แบบรายงานการเปิดเผยการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน
15 พฤศจิกายน 2545
แบบรายงานการเปิดเผยการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน
(ตาม ม. 66/1 (2) แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2545
ข้าพเจ้า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งมติที่
ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 8/2545 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2545 เกี่ยวกับการ
อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารการเงิน โดยมีรายละเอียดดังนี
1. โครงการซื้อหุ้นคืน
1.1 วงเงินสูงสุดที่จะใช้ในการซื้อหุ้นคืน จำนวนไม่เกิน 3,500 ล้านบาท
1.2 จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืน จำนวนไม่เกิน 90 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนคิดเป็นร้อยละไม่เกิน3.07 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้
แล้วทั้งหมด
1.3 วิธีการในการซื้อหุ้นคืน
[/] ซื้อในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
[ ] เสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป ในราคา ………………………บาท/หุ้น
(ต้องเป็นราคาเดียวกัน)
กำหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2545 ถึง 1 มิถุนายน
2546
หมายเหตุ บริษัทต้องเปิดเผยโครงการซื้อหุ้นคืนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14
วันก่อนวันซื้อหุ้น โดย
1. ซื้อในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ภายใน 6 เดือน
2. เสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป ต้องไม่น้อยกว่า 10
วันและไม่เกิน 20 วัน
1.4 หลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาหุ้นที่จะซื้อคืน โดยให้นำราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 30
วันก่อนวันที่บริษัทจะทำการเปิดเผยข้อมูลมาประกอบการพิจารณากำหนดราคาหุ้นด้วย
บริษัทจะใช้วิธีการวิเคราะห์อัตราส่วนลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow
Analysis) รวมถึงการนำราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันก่อนวันที่บริษัทเปิด
เผยข้อมูลเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณากำหนดราคาหุ้นที่จะซื้อตามความเหมาะ
สม
ทั้งนี้ราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2545
ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2545 เท่ากับ 33.525 ……………………บาทต่อหุ้น
(ราคาปิดย้อนหลัง 30 วันทำการ)
2. ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท
2.1 ข้อมูลกำไรสะสมและสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทและบริษัทย่อย
ข้อมูลจากงบการเงินสอบทานงวดล่าสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2545
-กำไรสะสมของบริษัทและบริษัทย่อย เท่ากับ 24,334 ล้านบาท
-หนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่จะซื้อหุ้นคืน เท่ากับ
8,000 ล้านบาท
-อธิบายความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทและบริษัทย่อยที่ถึงกำหนดชำระภายใน
6 เดือน นับแต่วันที่จะซื้อหุ้นคืน โดยระบุแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการชำระหนี้คืน
บริษัทและบริษัทย่อยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก
10,667 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2544 เป็น 16,736 ล้านบาท
ในช่วงเดียวกันในของปี 2545 เงินสด ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2545
มียอดคงเหลือประมาณ 8,550 ล้านบาท
บริษัทและบริษัทย่อยมีเงินกู้และดอกเบี้ยที่ครบกำหนดชำระในช่วง 6 เดือนนับ
จากวันที่ซื้อหุ้นคืนประมาณ 8.000 ล้านบาท ซึ่งหากประเมินจากเงินสดในมือ
ประกอบกับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแล้ว
บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอในการชำระหนี้ที่ถึงกำหนดดังกล่าว ดังนั้นการซื้อ
หุ้นคืนจึงจะไม่กระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทและบริษัทย่อยแต่
อย่างใด
2.2 จำนวนผู้ถือหุ้นสามัญรายย่อย (Free Float) ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2545 เท่ากับร้อยละ 36.05 ของทุนชำระแล้วของบริษัท
หรือเท่ากับ 1,058,065,041 หุ้น ทั้งนี้บริษัทได้แนบแบบแสดงรายการการกระจาย
การถือหุ้นของบริษัทมาพร้อมนี้
3. เหตุผลในการซื้อหุ้นคืน
เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารสภาพคล่องของบริษัท และเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ส่วนของ
ผู้ถือหุ้น (ROE) รวมถึงเพิ่มกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ผู้บริหารของบริษัทมีความ
เชื่อมั่นต่อศักยภาพและการเจริญเติบโตของบริษัทที่จะมีต่อไปในอนาคต
และเห็นว่าปัจจุบันราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของบริษัทมีราคาอยู่
ในระดับต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
4. ผลกระทบภายหลังการซื้อหุ้นคืน
4.1 ต่อผู้ถือหุ้น
ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลต่อหุ้นสูงขึ้นกว่ากรณีที่ไม่มีการซื้อหุ้นคืน
เนื่องจากหุ้นที่บริษัทซื้อคืนจะไม่มีสิทธิในการรับเงินปันผล และจะทำให้
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและกำไรสุทธิต่อหุ้นสูงขึ้นด้วย
4.2 ต่อบริษัท
บริษัทจะมีสินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง
และหากบริษัทดำเนินการซื้อหุ้นคืนได้ครบตามวงเงินที่ได้ระบุได้ทั้งหมด
จำนวน 3,500 ล้านบาท บริษัทจะมีสินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าทางบัญชีของ
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเป็นจำนวนเท่ากันดังกล่าว
5. การจำหน่ายและการตัดหุ้นที่ซื้อคืน
- วิธีการจำหน่าย [/] ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
[/] เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป
บริษัทอาจทำการจำหน่ายหุ้นคืน โดยการขายในตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย หรือ เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในขณะนั้น
- กำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2546 ถึง
วันที่ 1 มิถุนายน 2549
(ภายหลัง 6 เดือน นับแต่การซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้นแต่ต้องไม่เกิน 3 ปี)
กำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัทอาจเร็วกว่าที่กำหนดไว้ ในกรณีที่
กำหนดระยะเวลาที่ซื้อหุ้นคืนสิ้นสุดก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2546
- หลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาที่จะจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน
บริษัทมีนโยบายการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน การตัดหุ้นที่ซื้อคืน และการลดทุน
ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อ
หุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นคืน และการตัดหุ้นที่ซื้อคืน พ.ศ. 2544 ดังนี้
บริษัทจะจำหน่ายหุ้นทั้งหมดที่บริษัทฯ ซื้อคืนมาในโครงการซื้อหุ้นคืน โดยจะ
ดำเนินการเสนอขายในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ
เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
สำหรับระยะเวลาเริ่มจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน บริษัทสามารถดำเนินการเมื่อพ้นกำหนด
6 เดือนนับแต่การซื้อหุ้นคืนในแต่ละคราวเสร็จสิ้น และจะจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน
ให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการจำหน่ายหุ้นใหม่ โดยวิธีการคำนวณราคาหุ้นที่จะจำ
หน่ายคืนจะพิจารณาจากผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน และความต้องการใช้เงินเพื่อ
การลงทุนในโครงการในอนาคต
ในกรณีที่บริษัทไม่จำหน่ายหรือจำหน่ายไม่หมดภายในอายุโครงการซึ่งเมื่อพ้นกำหนด
นั้นแล้ว บริษัทจะลดทุนชำระแล้วโดยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนที่ซื้อคืน
และยังมิได้จำหน่ายทั้งหมด
6. การซื้อหุ้นคืนในอดีต (ถ้ามี)
วันสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งหลังสุด - ไม่มี -
(การซื้อหุ้นคืนตามโครงการใหม่จะกระทำได้เมื่อครบกำหนดระยะเวลาเกิน 1 ปี
นับแต่วันสิ้นสุดโครงการครั้งหลังสุด)
บริษัทขอรับรองว่าสารสนเทศในแบบรายงานนี้ถูกต้องและครบถ้วนทุกประการ
ลายมือชื่อ
(นายสมประสงค์ บุญยะชัย)
กรรมการ
หมายเหตุ ให้บริษัทจดทะเบียนรายงานมติคณะกรรมการอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน
ภายในวันที่คณะกรรมการมีมติหรือ ภายใน 9.00 น. ของวันทำการถัดไป
โดยนำส่งรายงานทางโทรสารและ On-Line ผ่านระบบ ELCID ของตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทย