คำอธิบายงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2547

12 พฤษภาคม 2547
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ภาพรวมของกลุ่มบริษัท ณ สิ้นไตรมาส 1/2547 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการ ในระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ 13,864,200 ราย เพิ่มขึ้นสุทธิจากสิ้นปี 2546 เป็น จำนวน 625,000 ราย หรือเพิ่มขึ้น 4.7% ซึ่งจากจำนวนผู้ใช้บริการในระบบทั้งหมด แบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบดิจิตอล GSM 2,083,500 ราย (GSM Advance และ GSM1800) และระบบ 1-2-Call! 11,780,700 ราย ในช่วงไตรมาส 1/2547 บริษัท มีกิจกรรมทางการตลาดและรายการส่งเสริมการขายที่ ให้กับผู้ใช้บริการทั้งในระบบ GSM Advance และระบบ 1-2-Call! เพื่อตอบสนองและ เข้าถึงพฤติกรรมการใช้โดยเน้น lifestyle ของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ การเพิ่มช่องทาง การเติมเงินในระบบ 1-2-Call! ผ่านทางอิเลคทรอนิกส์ ในระหว่างไตรมาส 4/2546 การ เพิ่มบัตรเติมเงินมูลค่า 40 บาทและ 50 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการเติมเงินบ่อยครั้ง และการ เพิ่มขึ้นในปริมาณการใช้ของผู้ให้บริการ อีกทั้งนวัตกรรมการให้บริการ ที่เป็นการเสริมสร้าง คุณภาพในการให้บริการ และการเพิ่มความหลากหลายในประเภทของการให้บริการ เช่น Calling Melody เป็นบริการให้ผู้โทรเข้า สามารถรับฟังเสียงเพลง แทนที่เสียงโทรเข้าเดิม ระหว่างรอการรับสาย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในผู้ใช้บริการในระบบ 1-2-Call! กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท ในไตรมาสนี้เป็น 5,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% เมื่อเทียบกับ ไตรมาสก่อน อันเป็นผลจากฐานผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้ในระบบ 1-2-Call! และปริมาณการใช้ของผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน อีกทั้งการลดลงของค่าใช้จ่าย ทางการตลาดและค่าใช้จ่ายหนี้สูญ ส่วนเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 9.2% ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ตารางที่1: ข้อมูลบางส่วนทางการเงิน หน่วย:ล้านบาท ไตรมาส เพิ่ม(ลด) เพิ่ม(ลด) 1/2547 เมื่อเทียบกับ เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 4/2546 ไตรมาส 1/2546 รายได้รวม 24,078 7.4% 6.2% ต้นทุนรวม 12,955 6.1% 2.7% กำไรขั้นต้น 11,123 8.9% 10.5% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,675 (29.2%) (12.1%) กำไรสุทธิ 5,030 26.9% 9.2% กำไรต่อหุ้น 1.71 รายได้ รายได้รวมของกลุ่มบริษัท ในไตรมาส 1/2547 เป็น 24,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% และ 6.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียวกันในปีก่อนตามลำดับ เป็นผลมาจาก - รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 1/2547 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการและ ให้เช่าอุปกรณ์ 20,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทั้งนี้มีสาเหตุ หลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในระบบ 1-2-Call! อันเป็นผลมาจากจำนวนและ ปริมาณการใช้ของผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และความสำเร็จจากการเสนอทางเลือกให้กับ ผู้ใช้บริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ (Freedom Plans) ที่เริ่มให้บริการในระหว่าง ไตรมาสที่ 4/2546 และส่งผลถึงไตรมาสนี้ นอกจากนี้บริษัท ยังเพิ่มความสะดวก สร้างทาง เลือกในการเติมเงินให้กับลูกค้า โดยการเพิ่มราคาบัตรเติมเงิน มูลค่า 40 บาท และ 50 บาท เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่เติมครั้งละน้อย แต่บ่อยครั้ง ในส่วนของฐานผู้ใช้ บริการในระบบดิจิตอล GSM ลดลงเล็กน้อยแต่ปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น เป็นผลให้รายได้ จากการให้บริการในระบบดิจิตอล GSM ในไตรมาสนี้ค่อนข้างคงที่ ต่างกับไตรมาสก่อนๆ ที่มีแนวโน้มลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2546 กลุ่มบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 16.9% เนื่องจากรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นจาก ฐานผู้ใช้บริการใน ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ใช้บร การในระบบ 1-2-Call! - รายได้จากการขาย รายได้จากการขายหลัก มาจากการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ ในไตรมาส 1/2547 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายเป็น 3,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 225 ล้านบาท หรือ 7.4% เป็นผลจากปริมาณการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการ ปรับราคาขายลดลง และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2546 ลดลง 1,607 ล้านบาท หรือลดลง 33.1% ต้นทุน กลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวม ณ สิ้นไตรมาส 1/2547 เป็น 12,955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% และ 2.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2546 และไตรมาส 1/2546 ตามลำดับ โดยเป็นผลมาจาก - ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ กลุ่มบริษัทมี ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ 5,392 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 243 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2546 เพิ่มขึ้น 634 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.3% อันเกิดจากค่าใช้จ่ายตัดจ่ายของต้นทุน อุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้น ที่เป็นผลจากการลงทุนในอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์ เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง - ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต ณ สิ้นไตรมาส 1/2547 ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส ก่อน เป็น 4,926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% และหากเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้น 15.3% โดยการเพิ่มขึ้นของผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตดังกล่าว เป็นไปในทางเดียวกันกับรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น - ต้นทุนขาย กลุ่มบริษัทมีต้นทุนขายเพิ่มขึ้น จาก 2,452 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เป็น 2,637 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ หรือเพิ่มขึ้น 7.5% และหากเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ลดลง 943 ล้านบาท หรือลดลง 26.4% กำไรขั้นต้นจากการขาย ของไตรมาสนี้เป็น 18.7% ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่มีกำไร ขั้นต้นเป็น 18.8% และลดลง จาก 26.2% ของไตรมาส 1/2546 สาเหตุหลักมาจากการปรับราคา ขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็น 2,675 ล้านบาท ลดลง 29.2% และ 12.1% เมื่อเปรียบเทียบ กับไตรมาสก่อน และไตรมาส 1/2546 ตามลำดับ โดยเป็นผลจาก 1. ค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลง 410 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน เนื่องจาก ในไตรมาสก่อน บริษัทมีกิจกรรมทางการตลาดในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย มากขึ้น และบริษัทยังคงทำการตลาดอย่างต่อเนื่องจนถึงไตรมาสนี้ ซึ่งทำให้เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้น 303 ล้านบาท 2. หนี้สูญที่ลดลง 91 ล้านบาท และ 457 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และ ไตรมาส เดียวกันปีก่อนตามลำดับ อันเป็นผลต่อเนื่องจากความสามารถในการจัดเก็บเงินที่มีประสิทธิภาพ มากขึ้น 3. ในไตรมาส 4/2546 กลุ่มบริษัท มีรายการขาดทุนจากการตัดจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์ เคลื่อนที่จำนวน 598 ล้านบาท อันเป็นผลจากกลุ่มบริษัท ตัดจำหน่ายค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียม สถานที่เครือข่าย ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ที่ได้บันทึกไว้เป็นสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทาน เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อให้การจัดการอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด 4. ในไตรมาสที่ 1/2546 บริษัทย่อย ได้ตัดจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 294 ล้านบาท อันเกิดจากความล้าสมัยในเทคโนโลยี ภาษีเงินได้ ภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากไตรมาสก่อน เป็น 3,031 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 41.5% มีสาเหตุ หลักมาจาก ในไตรมาสนี้ บริษัทมีรายได้ทางภาษีเพิ่มขึ้น อันเกิดจากการขายบัตรเติมเงินระบบ 1-2-Call! ในปริมาณมากขึ้นจากไตรมาสก่อน เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2546 บริษัทมีภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 1,194 ล้านบาท หรือร้อยละ 65.0% อันเป็น ผลจาก กำไรก่อนหักภาษีเพิ่มมากขึ้น และได้ใช้ประโยชน์ทางภาษีจากขาดทุนสะสมของบริษัทย่อย ครบในปี 2546 กำไรสุทธิ กำไรสุทธิไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จำนวน 1,067 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 26.9% และหากเทียบ กับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนเพิ่มขึ้น 423 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.2% โดยเป็นผลมาจากที่กล่าวข้างต้น ฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัท 1. สินทรัพย์ ณ สิ้นไตรมาส 1/2547 สินทรัพย์รวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 131,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2546 จำนวน 6,878 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.5% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คิดเป็น 20.7% และ 79.3% ของสินทรัพย์รวมตามลำดับ ตารางที่2: องค์ประกอบของสินทรัพย์ 31 มีนาคม 2547 31 ธันวาคม 2546 ล้านบาท % ของ ล้านบาท % ของ สินทรัพย์รวม สินทรัพย์รวม สินทรัพย์หมุนเวียน 27,284 20.7% 17,896 14.3% ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 11,850 9.0% 12,120 9.7% สินทรัพย์ภายใต้สัญญา 76,708 58.2% 78,549 62.9% สัมปทานสุทธิ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 15,985 12.1% 16,384 13.1% สินทรัพย์หมุนเวียน ณ สิ้นไตรมาสนี้ สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 9,388 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 52.5%จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก 1. การเพิ่มขึ้นจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จาก 8,637 ล้านบาท ณ สิ้นปีก่อน เป็น 17,099 ล้านบาท ซึ่งได้มาจากการกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2547 สุทธิจาก การลงทุนและใช้ไปในกิจกรรมทางการเงิน 2. การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ จาก 1,027 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2546 เป็น 1,649 ล้านบาท ซึ่งเป็น การรองรับปริมาณการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่คาดว่าจะขายเพิ่มขึ้น 2. หนี้สิน หนี้สินรวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 67,071 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 1,748 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.7% ซึ่งเกิดจากภาษีเงินได้ค้างจ่ายที่เพิ่มขึ้น ตารางที่3: องค์ประกอบของหนี้สิน 31 มีนาคม 2547 31 ธันวาคม 2546 ล้านบาท % ของ ล้านบาท % ของ หนี้สินรวม หนี้สินรวม หนี้สินหมุนเวียนอื่น 17,952 26.8% 15,913 24.4% ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน 18,036 12.0% 6,810 10.4% ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิ2 41,069 61.2% 42,585 65.2% หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 14 0.0% 15 0.0% 1 ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิต (รวมที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปีและเกินหนึ่งปีขึ้นไป) 2หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว (รวมหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีและ เกินหนึ่งปีขึ้นไป) หนี้สินหมุนเวียนอื่น ณ สิ้นไตรมาส 1/2547 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2,039 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น12.8% ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้ค้างจ่าย 2,620 ล้านบาท และการลดลงของเจ้าหนี้ การค้า 300 ล้านบาท ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ณ สิ้นไตรมาสนี้ แบ่งได้เป็นส่วนที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 6,953 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,368 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24.5% อันเนื่องมาจาก รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน และส่วนที่ครบกำหนดชำระเกินกว่าหนึ่งปี 1,083 ล้านบาท ลดลง 142 ล้านบาทจากปีก่อน หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ในระหว่างไตรมาส 1/2547 บริษัทได้ชำระคืนหุ้นกู้และเงินต้นของสัญญาเช่าทางการเงินระยะยาว จำนวน 1,500 ล้านบาท และ 39 ล้านบาทตามลำดับ รวมเป็นเงินชำระคืนทั้งสิ้น 1,539 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นไตรมาสนี้ กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวมูลค่ารวมทั้งสิ้น 41,069 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 12,084 ล้านบาท และ เกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป 28,985 ล้านบาท 3. ส่วนของผู้ถือหุ้น กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 64,755 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2547 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5,129 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น 5,030 ล้านบาทจากกำไรสุทธิ และในระหว่างไตรมาส 1/2547 บริษัทได้ออกหุ้นเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้สิทธิจากใบสำคัญ แสดงสิทธิเป็นจำนวน หุ้นที่ออกแล้วทั้งสิ้น 2.3 ล้านหุ้น เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 83 ล้านบาท 4. สภาพคล่อง ในไตรมาส 1/2547 กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดรับสุทธิจากการดำเนินงาน ลดลงเมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันในปีก่อนจาก 14,324 ล้านบาท เป็น 12,722 ล้านบาท เป็นเพราะบริษัทมีส่วน แบ่งผลประโยชน์ตอบแทน และภาษีสรรพสามิตที่เกิดขึ้นจากการขายบัตรเติมเงิน 1-2-Call! และรายจ่ายทางการตลาดที่จ่ายเพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะ เพิ่มขึ้นก็ตาม ในขณะที่กระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมลงทุนลดลงจากช่วงเดียวกันในปี ก่อน 4,509 ล้านบาท เป็น 2,804 ล้านบาท และกระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน เป็น 1,457 ล้านบาทลดลงจาก 6,416 ล้านบาทในไตรมาส 1/2546 เนื่องจากในไตรมาสนี้ ได้ชำระคืนหุ้นกู้และเงินต้นของสัญญาเช่าทางการเงินระยะยาวตามกำหนดการชำระคืนเพียง 1,539 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2547 กลุ่มบริษัทมีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 8,461 ล้านบาท