คำอธิบายงบการเงินประจำปี 2546

20 กุมภาพันธ์ 2547
คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร ภาพรวมของกลุ่มบริษัท ณ สิ้นปี 2546 บริษัทและบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัท") มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบ รวมทั้งสิ้นประมาณ 13,239,200 ราย เพิ่มขึ้นสุทธิจากปี 2545 จำนวน 2,576,700 ราย หรือเพิ่มขึ้น 24.2% และเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2546 เพิ่มขึ้นสุทธิ 530,000 ราย หรือ 4.2% ซึ่งจากจำนวนผู้ใช้บริการในระบบทั้งหมดแบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบดิจิตอล GSM 2,115,400 ราย (GSM Advance และ GSM1800) และระบบ 1-2-Call! 11,123,800 ราย ในช่วงไตรมาส 4/2546 บริษัท ยังคงเน้นกิจกรรมทางการตลาดที่ให้กับผู้ใช้บริการทั้งใน ระบบ GSM Advance และระบบ 1-2-Call! เพื่อตอบสนองและเข้าถึงพฤติกรรมการใช้ของ ลูกค้า รวมทั้งกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ให้กับลูกค้า ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดสำหรับ ไตรมาสนี้สูงขึ้นจากไตรมาสก่อน และในช่วงเดียวกันนี้ บริษัทย่อย (บริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด) ได้เกิดขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานเป็นมูลค่า 598 ล้านบาท (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในผลการดำเนินงานของบริษัท) กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท ในไตรมาสนี้เป็น 3,963 ล้านบาท ลดลง 18.0% เมื่อเทียบกับ ไตรมาสก่อน แต่ด้วยตลาดโดยรวมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และระบบ 1-2-Call! ยังคงได้ รับความนิยมทำให้ฐานผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ อีกทั้งปริมาณการใช้ของผู้ใช้บริการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และการลดลงของหนี้สูญ ทำให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2546 เป็น 18,529 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 62.1% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545 ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ในไตรมาส 4/2546 บริษัทมีรายการส่งเสริมการขาย Freedom Free Style ที่ให้กับผู้ใช้ บริการระบบ 1-2-Call! ซึ่งเป็นการเสนอทางเลือกและการปรับราคาการให้บริการที่ สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้บริการมากขึ้น ซึ่งทำให้จำนวนผู้ใช้บริการและปริมาณ การใช้ ในระบบ 1-2-Call! เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วนแบ่งทางการตลาด ณ สิ้นปี 2546 อยู่ที่ระดับร้อยละ 60 ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ในระดับ ร้อยละ 61 เนื่องจากการแข่งขัน ของผู้ประกอบการ ตารางที่1: ข้อมูลบางส่วนทางการเงิน หน่วย:ล้านบาท ไตรมาส4/2546 เพิ่ม(ลด) เพิ่ม(ลด) สำหรับปี เพิ่ม(ลด) เมื่อเทียบกับ เมื่อเทียบกับ 2546 เมื่อเทียบกับ ไตรมาสก่อน ไตรมาส ปีก่อน เดียวกัน ของปีก่อน รายได้รวม 22,420 3.0% 2.3% 89,492 11.5% ต้นทุนรวม 12,208 2.8% (3.6%) 49,419 10.2% กำไรขั้นต้น 10,212 3.2% 10.4% 40,073 13.2% ค่าใช้จ่าย 3,778 33.3% 33.1% 12,321 (10.7%) ในการขาย และบริหาร กำไรสุทธิ 3,963 (18.0%) 5.2% 18,529 62.1% กำไรต่อหุ้น 1.34 6.32 รายได้ รายได้รวมของกลุ่มบริษัท ในไตรมาส 4/2546 เป็น 22,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% และ 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียวกันในปีก่อนตามลำดับ และ รายได้รวมสำหรับปี 2546 เป็น 89,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% จากปี 2545 เป็นผลมาจาก - รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ รายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการ ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 4/2546 กลุ่มบริษัทมีรายได้ จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ 19,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อ เทียบกับไตรมาสก่อน ทั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ใน ระบบ 1-2-Call! อันเป็นผลมาจากจำนวนผู้ใช้บริการและปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น และผลจากการปรับราคาขายบัตรเติมเงิน 1-2-Call! ที่ให้กับช่องทางการ จัดจำหน่าย เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2545 กลุ่มบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 13.7% และ สำหรับปี 2546 เพิ่มขึ้น 21.0% จากปีก่อน เนื่องจากรายได้ จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นจากฐานผู้ใช้บริการในระบบ โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้บริการในระบบ 1-2-Call! นอกเหนือจากการเพิ่มขึ้นของฐานผู้ใช้บริการ และ Churn ที่ลดลง ในด้าน ของ ARPU (Average Revenue Per User) ของผู้ใช้ในระบบดิจิตอล GSM Advance และระบบ 1-2-Call! สำหรับปี 2546 อยู่ที่ 1,187 บาท และ 341 บาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากปี 2545 เป็นผลจากรายการส่งเสริมการขายที่เสนอ ทางเลือกและอัตราการให้บริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ของผู้ ใช้บริการมากขึ้น - รายได้จากการขาย รายได้จากการขายหลัก มาจากการขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ ในไตรมาส 4/2546 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายเป็น 3,019 ล้านบาท ลดลง 626 ล้านบาท หรือ 17.2% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3/2546 และเมื่อ เปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ลดลง 1,819 ล้านบาท สำหรับ 2546 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 15,742 ล้านบาท ลดลง 3,584 ล้านบาท หรือ 18.5% จากปี 2545 ทั้งนี้สาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายเครื่องโทรศัพท์ เคลื่อนที่และราคาขายต่อหน่วยลดลง ต้นทุน ณ สิ้นไตรมาส 4/2546 บริษัทมีต้นทุนรวม 12,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากไตรมาสก่อน และลดลง 3.6% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันใน ปีก่อน สำหรับปี 2546 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนรวม 49,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากปี 2545 โดยเป็นผลมาจาก - ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ ณ สิ้นไตรมาส 4/2546 เป็น 5,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 501 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 10.8 % จากไตรมาส ก่อน และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้น 982 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 23.6% เกิดจากค่าใช้จ่ายตัดจ่ายของต้นทุนอุปกรณ์ ภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากการลงทุนในอุปกรณ์เครือ ข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ต้นทุนจากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ สำหรับปี 2546 เป็น 19,352 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,840 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33.4% จากปีก่อน มีสาเหตุหลักมาจาก 1. ค่าใช้จ่ายตัดจ่ายของอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้น 3,519 ล้านบาท เป็นผลจากการลงทุนในอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพิ่มขึ้น และในปี 2546 บริษัทได้เปลี่ยนแปลงระยะเวลาในการตัด จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ IN (Intelligence Network) จากเดิม ระยะเวลา 5 ปีเป็น 3 ปี ตามประมาณการอายุการใช้งานที่คาดไว้ 2. ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 829 ล้านบาท เนื่องจากอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพิ่มขึ้น และในปี 2546 กลุ่มบริษัทยังได้ตัดจำหน่ายอุปกรณ์และอะไหล่ เพื่อการซ่อมแซมจำนวน 545 ล้านบาท อันเกิดจากการล้าสมัย ของเทคโนโลยี่ - ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต ผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เป็น 4,606 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ โดยเพิ่มขึ้น 6.2% หากเมื่อเปรียบเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้น 11.5% และสำหรับปี 2546 เพิ่มขึ้น 16.2% จากปี 2545 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของผลประโยชน์ตอบแทนรายปีและภาษีสรรพสามิต เป็นไปในทางเดียวกันกับรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น - ต้นทุนขาย ผลจากปริมาณการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง จึงทำให้กลุ่มบริษัทมีต้นทุน ขายลดลงในไตรมาส 4/2546 จาก 2,890 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เป็น 2,452 ล้านบาท หรือลดลง 15.2% หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ลดลง 43.7% และสำหรับปี 2546 ลดลง 18.1 % จากปีก่อน กำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 20.7% ของไตรมาสก่อนเป็น 18.8% สาเหตุ หลักมาจากต้นทุนเฉลี่ยค่าเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อหน่วยเพิ่มขึ้น และเมื่อ เปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก 9.9% และกำไรขั้นต้น สำหรับปี 2546 เป็น 21.6% ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น เป็น 22.0% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ในไตรมาส 4/2546 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็น 3,778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.3%เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน เช่นเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส เดียวกันในปีก่อนเพิ่มขึ้น 33.1% และสำหรับปี 2546 ลดลง 1,482 ล้านบาท หรือ ลดลง 10.7% โดยส่วนใหญ่เนื่องมาจาก 1. ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น 357 ล้านบาท และ 367 ล้านบาท จากไตรมาส 3/2546 และไตรมาส 4/2545 ตามลำดับ เนื่องจากในไตรมาสนี้ บริษัทมีกิจกรรม ทางการตลาดในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้น และเมื่อเทียบสำหรับปี 2546 ลดลง 335 ล้านบาท เนื่องจากในปีก่อน บริษัทมี กิจกรรมทางการตลาดในการสนับสนุนกลุ่มลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ อนาลอก NMT มาใช้ในระบบดิจิตอล GSM Advance 2. หนี้สูญที่ลดลง 135 ล้านบาท และ 343 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และ ไตรมาสเดียวกันปีก่อนตามลำดับ และสำหรับปี 2546 หนี้สูญลดลง 1,980 ล้านบาทจากปีก่อน เนื่องจากความสามารถในการจัดเก็บเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3. ขาดทุนจากการตัดจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 598 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เป็นผลจากกลุ่มบริษัท ตัดจำหน่ายค่าใช้จ่ายในการจัด เตรียมสถานที่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ที่ได้บันทึกไว้เป็นสินทรัพย์ภายใต้ สัญญาสัมปทาน เป็นค่าใช้จ่ายในปี 2546 เป็นผลจากการจัดการอุปกรณ์เครือข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อให้ประโยชน์สูงสุด 4. ในระหว่างปี 2546 บริษัทย่อยได้ตัดจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 294 ล้านบาท อันเกิดจากความล้าสมัยในเทคโนโลยี ภาษีเงินได้ ภาษีเงินได้ ณ สิ้นไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เป็น 2,142 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 19.5% เป็นผลจากการใช้ประโยชน์ทางภาษีจากขาดทุนสะสมครบใน ไตรมาสก่อน และลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน สำหรับ ปี 2546 ภาษีเงินได้ลดลงจาก 7,816 ล้านบาทในปี 2545 เป็น 7,529 ล้านบาทม สาเหตุหลักมาจาก 1. ในปี 2546 บริษัทย่อยเริ่มมีภาษีเงินได้ อันเนื่องจากได้ใช้ประโยชน์ทางภาษี จากขาดทุนสะสมครบในปีนี้ 2. ในระหว่างปี 2546 มีผลจากการปรับปรุงภาษีเงินได้ของบริษัทในปีก่อน 251 ล้านบาท อันเกิดจากการเปลี่ยนวิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายทางภาษีในส่วนของ ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่เกิดจากยอดขายบัตรเติมเงินระบบ One-2-Call! ที่เดิม คิดจากปริมาณการใช้ เปลี่ยนเป็นคิดจากปริมาณการขายตามคำวินิจฉัยของ กรมสรรพากร 3. ในปี 2545 บริษัทได้ขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยบริษัทหนึ่ง มีผลขาดทุนทาง ภาษี จึงทำให้ภาษีเงินได้ของบริษัทมีจำนวนลดลง 434 ล้านบาท กำไรสุทธิ กำไรสุทธิไตรมาสนี้ลดลงจากไตรมาสก่อน จำนวน 872 ล้านบาทหรือลดลง 18.0% ในขณะที่เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนเพิ่มขึ้น 196 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.2% และกำไรสุทธิสำหรับปี 2546 เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7,099 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 62.1% ซึ่งเป็นผลมาจากที่กล่าวข้างต้น ฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัท 1. สินทรัพย์ ณ สิ้นปี 2546 สินทรัพย์รวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 124,949 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปี 2545 จำนวน 1,136 ล้านบาท หรือลดลง 0.9% ซึ่งเกิดจากการลดลงของ ลูกหนี้ การค้าสุทธิ, สินค้าคงเหลือ, อะไหล่และอุปกรณ์เพื่อการซ่อมแซม, เงินจ่ายล่วงหน้า ให้แก่ผู้จัดจำหน่าย, สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น, สินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทาน และ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น ส่วนสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นได้แก่ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ ซึ่งมาจากการลงทุนขยายระบบ Prepaid Billing และ IN (Intelligence Network) เพื่อรองรับผู้ใช้บริการ 1-2-Call! ที่เพิ่มขึ้น ตารางที่2: องค์ประกอบของสินทรัพย์ 31 ธันวาคม 2546 31 ธันวาคม 2545 ล้านบาท % ของสิน ล้านบาท % ของสิน ทรัพย์รวม ทรัพย์รวม สินทรัพย์หมุนเวียน 17,896 14.3% 18,382 14.6% ที่ดิน อาคารและ อุปกรณ์สุทธิ 12,120 9.7% 9,748 7.7% สินทรัพย์ภายใต้ สัญญาสัมปทาน สุทธิ 78,549 62.9% 79,795 63.3% สินทรัพย์ไม่ หมุนเวียนอื่น 16,384 13.1% 18,161 14.4% 2. หนี้สิน หนี้สินรวมมีมูลค่าทั้งสิ้น 65,323 ล้านบาทลดลงจากปีก่อนจำนวน 9,521 ล้านบาท หรือลดลง 12.7% ซึ่งเกิดจากการชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวตามกำหนด ตารางที่3: องค์ประกอบของหนี้สิน 31 ธันวาคม 2546 31 ธันวาคม 2545 ล้านบาท % ของหนี้ ล้านบาท % ของหนี้ สินรวม สินรวม หนี้สินหมุนเวียนอื่น 15,913 24.4% 16,087 21.5% ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทน รายปี และภาษีสรรพสามิต ค้างจ่าย1 6,810 10.4% 7,006 9.4% หุ้นกู้และเงินกู้ยืม ระยะยาวสุทธิ2 42,585 65.2% 51,734 69.1% หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 15 0.0% 17 0.0% 1 ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิต (รวมที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีและเกินหนึ่งปีขึ้นไป) 2หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว (รวมหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปีและเกินหนึ่งปีขึ้นไป) ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ค่าสิทธิสัญญาสัมปทาน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี และภาษีสรรพสามิตค้างจ่าย ณ สิ้นไตรมาสนี้ แบ่งได้เป็นส่วนที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 5,585 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,111 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24.8% อันเนื่องมาจาก รายได้ จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และส่วนที่ครบกำหนดชำระ เกินกว่าหนึ่งปี 1,225 ล้านบาท ลดลง 1,307 ล้านบาท หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ในปี 2546 กลุ่มบริษัทได้ชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 7,050 ล้านบาท (รวมรายการซื้อคืนหุ้นกู้ระยะยาว จำนวนเงิน 50 ล้านบาท) และ 6,114 ล้านบาทตาม ลำดับ รวมเป็นเงินชำระคืนทั้งสิ้น 13,164 ล้านบาท ขณะที่มีการเพิ่มเงินกู้ระยะยาว จากบริษัทย่อย 3,943 ล้านบาท ที่เป็นผลจากการทำ Repackage เงินกู้ ทำให้ ณ สิ้นปี 2546 กลุ่มบริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวมูลค่ารวมทั้งสิ้น 42,585 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 12,079 ล้านบาท และเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป 30,506 ล้านบาท 3. ส่วนของผู้ถือหุ้น สำหรับปี 2546 กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 59,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปีก่อน 8,385 ล้านบาท เป็นส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก 1. มีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น 18,529 ล้านบาทจากกำไรสุทธิ 2. บริษัททำการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทคืนเพิ่มขึ้นจำนวน 0.38 ล้านหุ้น ในราคา ถัวเฉลี่ย 33.08 บาทต่อหุ้น ทำให้มีจำนวนหุ้นสามัญซื้อคืนทั้งสิ้น 2.54 ล้านหุ้น ในราคาถัวเฉลี่ยสะสม 32.73 บาทต่อหุ้น 3. ในระหว่างปี 2546 บริษัทได้ออกหุ้นเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้สิทธิจากใบสำคัญ แสดงสิทธิเป็นจำนวนเงินรวม 169 ล้านบาท โดยเป็นจำนวนหุ้นที่ออกแล้วทั้งสิ้น 3.5 ล้านหุ้น และมีเงินรับล่วงหน้าชำระค่าหุ้น 26 ล้านบาท 4. และบริษัทได้จ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 10,410 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2546 จ่าย 4,541 ล้านบาท ในอัตราหุ้นละ 1.55 บาท และเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2546 จ่าย 5,869 ล้านบาท ในอัตราหุ้นละ 2 บาทให้แก่ผู้ถือหุ้น 4. สภาพคล่อง สำหรับปี 2546 กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดรับสุทธิจากการดำเนินงาน 40,437 ล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ ในปีนี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กระแสเงินสดจ่ายจากกิจกรรมลงทุนลดลง จากช่วงเดียวกันในปีก่อน 20,321 ล้านบาท เป็น 16,425 ล้านบาทในปีนี้ เนื่องจากใน ปีก่อน กลุ่มบริษัทได้มีการลงทุนในอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างมากเพื่อ รองรับการเติบโตของฐานลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และกระแสเงินสดจ่าย จากกิจกรรมจัดหาเงิน 19,419 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากจ่ายเงินปันผลให้ กับผู้ถือหุ้นและชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวจากที่ได้กล่าวข้างต้น ทำให้ ณ สิ้นปี 2546 กลุ่มบริษัทมีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 4,568 ล้านบาท