คำอธิบายการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ปี 2545
26 กุมภาพันธ์ 2546
คำอธิบายการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน
1. ภาพรวม
ณ สิ้นปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบรวม 10,662,500 ราย
แบ่งเป็นผู้ใช้บริการในระบบดิจิตอล GSM 2,526,300 ราย (GSM Advance และ GSM1800) และ
ระบบ One-2-Call 8,136,200 รายโดยมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิจากปี 2544 จำนวน 5,459,200
ราย หรือร้อยละ 104.9 เนื่องด้วยในปี 2545 ตลาดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีการขยายตัวอย่างมาก
มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมหลายประการ เช่น การลดลงของค่าเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่
การปลดล็อค IMEI (International Mobile Equipment Identity) และความนิยมในการใช้
บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบจ่ายค่าบริการล่วงหน้า (Pre-paid) ที่มีราคาถูกลง และความสะดวกสบาย
ในการหาซื้อ ประกอบกับมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในตลาด ทำให้ภาวะการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบ
การรุนแรงขึ้น แม้ว่าส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทจะลดลงจากร้อยละ 65 ณ สิ้นปี 2544 เป็นร้อยละ
61 ณ สิ้นปี 2545 แต่จากการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทมีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก
ปีที่แล้วอย่างมาก โดยในปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวม 81,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี
2544 ที่บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 60,670 ล้านบาท และ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อน
ที่มีกำไรสุทธิ 3,851 ล้านบาท เป็น 11,430 ล้านบาท
2. วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
งบการเงินรวมสำหรับปี สิ้นสุดเดือน ธันวาคม 2545 เปรียบเทียบกับปีก่อน สิ้นสุดเดือน ธันวาคม
2544
รายได้หลักของบริษัท และบริษัทย่อย แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือรายได้จากการให้บริการและ
รายได้จากการขาย ซึ่งรายได้หลักของบริษัทและบริษัทย่อยได้มาจากธุรกิจ 3 ประเภท คือ ธุรกิจโทรศัพท์
เคลื่อนที่ ธุรกิจบริการสื่อสารข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ และธุรกิจศูนย์ให้ข่าวสารทางโทรศัพท์ รายได้จากการ
ให้บริการและเช่าอุปกรณ์ ในปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์
60,926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,185 ล้านบาท หรือร้อยละ 46.0 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน โดยเป็นผล
มาจากการขยายฐานลูกค้าอย่างมาก โดยเฉพาะในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบจ่ายค่าบริการล่วง
หน้า (Pre-paid) ในด้านของ ARPU นั้น พบว่าในส่วนของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ GSM advance
และแบบ One-2-Call! เฉลี่ยอยู่ที่ 1,170 บาทและ 335 บาทตามลำดับ ลดลงจากปีก่อนซึ่งเป็น
ผลมาจากส่งเสริมการขายของบริษัทในระหว่างปี 2545 และจากการที่ฐานลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อน
ที่ของบริษัทมีการขยายตัวเพิ่มและกว้างมากขึ้น
รายได้จากการขาย
ในปี 2545 มีรายได้จากการขาย 19,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น1,876 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.8 เมื่อเปรียบ
เทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมในปี 2545 ทำให้ปริมาณ
การขายเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีการปรับราคาลดลงหลังจากการได้ดำเนิน
ปลดล็อค IMEI
ต้นทุนค่าบริการและการเช่าอุปกรณ์
ในปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อย มีต้นทุนค่าบริการและการเช่าอุปกรณ์ 29,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,130
ล้านบาท หรือร้อยละ 37.6 เมื่อเทียบปี 2544 โดยเกิดจากรายจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่บริษัท จะต้องนำ
ส่งให้กับ ทศท. อันเนื่องจาก รายได้จากค่าบริการและการให้เช่าอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและค่าใช้
จ่ายตัดจ่ายของต้นทุนอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งในไตรมาส ที่ 2 ของปี 2545 บริษัทได้มีการ
เปลี่ยนแปลง ระยะเวลาในการตัดจำหน่ายระบบอนาลอก NMT ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม จากระยะเวลาในการ
ตัดจำหน่ายสิ้นสุด ไม่เกินเดือนมิถุนายน 2546 เป็นสิ้นสุดเดือนกันยายน 2545 โดยผลจากการเปลี่ยนแปลง
อายุการใช้งานดังกล่าวทำให้ค่าตัดจำหน่ายในปี 2545 เพิ่มขึ้น 322 ล้านบาท
ต้นทุนขาย
บริษัท มีต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1,536 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.3 จากปีก่อน เป็น 15,075 ล้านบาท ในปี 2545
โดยเกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการลดลงของราคาขายทำ
ให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเป็นร้อยละ 22.0 ในปี 2545 ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัทและบริษัทย่อย ในปี 2545 เพิ่มขึ้นจาก 9,483 ล้านบาทในปีก่อน
เป็น 13,802 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.5 ทั้งนี้สาเหตุหลักเนื่องมาจาก
* ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นประมาณ 307 ล้านบาท
* ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 921 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการสนับสนุน
กลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ NMT มาใช้ระบบดิจิตอล GSM Advance ที่มีคุณภาพดีกว่า
แทน ประมาณ 660 ล้านบาท
* บริษัทและบริษัทย่อย ได้ตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นประมาณ 2,104 ล้านบาท
* ค่าความนิยมตัดจ่าย เพิ่มขึ้นประมาณ 578 ล้านบาท
* ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งใบแจ้งหนี้และจัดเก็บเงิน เพิ่มขึ้นประมาณ 217 ล้านบาท
ดอกเบี้ยจ่าย
บริษัทและบริษัทย่อยมีดอกเบี้ยจ่าย ในปี 2545 เพิ่มขึ้นจาก 1,573 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 3,069 ล้านบาท
เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อย ได้มีการออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น เพื่อนำเงินที่ได้มาใช้เป็นแหล่งเงินทุน
สำหรับการขยายเครือข่ายของบริษัทและบริษัทย่อย
ภาษีเงินได้
ในปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อย มีภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 1,578 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.3
จากปีก่อน เป็น 7,816 ล้านบาท เนื่องจากรายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ว่า
บริษัทจะได้ประโยชน์ทางภาษีในการขายเงินลงทุนในบริษัท แอดวานซ์ เพจจิ้ง จำกัดให้กับบุคคลภายนอก
ซึ่งเกิดผลขาดทุนในทางภาษี ทำให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง ประมาณ 434 ล้านบาท
กำไรสุทธิ
จากที่กล่าวข้างต้น บริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 11,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,579 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 196.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน และเนื่องด้วยในปี 2544 บริษัทและบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจาก
การตั้งค่าเผื่อขาดทุนจากการด้อยค่าต้นทุนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบอนาลอก NMT และต้นทุนเครือข่าย
โทรศัพท์ติดตามตัว เป็นจำนวนเงินประมาณ 4,265 ล้านบาท
3. วิเคราะห์ฐานะทางการเงิน
3.1. การวิเคราะห์สินทรัพย์
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราว
โดย ณ สิ้นปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 4,068 ล้านบาท
และมีเงินลงทุนชั่วคราว 62 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2544 ที่มีเงินสดและรายการเทียบ
เท่าเงินสด และเงินลงทุนชั่วคราวเป็น 15,284 ล้านบาท และ 88 ล้านบาทตามลำดับ การที่
บริษัทและบริษัทย่อย มียอดเงินสดทั้งที่อยู่ในรูปรายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนชั่วคราว
ในระดับที่ลดลง เป็นเพราะว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีการลงทุนขยายครือข่ายระบบโทรศัพท์เคลื่อน
ที่อย่างต่อเนื่อง ในมูลค่าที่มากกว่ากระแสเงินสดที่ได้รับจากการดำเนินการและจากกิจกรรมจัดหา
เงิน
ลูกหนี้การค้าสุทธิ
ณ สิ้นปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อย มีลูกหนี้การค้าสุทธิลดลงจาก 7,674 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2544
เป็น 7,239 ล้านบาท เนื่องด้วยในปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อยได้ทำการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการ
ระงับบริการชั่วคราวที่มีความสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มความเข้มงวดในการ
ตรวจสอบการชำระค่าบริการของผู้ใช้บริการ และได้มีการนำระบบ Intelligent Database
มาใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้น อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนผู้ใช้
บริการแบบ Prepaid ที่ผู้ใช้บริการต้องจ่ายเงินล่วงหน้า จึงเป็นผลทำให้ ระยะเวลาในการจัดเก็บ
หนี้ดีขึ้น จากปีก่อนที่อยู่ที่ 40 วัน เป็น 33 วัน
สินค้าคงเหลือสุทธิ
สินค้าคงเหลือสุทธิ ณ สิ้นปี 2545 ลดลงจาก 2,238 ล้านบาท ณ สิ้นปีก่อนเป็น 1,961 ล้านบาท
เนื่องด้วยในปี 2545 ต้นทุนสินค้าคงเหลือลดลง อันเป็นสาเหตุจากตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมมี
การขยายตัวเป็นอย่างมาก จึงทำให้ผู้ผลิตสามารถผลิตในต้นทุนที่ต่ำลง
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ
ณ สิ้นปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อย มีที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ เพิ่มขึ้น จาก 6,233 ล้านบาท
ณ สิ้นปีก่อน เป็น 9,748 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อย ได้มีการลงทุนในอุปกรณ์ที่
เกี่ยวข้องกับการให้บริการเสริมสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น
ต้นทุนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัวและต้นทุนของเครื่องมืออุปกรณ์ในการดำเนิน
การดาต้าเนทภายใต้สัญญาร่วมการงานสุทธิ
ต้นทุนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัวและต้นทุนของเครื่องมือและอุปกรณ์ในการ
ดำเนินการดาต้าเน็ทภายใต้สัญญาร่วมการงานสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 56,334 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2544
เป็น 79,795 ล้านบาท ณ สิ้น ปี 2545 ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทได้ลงทุนในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
เพิ่มขึ้นโดยเน้นการลงทุนในระบบดิจิตอล GSM ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด
3.2. การวิเคราะห์หนี้สิน
เจ้าหนี้การค้า
ณ สิ้นปี 2545 และ ปี 2544 บริษัทและบริษัทย่อย มีเจ้าหนี้การค้า 7,649 ล้านบาท และ 10,701
ล้านบาท ตามลำดับ มีระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 108 วัน และ 117 วัน ตามลำดับ จะเห็น
ได้ว่าบริษัท และบริษัทย่อย มีระยะเวลาชำระหนี้ที่ต่ำลง อันเนื่องมาจากการที่บริษัทได้จ่ายเงินลงทุน
ในอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ล่วงหน้าบางส่วนให้แก่ผู้จัดจำหน่ายเพื่อรับส่วนลดจากการชำระ
เงินดังกล่าว แม้ว่าบริษัทจะมีการลงทุนขยายเครือข่ายเพิ่มมากขึ้นก็ตาม
หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว
ในปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อย ได้ออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืมเพิ่ม จำนวนเงินสุทธิ 14,986 ล้านบาท
และ 3,358 ล้านบาทตามลำดับ และรวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 18,344 ล้านบาท ได้ชำระคืน
หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวเป็นจำนวน 6,357 ล้านบาทและ 1,437 ล้านบาท ตามลำดับ
รวมเป็นจำนวนเงินที่ได้ชำระทั้งสิ้น 7,794 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นปี 2545 บริษัท และบริษัทย่อย
มีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวรวมทั้งสิ้นจำนวน 51,734 ล้านบาท โดยบันทึกไว้ในส่วนของหุ้นกู้
และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี เป็นจำนวน 8,501 ล้านบาท และส่วนของ
หุ้นกู้ และเงินกู้ยืมระยะยาว-สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี เป็นจำนวน 43,233
ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวเป็นจำนวนเงิน 41,184 ล้านบาท
หนี้สินหมุนเวียนอื่น
บริษัทและบริษัทย่อยมีหนี้สินหมุนเวียนอื่นจำนวน 6,124 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2544 และเพิ่มเป็น
7,969 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2545 ซึ่งรายการส่วนใหญ่ประกอบด้วย ภาษีเงินได้ค้างจ่ายเป็น
จำนวนเงิน 3,666 ล้านบาท และรายได้รับล่วงหน้าจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบจ่าย
ค่าบริการล่วงหน้า (Pre-paid) เป็นจำนวนเงิน 2,304 ล้านบาท
3.3. การวิเคราะห์ส่วนของผู้ถือหุ้น
ณ สิ้นปี 2545 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 51,241 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 41,021 ล้านบาท
ณ สิ้นปี 2544 โดยบริษัทมีทุนชำระแล้ว 2,935 ล้านบาท มีส่วนเกินมูลค่าหุ้น 20,004 ล้านบาท
และมีกำไรสะสมทั้งสิ้น 28,101 ล้านบาท นอกจากนี้ ในระหว่างเดือนธันวาคม 2545 บริษัท
ทำการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทคืนจำนวน 2.16 ล้านหุ้น ในราคาถัวเฉลี่ย 32.67 บาทต่อหุ้น การ
คืนหุ้นคืนดังกล่าว บริษัท ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท วันที่ 14 พฤศจิกายน
2545 ซึ่งอนุมัติให้บริษัททำรายการซื้อหุ้นคืน ไม่เกิน 90 ล้านหุ้น หรือเทียบเท่ากับร้อยละ 3.07
ของจำนวนหุ้นที่จดทะเบียนและเรียกชำระทั้งหมด
3.4. การวิเคราะห์สภาพคล่อง
บริษัทยังคงมีการลงทุนในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการให้บริการและเพิ่มประสิทธิ
ภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อยใช้เงินลงทุนเป็นจำนวน
ทั้งสิ้น 36,746 ล้านบาท ซึ่งมีแหล่งเงินทุนจากรายได้จากการให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์และ
รายได้จากการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน 22,038
ล้านบาท ประกอบกับการที่บริษัทได้รับเงินจากการออกหุ้นกู้ระยะยาวสุทธิ 14,943 เงินกู้ยืมระยะ
ยาว 2,940 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารพาณิชย์อีกจำนวน 20 ล้านบาท ขณะเดียว
กันก็มีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ระยะยาว และหุ้นกู้ระยะยาวเป็นจำนวน 13,231 ล้านบาท
รวมทั้งมีการจ่ายเงินปันผล 1,151 ล้านบาท และซื้อหุ้นคืน 71 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีเงินสดสุทธิ
ในกิจกรรมจัดหาเงินทั้งสิ้น 3,477 ล้านบาท ทำให้ในปี 2545 บริษัทและบริษัทย่อย มีเงินสดและ
รายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 11,231 ล้านบาท