3.4.4 ให้กรรมการหรือพนักงาน จัดส่งใบสำคัญ
แสดงสิทธิดังกล่าวให้แก่บริษัทเพื่อยกเลิก
3.5 กรณีใช้สิทธิไม่ครบตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
หากกรรมการและพนักงานของบริษัทไม่ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใช้สิทธิไม่
ครบถ้วน และใบสำคัญแสดงสิทธิได้ครบกำหนดอายุลง ให้ถือว่ากรรมการและพนักงานของบริษัท
สละสิทธิการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่เหลือ โดยกรรมการและพนักงานของบริษัทดังกล่าว
ไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากบริษัท
3.6 ความช่วยเหลือจากบริษัทในการจัดหาแหล่งเงินทุนแก่กรรมการและพนักงานของบริษัท
- ไม่มี -
3.7 การปรับสิทธิ
บริษัทอาจจะต้องสำรองหุ้นสามัญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่ได้มีการกำหนดโดยประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ
ตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
กรณีที่มีการปรับสิทธิที่จะต้องมีการจัดสรรหุ้นเพิ่มเติมเกินกว่าจำนวนหุ้นที่รองรับในการปรับสิทธิใน
ครั้งนั้นๆ ให้บริษัทนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการจัดสรรหุ้นเพิ่มเติมในครั้งต่อไป หากระยะ
เวลาที่อายุใบสำคัญแสดงสิทธิคงเหลือน้อยกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นที่จะมีขึ้นในอนาคตให้บริษัท
ดำเนินการนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยเร็วก่อนใบสำคัญสิทธิจะหมดอายุลง
4. ผลกระทบที่มีต่อผู้ถือหุ้นเนื่องจากการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่กรรมการและพนักงาน
ของบริษัทในครั้งนี้
4.1 ผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น (Price Dilution) เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นของกรรมการและ
พนักงานของบริษัท
การกำหนดราคาการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้กำหนดจากราคาปิดของหุ้นของบริษัท
ที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30
วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งราคาดังกล่าวใกล้เคียงกับราคาตลาด ดังนั้น การออกและเสนอ
ขายใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาของหุ้น
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นของกรรมการและพนักงาน
ของบริษัท จะขึ้นอยู่กับราคาตลาดของหุ้นของบริษัท ณ วันที่หุ้นเพิ่มทุนที่เกิดจากการใช้สิทธิของ
กรรมการและพนักงานของบริษัท เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
4.2 ผลกระทบของผู้ถือหุ้นเดิมสำหรับการลดลงของสัดส่วนความเป็นเจ้าของหรือสิทธิออกเสียงของ
ผู้ถือหุ้นเดิม (Control Dilution) ในกรณีที่มีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของกรรมการ
และพนักงานของบริษัททั้งหมดโดยคำนวณจากทุนที่เรียกชำระแล้วในปัจจุบัน
จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด = 2,945,822,894 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท)
จำนวนหุ้นทั้งหมดที่เกิดจากการใช้สิทธิ = 9,794,800 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท)
รวมจำนวนหุ้นหลังการใช้สิทธิ = 2,955,617,694 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท)
สัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมหลังการใช้สิทธิ = ร้อยละ 99.67
4.3 จำนวนหุ้นที่จะจัดไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรรให้แก่กรรมการและ
พนักงานของบริษัทจำนวนไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ณ วันที่ยื่น
คำขออนุญาตต่อสำนักงาน
จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด = 2,945,822,894 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท)
จำนวนหุ้นที่จะจัดไว้เพื่อรองรับ = 9,794,800 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท)
การใช้สิทธิตามที่จัดสรรให้กรรมการ
และพนักงานของบริษัท
คิดเป็นสัดส่วนกับจำนวนหุ้นที่ = ร้อยละ 0.33 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
4.4 รายชื่อกรรมการ (ของบริษัทหรือบริษัทย่อย) ทุกท่านที่มีสิทธิจะได้รับการจัดสรร
ใบสำคัญแสดงสิทธิ และพนักงานที่มีสิทธิจะได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิเกินกว่าร้อยละห้าของ
จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้
ลำดับ กรรมการ/พนักงาน ตำแหน่ง จำนวนที่ ร้อยละ
ได้รับจัดสรร ของโครงการ
(หน่วย)
1 นายสมประสงค์ บุญยะชัย กรรมการและ 735,500 7.51
ประธานกรรมการบริหาร
สายธุรกิจสื่อสาร
โทรคมนาคมไร้สาย
2 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการผู้อำนวยการ 650,000 6.64
สายธุรกิจสื่อสาร
โทรคมนาคมไร้สาย
3 นางสุวิมล แก้วคูณ หัวหน้าคณะผู้บริหาร 580,000 5.92
ด้านบริการลูกค้าและ
ธุรกิจเครื่องลูกข่าย
4 นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร 500,000 5.10
ด้านเทคโนโลยี
5 นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ 500,000 5.10
สายงานการตลาด
6 นางอาภัทรา ศฤงคารินกุล กรรมการบริษัทย่อย และ 412,000 4.21
รองกรรมการผู้อำนวยการ
ส่วนงานสนับสนุนด้าน
เทคโนโลยีสารสนเทศและ
7 นางอภิวรรณ สายประดิษฐ์ กรรมการบริษัทย่อย และ 76,100 0.78
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท แอดวานซ์ ดาต้า
เน็ทเวอร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด
8 นายสุทธิชัย ชื่นชูศิลป์ กรรมการบริษัทย่อย และ 72,300 0.74
ผู้จัดการสำนักธุรกิจ
การตลาดลูกค้ากลุ่มธุรกิจ
ทั้งนี้ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้รวมทั้งสิ้นจำนวน 9,794,800 หน่วย
4.5 หุ้นสามัญที่ออกตามการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้ จะมีสิทธิและสภาพเท่าเทียมกับหุ้น
สามัญของบริษัทที่ออกไปก่อนหน้านี้ทุกประการ
5. ลักษณะและเงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกและเสนอขายต่อกรรมการและพนักงานของบริษัทจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และ
เงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 เรื่อง การเสนอขายหลักทรัพย์ที่
ออกใหม่ต่อกรรมการหรือพนักงาน ฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544
ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นผู้รับผิดชอบค่าภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
เมื่อพ้นวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย และมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่ยังไม่ได้มีการใช้สิทธิให้ถือว่า
ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวหมดสภาพลง และไม่สามารถนำมาใช้สิทธิได้อีกต่อไปไม่ว่ากรณีใด ๆ
6. สิทธิของผู้ถือหุ้นในการคัดค้านการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานตาม
ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต.ที่ กจ. 36/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544
ตามข้อ 14 แห่งประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544
การออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
และต้องไม่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละสิบของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม
คัดค้านการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าว
ในกรณีที่จะเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานรายใดเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวน
ใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่เสนอขายในครั้งนี้ ตามข้อ 15(2) แห่งประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ดังกล่าวข้างต้น ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทต้องมีมติอนุมัติการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวให้แก่
กรรมการหรือพนักงานเป็นรายบุคคล โดยมีมติอนุมัติเป็นรายบุคคล และจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อย
กว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงและต้องไม่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือ
หุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมคัดค้านมติดังกล่าว
7. รายชื่อกรรมการและพนักงานที่มีสิทธิจะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวน
ใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่ขออนุญาตในครั้งนี้
กรรมการ/พนักงาน ตำแหน่ง จำนวนที่ ร้อยละของ
ได้รับจัดสรร(หน่วย) โครงการ
7.1 นายสมประสงค์ บุญยะชัย กรรมการและ 735,500 7.51
ประธานกรรมการบริหาร
สายธุรกิจสื่อสาร
โทรคมนาคมไร้สาย
จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
มีการประชุม 5 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 5 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง
7.2 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการผู้อำนวยการ 650,000 6.64
สายธุรกิจสื่อสาร
โทรคมนาคมไร้สาย
จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา
บริษัท แอดวานซ์ ดาต้าเน็ทเวอร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด
มีการประชุม 5 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 5 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง
7.3 นางสุวิมล แก้วคูณ หัวหน้าคณะผู้บริหาร
ด้านบริการลูกค้าและ
ธุรกิจเครื่องลูกข่าย 580,000 5.92
7.4 นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร 500,000 5.10
ด้านเทคโนโลยี
จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา
บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด
มีการประชุม 4 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 4 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง
7.5 นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ 500,000 5.10
สายงานการตลาด
ทั้งนี้ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 9,794,800 หน่วย
และเนื่องจากราคาการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ถูกกำหนดให้เป็นราคาปิดของหุ้นของบริษัทที่
ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30 วัน
ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น บุคคลดังกล่าวตามข้อ 7.1 - 7.5 จึงมิได้มีผลประโยชน์เมื่อคำนวณเป็นตัวเงิน
เมื่อมีการคำนวณจากผลต่างของราคาเสนอขาย (รวมราคาการใช้สิทธิ) และราคาตลาด
ความเห็นของคณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน - โครงการ ESOP
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548
เรียน คณะกรรมการบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน-โครงการ ESOP ประกอบด้วย ดร.ไพบูลย์ ลิมปพยอม
เป็นประธานคณะอนุกรรมการ นายบุญคลี ปลั่งศิริ และ นายอรุณ เชิดบุญชาติ เป็นกรรมการ
โดยได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ให้ทำหน้าที
พิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเสนอขายต่อกรรมการ พนักงาน
ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ที่ได้รับจัดสรรจำนวน ร้อยละ 5 ขึ้นไปของโครงการ ทั้งนี้ เพื่อให้ปฏิบัติ
เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 36/2544 เรื่อง การเสนอ
ขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อกรรมการ หรือพนักงาน ฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544
คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน - โครงการ ESOP ได้ประชุมพิจารณาและมีมติเป็นเอกฉันท์
เห็นชอบให้จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ เสนอขายแก่กรรมการและพนักงานของ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยในจำนวนเกินกว่าร้อยละ 5 ของใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่ออกภายใต้โครงการ
ESOP - โครงการ 4 ดังมีรายชื่อต่อไปนี้
ที่ รายชื่อกรรมการ/พนักงาน จำนวนใบสำคัญ คิดเป็นร้อยละ
แสดงสิทธิที่ได้รับ ของโครงการ
1 นายสมประสงค์ บุญยะชัย 735,500 หน่วย 7.51
2 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 650,000 หน่วย 6.64
3 นางสุวิมล แก้วคูณ 580,000 หน่วย 5.92
4 นายวิกรม ศรีประทักษ์ 500,000 หน่วย 5.10
5 นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ 500,000 หน่วย 5.10
เหตุผล ความจำเป็นและประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับ
คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน-โครงการ ESOP ได้พิจารณาเห็นว่ากรรมการ/พนักงาน
ทั้ง 5 ท่าน ดังกล่าวข้างต้นล้วนเป็นบุคคลผู้มีความรู้และความสามารถสูง มีความรับผิดชอบสูง
มีผลงานที่ดีเยี่ยมมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความจงรักภักดีต่อองค์กร และปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สูงสุด
ให้แก่บริษัทฯ ด้วยดีมาโดยตลอด การจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวจะเป็นแรงจูงใจให้การ
ปฏิบัติงานของกรรมการและพนักงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบ
(ยังมีต่อ)