รายละเอียดโครงการ ESOP ครั้งที่ 3

20 กุมภาพันธ์ 2547
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) รายละเอียดโครงการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญต่อกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท ("โครงการ ESOP") ครั้งที่ 3 1. วัตถุประสงค์และความจำเป็นในการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทการกำหนดให้มีโครงการเสนอขายใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญต่อกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทใน ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแรงจูงใจและตอบแทนการปฏิบัติงานของกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท นอกจากนี้เพื่อให้บุคคล ดังกล่าวมีความตั้งใจใน การทำงาน เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่บริษัท อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ ให้กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษา ทำงานกับบริษัทต่อไปในระยะยาว โดยโครงการ จะมีลักษณะต่อเนื่อง กล่าวคือ บริษัทจะออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิทุก ๆ ปี มีระยะเวลาต่อเนื่องกัน 5 ปี และใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกจะมีอายุไม่เกิน 5 ปี นับจาก วันออกและเสนอขายในแต่ละครั้งของการเสนอขาย โดยมีรายละเอียด ลักษณะ รวมถึง สิทธิและเงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิที่คล้ายคลึงกันทั้ง 5 ครั้ง ของการเสนอขาย ซึ่ง การออกและเสนอขาย ดังนี้ ครั้งที่ 1 ในปี 2545 มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 14,000,000 หน่วย และบริษัทได้จัดสรร หุ้นสามัญเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 14,000,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นประมาณร้อยละ 0.48 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่าย ได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ครั้งที่ 2 ในปี 2546 มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 8,467,200 หน่วย และบริษัทจะจัดสรรหุ้นสามัญ เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จำนวน 8,467,200 หุ้น (มูลค่า ที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ 0.29 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ของบริษัท สำหรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ตามโครงการ ESOP โดยในการ ออกและเสนอขายครั้งที่ 3 นี้ มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 8,999,500 หน่วย และ บริษัทจะจัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จำนวน 8,999,500 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ 0.31 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่าย ได้แล้วทั้งหมดของบริษัท รวมการจัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1, 2 และ 3 คิดเป็นร้อยละ 1.07 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท สำหรับ รายละเอียดของใบสำคัญแสดงสิทธิตามโครงการครั้งที่ 3 ที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติ ปรากฏตามข้อมูลด้านล่างนี้ นอกจากนี้ เมื่อมีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ บริษัทคาดว่าบริษัทจะนำเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทต่อไป 2. รายละเอียดเบื้องต้นของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกในครั้งนี้ ชนิดของใบสำคัญแสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญชนิดระบุชื่อผู้ถือและ โอนเปลี่ยนมือไม่ได้ เว้นแต่ โอนทางมรดก หรือแก่ผู้รับผล ประโยชน์ ตามข้อ 3.4.3 (ซึ่งต่อไปในที่นี้จะเรียกว่า "ใบสำคัญ แสดงสิทธิ") จำนวนที่เสนอขายครั้งนี้ 8,999,500 หน่วย ราคาเสนอขายต่อหน่วย หน่วยละ 0 บาท (ศูนย์บาท) ระยะเวลาเสนอขายใบสำคัญ เสนอขายให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาต แสดงสิทธิ จากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ ไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่ได้ออกและเสนอขาย จำนวนหุ้นที่จัดสรรเพื่อ 8,999,500 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ รองรับใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.31 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด วิธีการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ จัดสรรให้แก่กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัท โดยไม่ผ่านผู้รับช่วงซื้อหลักทรัพย์ อัตราการใช้สิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น ราคาการใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้น ราคาปิดของหุ้นของบริษัทที่ทำการซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักใน ช่วงระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น วันออกและเสนอขายใบ คณะกรรมการบริหารของบริษัทจะเป็นผู้กำหนดวันออกและ สำคัญแสดงสิทธิ เสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้ ระยะเวลาการใช้สิทธิ กรรมการพนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทสามารถใช้สิทธิ ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ ปีที่ 1 กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทสามารถ ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ในจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนของใบสำคัญ แสดงสิทธิทั้งหมดที่กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท แต่ละคนได้รับจัดสรรจากบริษัท ทั้งนี้ กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทจะสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อ ครบระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขาย ใบสำคัญแสดงสิทธิ จนกว่าจะครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษ หุ้นที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้น (Board Lot) บนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวม ไปใช้สิทธิในการใช้สิทธิปีถัดไป ปีที่ 2 กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทสามารถใช สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้อีกในจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนของใบสำคัญ แสดงสิทธิทั้งหมดที่กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัท แต่ละคนได้รับจัดสรรจากบริษัท ทั้งนี้ กรรมการ พนักงาน และ ที่ปรึกษาของบริษัทจะสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อครบ ระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขาย ใบสำคัญแสดงสิทธิ จนกว่าจะครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษหุ้น ที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้น (Board Lot) บนกระดาน หลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวมไปใช้สิทธิใน การใช้สิทธิปีถัดไป ปีที่ 3 กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทสามารถใช้สิทธิ ซื้อหุ้นสามัญตามสิทธิของตนในส่วนที่เหลือทั้งหมดได้เมื่อครบ ระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดง สิทธิ จนกว่าจะครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษหุ้น ที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้น(Board Lot) บน กระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวม ไปใช้สิทธิในการใช้สิทธิปีถัดไป สิทธิและผลประโยชน์อื่น -ไม่มี- นอกเหนือจากสิทธิและ ผลประโยชน์ที่พึงมีและ พึงได้จากหุ้นสามัญตามปกติ 3. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ ในการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 3.1 ระยะเวลาแสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ ให้ผู้ทรงสิทธิตามใบสำคัญ แสดงสิทธิแสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ ระหว่างเวลา 09.00 น. ถึง 16.00 น. ภายใน 5 วันทำการก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิแต่ละ ครั้งตลอดระยะเวลาการใช้สิทธิ เว้นแต่ การแสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ ตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งสุดท้าย กำหนดให้แสดงความจำนงในการใช้สิทธิในช่วงระยะ เวลา 15 วันก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญในแต่ละครั้ง จำนวนหุ้นที่จะใช้สิทธิซื้อนั้นจะต้องเป็นจำนวน เต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้นบนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยกเว้น การใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 3.2 วันกำหนดการใช้สิทธิ ระหว่างเวลา 9.00 น. ถึงเวลา 16.00 น. ของวันทำการสุดท้ายของทุกเดือนตลอดอายุของ ใบสำคัญแสดงสิทธิ ในกรณีการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายให้ใช้สิทธิได้ภายใน 5 วันทำการก่อน วันที่ใบสำคัญแสดงสิทธิจะหมดอายุ 3.3 คุณสมบัติของกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทที่มีสิทธิจะซื้อหลักทรัพย์ที่ออก 3.3.1 เป็นกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัท ที่มีอายุการทำงานขั้นต่ำ 1 ปี และไม่เป็นพนักงานที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทร่วมทุนให้มาปฏิบัติหน้าที่ในบริษัท ซึ่งมีวาระในการปฏิบัติงาน (Term) เป็นการชั่วคราวตามช่วงระยะเวลาที่ถูกกำหนดมา 3.3.2 เป็นกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท ที่ได้รับการคัดเลือกซึ่งทำประโยชน์ ให้แก่บริษัทฯ (แล้วแต่กรณี) 3.3.3 กรณียกเว้น ที่ไม่เป็นตามข้อ 3.3.1 และ 3.3.2 ให้นำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการบริหาร ของบริษัทเพื่อพิจารณาให้เป็นกรณีพิเศษ 3.3.4 จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทที่คณะกรรมการ บริษัทกำหนดให้แต่ละรายได้รับไม่จำเป็นต้องมีจำนวนเท่ากัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ประสบการณ์ อายุงาน ผลการปฏิบัติงาน และศักยภาพ รวมถึง ประโยชน์ที่ทำให้แก่บริษัท 3.4 ข้อผูกพันระหว่างบริษัท กับกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัท ในการจัดสรร ใบสำคัญแสดงสิทธิ 3.4.1 กรณีบุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็น กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทเนื่องจากการเกษียณอายุตาม ระเบียบของบริษัทหรือครบวาระในการดำรงตำแหน่ง แล้วแต่กรณี ให้กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทรายนั้น ยังคงมีสิทธิที่จะใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดง สิทธิได้จนครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น 3.4.2 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทเนื่องจากมีการโอนย้ายงานตามคำสั่งของบริษัท ให้กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทรายนั้น ยังคงมีสิทธิที่จะใช้สิทธิตาม ใบสำคัญแสดงสิทธิได้จนครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น 3.4.3 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทเนื่องจากถึงแก่กรรม สาบสูญ ทุพพลภาพ หรือไร้สมรรถภาพ จนไม่สามารถจัดการงานของตนเองได้ ให้ผู้จัดการมรดก หรือผู้รับประโยชน์ของกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทดังกล่าว แล้วแต่กรณี สามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดง สิทธิของผู้ถึงแก่กรรม ผู้สาบสูญ ผู้ทุพพลภาพ หรือผู้ไร้สมรรถภาพดังกล่าวได้จนครบอายุ ของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น 3.4.4 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทด้วยเหตุอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 3.4.1, 3.4.2 หรือ 3.4.3 ข้างต้น ให้กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทรายนั้นต้องใช้สิทธิในการ ซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่ตนมีเฉพาะในส่วนที่ครบกำหนดให้ใช้สิทธิได้แล้ว เท่านั้น โดยจะต้องใช้สิทธิให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับจากวันที่พ้นสภาพการเป็นกรรมการ พนักงานและ ที่ปรึกษาของบริษัทดังกล่าว หรือมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารเป็น ผู้พิจารณาการจัดสรรสิทธิตามความเหมาะสม ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ไม่มีการใช้สิทธิ ในกรณีที่กรรมการ พนักงาน หรือที่ปรึกษาไม่สามารถใช้สิทธิที่เหลืออันเนื่องมาจาก เหตุตามข้อ 3.4.4 ให้กรรมการ พนักงาน หรือที่ปรึกษา จัดส่งใบสำคัญแสดงสิทธิ ดังกล่าวให้แก่บริษัทเพื่อยกเลิก 3.5 กรณีใช้สิทธิไม่ครบตามใบสำคัญแสดงสิทธิ หากกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของ บริษัทไม่ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใช้สิทธิไม่ครบถ้วน และใบสำคัญ แสดงสิทธิได้ครบกำหนดอายุลง ให้ถือว่ากรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทสละ สิทธิการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่เหลือ โดยกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของ บริษัทดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากบริษัท 3.6 ความช่วยเหลือจากบริษัทในการจัดหาแหล่งเงินทุนแก่กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษา ของบริษัท - ไม่มี - 3.7 การปรับสิทธิ บริษัทอาจจะต้องสำรองหุ้นสามัญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในการใช้สิทธิ ตามใบสำคัญแสดงสิทธิเมื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่ได้มีการกำหนดโดยประกาศคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดง สิทธิที่จะซื้อหุ้น กรณีที่มีการปรับสิทธิที่จะต้องมีการจัดสรรหุ้นเพิ่มเติมเกินกว่าจำนวนหุ้นที่รองรับในการ ปรับสิทธิในครั้งนั้นๆ ให้บริษัทนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการจัดสรรหุ้นเพิ่มเติม ในครั้งต่อไป หากระยะเวลาที่อายุใบสำคัญแสดงสิทธิคงเหลือน้อยกว่าการประชุมผู้ถือหุ้น ที่จะมีขึ้นในอนาคตให้บริษัทดำเนินการนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยเร็วก่อนใบสำคัญ สิทธิจะหมดอายุลง 4. ผลกระทบที่มีต่อผู้ถือหุ้นเนื่องจากการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทในครั้งนี้ 4.1 ผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น (Price Dilution) เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นของกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท การกำหนดราคาการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้กำหนดจากราคาปิดของหุ้นของ บริษัทที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วง ระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งราคาดังกล่าวใกล้เคียงกับราคาตลาด ดังนั้น การออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาของหุ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นของกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัท จะขึ้นอยู่กับราคาตลาดของหุ้นของบริษัท ณ วันที่หุ้น เพิ่มทุนที่เกิดจากการใช้สิทธิของกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท เข้าทำการ ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 4.2 ผลกระทบของผู้ถือหุ้นเดิมสำหรับการลดลงของสัดส่วนความเป็นเจ้าของหรือสิทธิออก เสียงของผู้ถือหุ้นเดิม (Control Dilution) ในกรณีที่มีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ ของกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัททั้งหมดโดยคำนวณจากทุนที่เรียกชำระ แล้วในปัจจุบัน จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด = 2939,173,381 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) จำนวนหุ้นทั้งหมดที่เกิดจากการใช้สิทธิ = 8,999,500 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) รวมจำนวนหุ้นหลังการใช้สิทธิ = 2948,172,881 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) สัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมหลังการใช้สิทธิ = ร้อยละ 99.69 4.3 จำนวนหุ้นที่จะจัดไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรรให้แก่ กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทจำนวนไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่าย ได้แล้วทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด = 2939,173,381 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) จำนวนหุ้นที่จะจัดไว้เพื่อรองรับการ = 8,999,500 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) ใช้สิทธิตามที่จัดสรรให้กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท คิดเป็นสัดส่วนกับจำนวนหุ้นที่ = ร้อยละ 0.31 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด 4.4 รายชื่อกรรมการ (ของบริษัทหรือบริษัทย่อย) ทุกท่านที่มีสิทธิจะได้รับการจัดสรร ใบสำคัญแสดงสิทธิ และพนักงานและที่ปรึกษาที่มีสิทธิจะได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดง สิทธิเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้ ลำดับ กรรมการ/พนักงาน จำนวนที่ได้ ร้อยละ รับจัดสรร ของโครงการ (หน่วย) 1 นายสมประสงค์ บุญยะชัย 914,300 10.16 ตำแหน่ง กรรมการและ ประธานกรรมการบริหาร สายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย 2 นางสุวิมล แก้วคูณ 676,000 7.51 ตำแหน่ง หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านบริการลูกค้าและธุรกิจเครื่องลูกข่าย 3 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 676,000 7.51 ตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย 4 นายวิกรม ศรีประทักษ์ 606,400 6.74 ตำแหน่ง หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านเทคโนโลยี 5นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ 537,000 5.97 ตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด 6 นางอาภัทรา ศฤงคารินกุล 487,100 5.41 ตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 7 นายสุทธิชัย ชื่นชูศิลป์ 90,800 1.01 ตำแหน่ง ผู้จัดการสำนักธุรกิจการตลาดลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ทั้งนี้ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้รวมทั้งสิ้นจำนวน 8,999,500 หน่วย 4.5 หุ้นสามัญที่ออกตามการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้ จะมีสิทธิและสภาพ เท่าเทียมกับหุ้นสามัญของบริษัทที่ออกไปก่อนหน้านี้ทุกประการ 5. ลักษณะและเงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกและเสนอขายต่อกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท จะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 เรื่อง การเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อกรรมการหรือพนักงาน ฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นผู้รับผิดชอบค่าภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรหรือกฎหมาย อื่นที่เกี่ยวข้องในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิ เมื่อพ้นวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย และมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่ยังไม่ได้มีการใช้สิทธิ ให้ถือว่าใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวหมดสภาพลง และไม่สามารถนำมาใช้สิทธิได้อีกต่อไป ไม่ว่ากรณีใด ๆ 6. สิทธิของผู้ถือหุ้นในการคัดค้านการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงาน ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 ตามข้อ 14 แห่งประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 การออก และเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิ ออกเสียงและต้องไม่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละสิบของจำนวนเสียงทั้งหมดของ ผู้ถือหุ้นที่มาประชุมคัดค้านการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าว ในกรณีที่จะเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานรายใดเกินกว่าร้อยละห้าของ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่เสนอขายในครั้งนี้ ตามข้อ 15(2) แห่งประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ดังกล่าวข้างต้น ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทต้องมีมติอนุมัติการเสนอขายใบสำคัญแสดง สิทธิดังกล่าวให้แก่กรรมการหรือพนักงานเป็นรายบุคคล โดยมีมติอนุมัติเป็นรายบุคคล และจะ ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและ มีสิทธิออกเสียงและต้องไม่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวนเสียงทั้งหมด ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมคัดค้านมติดังกล่าว 7. รายชื่อกรรมการและพนักงานที่มีสิทธิจะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิเกินกว่าร้อยละห้า ของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่ขออนุญาตในครั้งนี้ กรรมการ/พนักงาน จำนวนที่ได้รับจัดสรร ร้อยละของโครงการ (หน่วย) 7.1 นายสมประสงค์ บุญยะชัย 914,300 10.16 ตำแหน่ง กรรมการและประธานกรรมการบริหาร สายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีการประชุม 5 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 5 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง กรรมการ/พนักงาน จำนวนที่ได้รับจัดสรร ร้อยละของโครงการ (หน่วย) 7.2 นางสุวิมล แก้วคูณ 676,000 7.51 ตำแหน่ง หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านบริการลูกค้าและธุรกิจเครื่องลูกข่าย 7.3 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 676,000 7.51 ตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการ จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ ดาต้าเน็ทเวอร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด มีการประชุม 3 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 2 ครั้ง ขาดประชุม 1 ครั้ง 7.4 นายวิกรม ศรีประทักษ์ 606,400 6.74 ตำแหน่ง หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านเทคโนโลยี จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด มีการประชุม 4 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 4 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง 7.5 นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ 537,000 5.97 ตำแหน่ง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด 7.6 นางอาภัทรา ศฤงคารินกุล 487,100 5.41 ตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน รายละเอียดปรากฏตามเอกสารความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน สำหรับโครงการ ESOP (ตามเอกสารแนบ 1-1) ทั้งนี้ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 8,999,500 หน่วย และเนื่องจากราคาการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ถูกกำหนดให้เป็นราคาปิดของหุ้น ของบริษัทที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วง ระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น บุคคลดังกล่าวตามข้อ 7.1 - 7.6 จึงมิได้มีผล ประโยชน์เมื่อคำนวณเป็นตัวเงิน เมื่อมีการคำนวณจากผลต่างของราคาเสนอขาย (รวมราคาการใช้สิทธิ) และราคาตลาด