เอกสารแนบ 1

26 กุมภาพันธ์ 2546
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) รายละเอียดโครงการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญต่อกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษา ของบริษัท ("โครงการ ESOP") 1.วัตถุประสงค์และความจำเป็นในการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท การกำหนดให้มีโครงการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญต่อกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษา ของบริษัทในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแรงจูงใจและตอบแทนการปฏิบัติงานของกรรมการ พนักงานและที่ ปรึกษาของบริษัท นอกจากนี้เพื่อให้บุคคล ดังกล่าวมีความตั้งใจในการทำงาน เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ บริษัท อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษา ทำงานกับบริษัทต่อไปในระยะยาว โดยโครงการจะมีลักษณะต่อเนื่อง กล่าวคือ บริษัทจะออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิทุกๆ ปี มี ระยะเวลาต่อเนื่องกัน 5 ปี และใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกจะมีอายุไม่เกิน 5 ปี นับจากวันออกและเสนอขายใน แต่ละครั้งของการเสนอขาย โดยมีรายละเอียด ลักษณะ รวมถึงสิทธิและเงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ คล้ายคลึงกันทั้ง 5 ครั้ง ของการเสนอขาย ซึ่งการออกและเสนอขายครั้งแรกเมื่อปี 2545 นั้น มีจำนวนใบสำคัญ แสดงสิทธิทั้งสิ้น 14,000,000 หน่วย และบริษัทได้จัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดง สิทธิจำนวน 14,000,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นประมาณร้อยละ 0.48 ของจำนวนหุ้นที่ จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท สำหรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ตามโครงการ ESOP โดยในการออกและเสนอขายครั้งที่ 2 นี้ มีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น 8,467,200 หน่วย และบริษัทจะ จัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้จำนวน 8,467,200 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท) คิดเป็นร้อยละ 0.29 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท รวมการจัดสรรหุ้น สามัญเพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1 และ 2 คิดเป็นร้อยละ 0.77 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว ทั้งหมดของบริษัท สำหรับรายละเอียดของใบสำคัญแสดงสิทธิตามโครงการครั้งที่ 2 ที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ ปรากฏตามข้อมูลด้านล่างนี้ นอกจากนี้ เมื่อมีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ บริษัทคาด ว่าบริษัทจะนำเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทต่อไป 2.รายละเอียดเบื้องต้นของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกในครั้งนี้ ชนิดของใบสำคัญแสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญชนิดระบุชื่อผู้ถือและโอนเปลี่ยนมือ ไม่ได้ เว้นแต่ โอนทางมรดก หรือแก่ผู้รับผลประโยชน์ ตามข้อ 3.4.3 (ซึ่งต่อไปในที่นี้จะเรียกว่า "ใบสำคัญแสดงสิทธิ") จำนวนที่เสนอขายครั้งนี้ 8,467,200 ล้านหน่วย ราคาเสนอขายต่อหน่วย หน่วยละ 0 บาท [ศูนย์บาท] ระยะเวลาเสนอขายใบสำคัญ เสนอขายให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาต แสดงสิทธิ จากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ ไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่ได้ออกและเสนอขาย จำนวนหุ้นที่จัดสรรเพื่อรองรับ 8,467,200 ล้านหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) ใบสำคัญแสดงสิทธิ คิดเป็นร้อยละ 0.29 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด วิธีการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ จัดสรรให้แก่กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัท โดยไม่ผ่านผู้รับ ช่วงซื้อหลักทรัพย์ อัตราการใช้สิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น ราคาการใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้น ราคาปิดของหุ้นของบริษัทที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย โดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น วันออกและเสนอขายใบสำคัญ คณะกรรมการบริหารของบริษัทจะเป็นผู้กำหนดวันออกและเสนอขาย แสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้ ระยะเวลาการใช้สิทธิ กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทสามารถใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้น สามัญของบริษัทได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ ปีที่ 1 กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้น สามัญได้ในจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งหมดที่กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท แต่ละคน ได้รับจัดสรรจากบริษัท ทั้งนี้ กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษา ของบริษัทจะสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อครบระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ จนกว่าจะครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษหุ้น ที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้น (Board Lot) บน กระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวมไป ใช้สิทธิในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ปีที่ 2 กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้น สามัญได้อีกในจำนวนไม่เกิน 1 ใน 3 ส่วนของใบสำคัญแสดง สิทธิทั้งหมดที่กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทแต่ละ คนได้รับจัดสรรจากบริษัท ทั้งนี้ กรรมการ พนักงาน และที่ ปรึกษาของบริษัทจะสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อครบ ระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขายใบสำคัญ แสดงสิทธิ จนกว่าจะครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษ หุ้นที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้น (Board Lot) บน กระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวมไป ใช้สิทธิในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ปีที่ 3 กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทสามารถใช้สิทธิซื้อ หุ้นสามัญตามสิทธิของตนในส่วนที่เหลือทั้งหมดได้เมื่อครบ ระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่บริษัทได้ออกและเสนอขายใบสำคัญ แสดงสิทธิ จนกว่าจะครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ หากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิจะทำให้เกิดเศษ หุ้นที่ไม่ถึงจำนวนเต็มของหน่วยการซื้อขายหุ้น (Board Lot) บน กระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ปัดรวมไป ใช้สิทธิในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย สิทธิและผลประโยชน์อื่น -ไม่มี- นอกเหนือจากสิทธิและผลประโยชน์ ที่พึงมีและพึงได้จากหุ้นสามัญ ตามปกติ 3.หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ ในการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 3.1 ระยะเวลาแสดงความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ ให้ผู้ทรงสิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิแสดงความ จำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ ระหว่างเวลา 09.00 น. ถึง 16.00 น. ภายใน 5 วันทำการก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิแต่ละครั้งตลอดระยะเวลาการใช้สิทธิ เว้นแต่ การแสดงความจำนง ในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งสุดท้าย กำหนดให้แสดงความจำนงในการใช้สิทธิ ในช่วงระยะเวลา 15 วันก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญในแต่ละครั้ง จำนวนหุ้นที่จะใช้สิทธิซื้อนั้นจะต้องเป็นจำนวนเต็มของหน่วยการ ซื้อขายหุ้นบนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยกเว้นการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญในการใช้ สิทธิครั้งสุดท้าย 3.2 วันกำหนดการใช้สิทธิ ระหว่างเวลา 9.00 น. ถึงเวลา 16.00 น. ของวันทำการสุดท้ายของทุกเดือนตลอดอายุของใบสำคัญแสดง สิทธิ 3.3 คุณสมบัติของกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทที่มีสิทธิจะซื้อหลักทรัพย์ที่ออก 3.3.1 เป็นกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัท ที่มีอายุการทำงานขั้นต่ำ 1 ปี และไม่เป็น พนักงานที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทร่วมทุนให้มาปฏิบัติหน้าที่ในบริษัท ซึ่งมีวาระในการ ปฏิบัติงาน (Term) เป็นการชั่วคราวตามช่วงระยะเวลาที่ถูกกำหนดมา 3.3.2 เป็นกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท ที่ได้รับการคัดเลือกซึ่งทำประโยชน์ให้แก่บริษัทฯ (แล้วแต่กรณี) 3.3.3 กรณียกเว้น ที่ไม่เป็นตามข้อ 3.3.1 และ 3.3.2 ให้นำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการบริหารของ บริษัทเพื่อพิจารณาให้เป็นกรณีพิเศษ 3.3.4 จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทที่คณะกรรมการบริษัท กำหนดให้แต่ละรายได้รับไม่จำเป็นต้องมีจำนวนเท่ากัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ประสบการณ์ อายุงาน ผลการปฏิบัติงาน และศักยภาพ รวมถึง ประโยชน์ที่ทำให้แก่บริษัท 3.4 ข้อผูกพันระหว่างบริษัท กับกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัท ในการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ 3.4.1 กรณีบุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทเนื่องจากการเกษียณอายุตามระเบียบของบริษัทหรือครบวาระในการ ดำรงตำแหน่ง แล้วแต่กรณี ให้กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทรายนั้น ยังคงมีสิทธิที่จะ ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้จนครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น 3.4.2 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทเนื่องจากมีการโอนย้ายงานตามคำสั่งของบริษัท ให้กรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทรายนั้น ยังคงมีสิทธิที่จะใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้จน ครบอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้รับจัดสรรนั้น 3.4.3 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทเนื่องจากถึงแก่กรรม สาบสูญ ทุพพลภาพ หรือไร้สมรรถภาพ จน ไม่สามารถจัดการงานของตนเองได้ ให้ผู้จัดการมรดก หรือผู้รับประโยชน์ของกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทดังกล่าว แล้วแต่กรณี สามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของผู้ถึงแก่ กรรม ผู้สาบสูญ ผู้ทุพพลภาพ หรือผู้ไร้สมรรถภาพดังกล่าว จนครบอายุใบสำคัญแสดงสิทธิที่ ได้รับการจัดสรรนั้น 3.4.4 กรณีที่บุคคลที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทด้วยเหตุอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 3.4.1, 3.4.2 หรือ 3.4.3 ข้างต้น ให้กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทรายนั้นต้องใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญตาม ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ตนมีเฉพาะในส่วนที่ครบกำหนดให้ใช้สิทธิได้แล้วเท่านั้น โดยจะต้องใช้สิทธิ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับจากวันที่พ้นสภาพการเป็นกรรมการ พนักงานและ ที่ปรึกษาของ บริษัทดังกล่าว ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ไม่มีการใช้สิทธิ ในกรณีที่กรรมการ พนักงาน หรือที่ปรึกษาไม่สามารถใช้ สิทธิที่เหลืออันเนื่องมาจากเหตุตามข้อ 3.4.4 ให้กรรมการ พนักงาน หรือที่ปรึกษา จัดส่ง ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวให้แก่บริษัทเพื่อยกเลิก 3.5 กรณีใช้สิทธิไม่ครบตามใบสำคัญแสดงสิทธิ หากกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทไม่ใช้สิทธิซื้อ หุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใช้สิทธิไม่ครบถ้วน และใบสำคัญแสดงสิทธิได้ครบกำหนดอายุลง ให้ถือว่ากรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทสละสิทธิการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่เหลือ โดยกรรมการ พนักงาน และที่ปรึกษาของบริษัทดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากบริษัท 3.6 ความช่วยเหลือจากบริษัทในการจัดหาแหล่งเงินทุนแก่กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท - ไม่มี - 3.7 การปรับสิทธิ บริษัทอาจจะต้องสำรองหุ้นสามัญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในการใช้สิทธิตามใบสำคัญ แสดงสิทธิเมื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่ได้มีการกำหนดโดยประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น 4. ผลกระทบที่มีต่อผู้ถือหุ้นเนื่องจากการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทในครั้งนี้ 4.1 ผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น (Price Dilution) เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นของกรรมการ พนักงานและที่ ปรึกษาของบริษัท การกำหนดราคาการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้กำหนดจากราคาปิดของหุ้นของบริษัทที่ทำการซื้อ ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมผู้ ถือหุ้น ซึ่งราคาดังกล่าวใกล้เคียงกับราคาตลาด ดังนั้น การออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้ จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาของหุ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นของกรรมการ พนักงาน และที่ ปรึกษาของบริษัท จะขึ้นอยู่กับราคาตลาดของหุ้นของบริษัท ณ วันที่หุ้นเพิ่มทุนที่เกิดจากการใช้สิทธิของ กรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัท เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 4.2 ผลกระทบของผู้ถือหุ้นเดิมสำหรับการลดลงของสัดส่วนความเป็นเจ้าของหรือสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้น เดิม (Control Dilution) ในกรณีที่มีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของกรรมการ พนักงานและที่ ปรึกษาของบริษัททั้งหมดโดยคำนวณจากทุนที่เรียกชำระแล้วในปัจจุบัน จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด = 2,935,000,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) จำนวนหุ้นทั้งหมดที่เกิดจากการใช้สิทธิ = 8,467,200 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) รวมจำนวนหุ้นหลังการใช้สิทธิ = 2,943,467,200 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) สัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมหลังการใช้สิทธิ = ร้อยละ 99.71 4.3 จำนวนหุ้นที่จะจัดไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรรให้แก่กรรมการ พนักงานและ ที่ปรึกษาของบริษัทจำนวนไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ อนุญาตต่อสำนักงาน จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด = 2,935,000,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) จำนวนหุ้นที่จะจัดไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิ = 8,467,200 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) ตามที่จัดสรรให้กรรมการ พนักงาน และที่ ปรึกษาของบริษัท คิดเป็นสัดส่วนกับจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว = ร้อยละ 0.29 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ทั้งหมด 4.4 รายชื่อกรรมการ (ของบริษัทหรือบริษัทย่อย) ทุกท่านที่มีสิทธิจะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ และ พนักงานและที่ปรึกษาที่มีสิทธิจะได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวนใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้ กรรมการ/พนักงาน จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรร คิดเป็นร้อยละ(ของโครงการ) 1.นาย สมประสงค์ บุญยะชัย 609,400 หน่วย ร้อยละ 7.20 กรรมการและประธานกรรมการบริหาร สายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย 2.นางสุวิมล แก้วคูณ 786,000 หน่วย ร้อยละ 9.28 หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านการบริการลูกค้าและธุรกิจเครื่องลูกข่าย 3.นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 786,000 หน่วย ร้อยละ 9.28 กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย 4.นายวิกรม ศรีประทักษ์ 579,000 หน่วย ร้อยละ 6.84 หัวหน้าคณะกรรมการบริหารด้านเครือข่ายวิศวกรรม 5.นางอาภัทรา ศฤงคารินกุล 420,000 หน่วย ร้อยละ 4.96 ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและกรรมการบริษัทย่อย 6.นายสุทธิชัย ชื่นชูศิลป์ 99,100 หน่วย ร้อยละ 1.17 ผู้จัดการสำนักธุรกิจการตลาดลูกค้ากลุ่มธุรกิจและกรรมการบริษัทย่อย ทั้งนี้ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้รวมทั้งสิ้นจำนวน 8,467,200 หน่วย 4.5 หุ้นสามัญที่ออกตามการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิในครั้งนี้ จะมีสิทธิและสภาพเท่าเทียมกับหุ้น สามัญของบริษัทที่ออกไปก่อนหน้านี้ทุกประการ 5.ลักษณะและเงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกและเสนอขายต่อกรรมการ พนักงานและที่ปรึกษาของบริษัทจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 เรื่อง การเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อ กรรมการหรือพนักงาน ฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นผู้รับผิดชอบค่าภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในการ ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิ เมื่อพ้นวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย และมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่ยังไม่ได้มีการใช้สิทธิให้ถือว่าใบสำคัญ แสดงสิทธิดังกล่าวหมดสภาพลง และไม่สามารถนำมาใช้สิทธิได้อีกต่อไปไม่ว่ากรณีใด ๆ 6.สิทธิของผู้ถือหุ้นในการคัดค้านการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานตาม ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 ตามข้อ 14 แห่งประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 36/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 การออกและเสนอ ขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่ น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงและต้องไม่มีผู้ถือหุ้นซึ่ง ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละสิบของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมคัดค้านการออกและเสนอขาย ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าว ในกรณีที่จะเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อกรรมการหรือพนักงานรายใดเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวน ใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่เสนอขายในครั้งนี้ ตามข้อ 15(2) แห่งประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ดังกล่าว ข้างต้น ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทต้องมีมติอนุมัติการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวให้แก่กรรมการ หรือพนักงานเป็นรายบุคคล โดยมีมติอนุมัติเป็นรายบุคคล และจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงและต้องไม่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นรวมกันเกิน กว่าร้อยละห้าของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมคัดค้านมติดังกล่าว 7.รายชื่อกรรมการและพนักงานที่มีสิทธิจะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิเกินกว่าร้อยละห้าของ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่ขออนุญาตในครั้งนี้ 7.1 นายสมประสงค์ บุญยะชัย ตำแหน่ง กรรมการและประธานกรรมการบริหาร สายธุรกิจสื่อสาร โทรคมนาคมไร้สาย มีสิทธิจะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 609,400 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 7.20 ของโครงการ จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีการประชุม 8 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 7 ครั้ง ขาดประชุม 1 ครั้ง 7.2 นางสุวิมล แก้วคูณ ตำแหน่ง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการบริการลูกค้าและเครื่องลูกข่าย มีสิทธิที่จะ ได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 786,000 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 9.28 ของโครงการ จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มีการประชุม 6 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 6 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง 7.3 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย มีสิทธิที่ จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 786,000 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 9.28 ของโครงการ จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มีการประชุม 6 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 6 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ ดาตาเน็ทเวอร์ค จำกัด (มหาชน) มีการประชุม 1 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 1 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ คอนแท็ค เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีการประชุม 2 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 2 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง นายวิกรม ศรีประทักษ์ ตำแหน่ง หัวหน้าคณะกรรมการบริหารด้านเครือข่ายวิศวกรรม มีสิทธิจะได้รับ การจัดสรร ใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 579,000 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 6.84 ของโครงการ จำนวนครั้งของกรรมการในการเข้าร่วมประชุมและขาดประชุมในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท ดิจิตอล โฟน เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีการประชุม 1 ครั้ง เข้าร่วมประชุม 1 ครั้ง ขาดประชุม - ครั้ง ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน รายละเอียดปรากฏตามเอกสารความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนสำหรับโครงการ ESOP (ตามเอกสารแนบ 1) ทั้งนี้ จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 8,467,200 หน่วย และ เนื่องจากราคาการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ถูกกำหนดให้เป็นราคาปิดของหุ้นของบริษัทที่ทำการซื้อขาย ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30 วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น บุคคล ดังกล่าวตามข้อ 7.1 - 7.6 จึงมิได้มีผลประโยชน์เมื่อคำนวณเป็นตัวเงิน เมื่อมีการคำนวณจากผลต่างของราคา เสนอขาย (รวมราคาการใช้สิทธิ) และราคาตลาด