ยงานการสอบทานงบการเงินไตรมาสที่ 1/2541

18 พฤษภาคม 2541
หมายเหตุ 3 - รายการกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน งบการเงินรวมของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย และงบ การเงินเฉพาะของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ได้รวมรายการบัญชีและ รายการค้ากับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน การกำหนดมูลค่าของรายการที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯและกิจ การที่เกี่ยวข้องกันใช้เกณฑ์ที่ใกล้เคียงกับรายการบัญชีและรายการค้าที่มีกับกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ยอดบัญชีคงเหลือกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ณ วันที่ 31 มีนาคม มีดังต่อไปนี้ ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าที่แสดงในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 7 รวมยอดบัญชีคงเหลือกับ กิจการที่เกี่ยวข้องกันดังนี้ จำนวนเงินล้านบาท ประกอบด้วย งบดุลรวม งบดุลเฉพาะของบริษัทฯ 2541 2540 2541 2540 บริษัทใหญ่ 0.08 0.39 0.08 0.21 บริษัทย่อย - - 0.02 0.04 บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 8.57 1.04 0.57 0.67 รวม 8.65 1.43 0.67 0.92 เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่ายที่แสดงในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 13 รวมยอดบัญชี คงเหลือกับกิจการที่เกี่ยวข้องกันดังนี้ จำนวนเงินล้านบาท ประกอบด้วย งบดุลรวม งบดุลเฉพาะของบริษัทฯ 2541 2540 2541 2540 บริษัทใหญ่ 32.57 181.83 32.57 181.83 บริษัทย่อย - - - 0.17 บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 165.33 80.11 164.09 75.67 ดอกเบี้ยหุ้นกู้ค้างจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของบริษัทใหญ่ 33.84 - 33.84 - ดอกเบี้ยหุ้นกู้ค้างจ่ายแก่ผู้บริหารของบริษัทใหญ่ และกรรมการของบริษัทย่อย 0.54 - 0.54 - รวม 232.28 261.94 231.04 257.67 ยอดบัญชีคงเหลือกับกิจการที่เกี่ยวข้องกันซึ่งรวมอยู่ในยอดเงินมัดจำรับจากลูกค้า จำนวนเงินล้านบาท ประกอบด้วย งบดุลรวม งบดุลเฉพาะของบริษัทฯ 2541 2540 2541 2540 บริษัทใหญ่ 56.04 - 56.04 - บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 20.25 - 20.25 - รวม 76.29 - 76.29 - เงินให้กู้ยืมระยะสั้นและเงินทดรองแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน จำนวนเงินล้านบาท ประกอบด้วย งบดุลรวม งบดุลเฉพาะของบริษัทฯ 2541 2540 2541 2540 เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 4.50 99.50 - - เงินทดรองแก่บริษัทใหญ่ 8.62 55.75 8.62 55.75 เงินทดรองแก่บริษัทย่อย - - 0.03 0.04 เงินทดรองแก่บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 21.62 108.33 1.10 1.56 เงินรับจากลูกค้าในการรับชำระเงินมัดจำ ค่าจดทะเบียน ค่าให้บริการ และค่าเครื่อง โทรศัพท์ติดตามตัว แทนบริษัทฯและบริษัทย่อย 167.01 169.35 136.44 169.35 201.75 432.93 146.19 226.70 หัก สำรองเผื่อผลขาดทุนจากการเรียกเก็บ หนี้จากกิจการที่เกี่ยวข้องกันไม่ได้ 0.37 0.37 0.37 0.37 รวม 201.38 432.56 145.82 226.33 เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน มีดอกเบี้ยในอัตราใกล้เคียงกับอัตราขั้นต่ำสุดของ สินเชื่อเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมจากธนาคาร ยอดเงินทดรองแก่บริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกันในงบดุลรวม และยอดเงินทดรองแก่บริษัท ย่อยในงบดุลเฉพาะของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เกิดจากรายการที่จ่ายแทนกัน ยอดเงินให้กู้ยืมระยะสั้นและเงินทดรองแก่บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกันในงบดุลรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2540 จำนวนประมาณ 184.79 ล้านบาท เป็นเงินให้กู้ยืมระยะสั้นซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการ เงินจากผู้ถือหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวตามสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละราย เงินทดรองจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน จำนวนเงินล้านบาท ประกอบด้วย งบดุลรวม งบดุลเฉพาะของบริษัทฯ 2541 2540 2541 2540 เงินทดรองจากบริษัทใหญ่ 0.08 5.08 0.08 5.08 เงินทดรองจากบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 87.18 31.67 1.17 0.99 รวม 87.26 36.75 1.25 6.07 ยอดเงินทดรองจากบริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ส่วนใหญ่เกิดจากการที่บริษัทย่อยซื้อ สินทรัพย์ถาวรจากบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกันแห่งหนึ่ง และรายการที่จ่ายแทนกัน ยอดคงเหลือ กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯไม่มียอดคงเหลือกับบริษัทย่อย หุ้นกู้ระยะสั้น หุ้นกู้ระยะสั้น ณ วันที่ 31 มีนาคม ได้แก่หุ้นกู้ชนิดไม่มีหลักประกันจำนวนทั้งสิ้น 20,000 หน่วย มูลค่าหน่วยละ 1,000 บาท ซึ่งลงทุนโดยผู้บริหารของบริษัทใหญ่และกรรมการของบริษัทย่อย หุ้นกู้ระยะสั้นดังกล่าวข้างต้นมีกำหนดชำระคืนเงินกู้ในวันที่ 26 มกราคม 2542 และมีดอกเบี้ยใน อัตราถัวเฉลี่ยของอัตราขั้นต่ำสุดของดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ภายใต้สัญญาระหว่างบริษัทฯและบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทฯได้แต่งตั้งธนาคารดังกล่าว ให้เป็นผู้เสนอขายหุ้นกู้ ระยะสั้นชนิดไม่มีหลักประกันของบริษัทฯ บริษัทฯตกลงจ่ายค่าธรรมเนียม และบรรดาค่าใช้จ่ายใน การปฎิบัติตามสัญญาให้แก่ธนาคารดังกล่าวตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา หุ้นกู้ระยะยาว หุ้นกู้ระยะยาว ณ วันที่ 31 มีนาคม 2541 ได้แก่หุ้นกู้ชนิดไม่มีหลักประกันจำนวนทั้งสิ้น 2,000,000 หน่วย มูลค่าหน่วยละ 1,000 บาท ซึ่งลงทุนโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทใหญ่ หุ้นกู้ ระยะยาวดังกล่าวมีกำหนดชำระคืนเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2543 ถึงวันที่ 26 มกราคม 2544 และมีดอกเบี้ยในอัตราถัวเฉลี่ยของอัตราขั้นต่ำสุดของดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ สัญญาระหว่างบริษัทฯและบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทฯได้แต่งตั้งธนาคาร ดังกล่าวให้เป็นผู้เสนอขายหุ้นกู้ระยะยาวชนิดไม่มีหลักประกันของบริษัทฯ โดยบริษัทฯตกลงจ่ายค่า ธรรมเนียมและบรรดาค่าใช้จ่ายในการปฎิบัติตามสัญญาให้แก่ธนาคารดังกล่าวตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ในสัญญา รายการบัญชีที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่เกี่ยวข้องกันในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม สรุปได้ดังนี้ จำนวนเงินล้านบาท งบการเงิน งบการเงิน รวม เฉพาะของบริษัทฯ 2541 2540 2541 2540 บริษัทใหญ่ จ่ายค่าเช่าและค่าบริการอื่นๆ 25.24 28.81 25.24 28.81 จ่ายค่าปรึกษาและบริหารงาน 43.67 42.00 43.67 42.00 ซื้ออุปกรณ์เพื่อใช้ดำเนินงานทั่วไป - 0.13 - 0.13 ซื้ออุปกรณ์เพื่อใช้กับโครงข่ายโทรศัพท์ เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัว - 193.91 - 193.91 รายได้ค่าบริการ 1.06 1.25 0.84 0.78 ดอกเบี้ยหุ้นกู้จ่าย 13.84 - 13.84 - บริษัทย่อย จ่ายค่าเช่าและค่าบริการอื่นๆ - - 0.59 0.51 รายได้ค่าบริการ - - 0.09 0.10 กิจการ(หรือบุคคล)อื่นที่เกี่ยวข้องกัน จ่ายค่าเช่าและค่าบริการอื่นๆ 186.67 122.14 172.52 108.00 จ่ายค่าโฆษณา 7.05 76.82 5.33 76.75 จ่ายค่าปรึกษาและบริหารงาน 2.50 - - - ซื้ออุปกรณ์เพื่อใช้ดำเนินงานทั่วไป 1.15 2.38 1.15 2.38 ซื้ออุปกรณ์เพื่อใช้กับโครงข่ายโทรศัพท์ เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัว 131.55 5.16 131.55 3.75 รายได้ค่าบริการ 3.08 2.55 2.56 2.25 ขายเครื่องโทรศัพท์ติดตามตัว 2.74 - - - ดอกเบี้ยรับ 0.18 4.80 - - ดอกเบี้ยหุ้นกู้จ่ายแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของบริษัทใหญ่ 96.42 - 96.42 - ดอกเบี้ยหุ้นกู้จ่ายแก่ผู้บริหารของบริษัทใหญ่ และกรรมการของบริษัทย่อย 0.54 - 0.54 - รายการอื่นๆ นอกเหนือจากรายการที่กล่าวข้างต้น มีดังนี้ - บริษัทฯได้ทำหนังสือให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทย่อยแห่งหนึ่ง เพื่อประโยชน์ในการขอ สินเชื่อจากธนาคารเป็นจำนวนเงินรวม 75 ล้านบาท - บริษัทฯได้ทำสัญญากับบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกันในการก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อใช้กับ โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และรับบริการวงจรดาวเทียม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2541 บริษัทฯ ผูกพันที่จะจ่ายค่าก่อสร้าง ค่าติดตั้ง และค่าบริการวงจรดาวเทียมเป็นจำนวนเงินรวม 254.32 ล้านบาท - บริษัทฯได้ทำสัญญากับบริษัทใหญ่ เพื่อรับบริการที่ปรึกษาและบริหารงานเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 10 เดือนถึง 12 เดือน และอาจต่ออายุสัญญาได้ บริษัทฯผูกพันที่จะจ่ายค่าบริการตามสัญญา ดังกล่าวข้างต้นเป็นจำนวนเงินประมาณ 11.57 ล้านบาทต่อเดือน - บริษัทฯและบริษัทย่อยได้ทำสัญญาเช่าที่ทำการสำนักงาน รถยนต์ และสัญญาบริการที่เกี่ยวข้อง กับบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน โดยมีระยะเวลาตั้งแต่ 2 เดือนถึง 17 ปี และอาจต่ออายุสัญญาได้ บริษัทฯและบริษัทย่อยผูกพันที่จะจ่ายค่าเช่าและค่าบริการประจำเดือนตามสัญญาดังกล่าว ข้างต้นดังนี้ จำนวนเงินล้านบาทต่อเดือน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 16.75 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย 19.78 หมายเหตุ 4 - สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ วิธีการรับรู้รายได้และต้นทุนของรายได้ - บริษัทฯและบริษัทย่อยรับรู้รายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และค่าบริการโทรศัพท์ติดตามตัว เมื่อ ให้บริการแก่ลูกค้าแล้ว ต้นทุนบริการทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นระหว่างงวดถือเป็นต้นทุนสำหรับงวด - บริษัทย่อยรับรู้รายได้จากการขายสินค้าและต้นทุนขายของสินค้า เมื่อส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า เรียบร้อยแล้ว - รายได้จากการให้เช่าอุปกรณ์ รับรู้ตามระยะเวลาของการให้เช่าและตามอัตราที่กำหนดในสัญญา ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้า บริษัทฯและบริษัทย่อยตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเท่าจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ โดยประมาณจากประสบการณ์ในการเก็บหนี้และการประมาณโดยฝ่ายบริหารของบริษัทฯและบริษัท ย่อย สินค้าคงเหลือ สินค้าคงเหลือแสดงในราคาทุน หรือราคาสุทธิที่คาดว่าจะขายได้แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า ราคาทุนของสินค้าคงเหลือคำนวณตามวิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ ราคาสุทธิที่คาดว่าจะขายได้นั้นได้หัก สำรองเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพและล้าสมัยแล้ว เงินลงทุน วิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ บริษัทฯบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีส่วนได้เสีย ส่วนเงินลงทุนในบริษัทซึ่งไม่ใช่บริษัท ย่อยหรือบริษัทร่วม แสดงในราคาทุนและสุทธิจากรายการปรับปรุงมูลค่าเงินลงทุนที่ลดลง ส่วนต่างระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชีของเงินลงทุน ณ วันที่ ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้นได้บันทึกรวมในเงินลงทุน และตัดจ่ายโดยวิธีเส้นตรงภายในเวลา 15 ปี ส่วนในกำไรสุทธิในบริษัทย่อยสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2541 และ 2540 ตัดรายการกำไรหรือขาดทุนจากรายการค้าที่เป็นสาระสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯ และ บริษัทย่อย และหักรายการตัดจ่ายของส่วนต่างระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนที่สูงกว่ามูลค่าตาม บัญชี ณ วันที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้น แสดงเป็นผลสุทธิจากการลงทุนในบริษัทย่อยในงบกำไรขาดทุน การบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีส่วนได้เสีย มีความมุ่งหมายเพียงเพื่อให้ทราบสถานะ และผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทดังกล่าว ดังนั้นบริษัทฯจึงไม่ได้นำผลสุทธิจากการลงทุนใน บริษัทย่อยสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2541 และ 2540 มาใช้ในการ พิจารณาคำนวณภาษีเงินได้ของแต่ละงวดดังกล่าว วิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในงบการเงินรวม เงินลงทุนในบริษัทซึ่งไม่ใช่บริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม แสดงในราคาทุนและสุทธิจากรายการปรับปรุง มูลค่าเงินลงทุนที่ลดลง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แสดงในราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสะสม ค่าเสื่อมราคา และรายการตัดบัญชีคำนวณโดยวิธีเส้นตรง ตามเกณฑ์อายุการใช้งานโดยประมาณของสินทรัพย์ 1 - 20 ปี ในการพิจารณามูลค่าที่จะได้รับคืนของอุปกรณ์นั้นได้หักสำรองเผื่ออุปกรณ์เสื่อมสภาพแล้ว ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม สรุปได้ดังนี้ จำนวนเงินล้านบาท 2541 2540 บันทึกในงบกำไรขาดทุนรวม 108.84 47.48 บันทึกในงบกำไรขาดทุนเฉพาะของบริษัทฯ 92.76 38.61 บริษัทฯได้ทำสัญญาเช่าการเงินหลายฉบับเพื่อจัดหารถยนต์มาใช้ในการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อ วัตถุประสงค์ในการจัดทำงบการเงินของบริษัทฯ จึงได้บันทึกบัญชีมูลค่ารถยนต์และจำนวนหนี้สินที่ เกี่ยวข้องด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำที่จะต้องชำระตามสัญญาเช่าการเงินหักด้วยส่วนลด ซึ่งคำนวณโดย ใช้อัตรา คิดลดที่กำหนดไว้ในแต่ละสัญญา หรือมูลค่ายุติธรรมของรถยนต์ ณ วันเริ่มต้นของแต่ละ สัญญา แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า ค่าเสื่อมราคาคำนวณโดยวิธีเส้นตรงตามเกณฑ์อายุการใช้งาน โดยประมาณของรถยนต์ 5 ปี ค่าเสื่อมราคาสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2541 และ 2540 ของรถยนต์ภายใต้สัญญาเช่าการเงินมีจำนวนรวมประมาณ 0.24 ล้านบาทและ 0.25 ล้านบาท ตามลำดับ ได้รวมอยู่ในค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2541 และ 2540 ที่เปิดเผยในวรรคก่อน ค่าความนิยม ค่าความนิยมในงบการเงินรวมได้แก่ส่วนต่างระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนในหุ้นทุนของบริษัทย่อย ที่สูงกว่าราคาตามบัญชีของบริษัทย่อย ณ วันที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้น โดยมีกำหนดตัดจ่ายโดยวิธี เส้นตรงภายในเวลา 15 ปี ค่าความนิยมตัดจ่ายสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2541 และ 2540 มีจำนวนประมาณ 9.15 ล้านบาท ในแต่ละงวด ต้นทุนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัวภายใต้สัญญาสัมปทาน ต้นทุนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัวภายใต้สัญญาสัมปทาน ได้แก่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และสินทรัพย์อื่นที่ได้มอบ และ/หรือจะต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่ง ประเทศไทย เครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นที่ได้มอบและ/หรือที่พร้อมจะส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุที่เหลือของสัญญาของแต่ละบริษัทที่ได้รับ จากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2558 สำหรับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และจนถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2548 สำหรับบริษัท ชินวัตร เพจจิ้ง จำกัด รายการตัดจ่ายต้นทุนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัวภายใต้สัญญาสัมปทาน สำหรับ ระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม สรุปได้ดังนี้ จำนวนเงินล้านบาท 2541 2540 บันทึกในงบกำไรขาดทุนรวม 349.34 223.81 บันทึกในงบกำไรขาดทุนเฉพาะของบริษัทฯ 320.41 199.11 รายจ่ายรอการตัดบัญชี รายจ่ายรอการตัดบัญชีได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว ต้นทุนของการเช่าสถานที่ตั้งสถานีฐานระยะยาว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขยายกำลังการใช้ไฟฟ้าที่ สถานีฐาน ต้นทุนของอุปกรณ์เสริมเพื่อใช้ในการดำเนินงานโครงข่ายโทรศัพท์ติดตามตัว ซึ่งไม่ได้ ระบุไว้ในสัญญาสัมปทานและได้มอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และค่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยมีกำหนดตัดจ่ายดังนี้ - ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน มีกำหนดตัดจ่ายภายในระยะเวลา 5 ปี - ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุของสัญญากู้ยืมเงินแต่ละราย - ต้นทุนของการเช่าสถานที่ตั้งสถานีฐานระยะยาว มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุของสัญญาเช่าแต่ ละราย - ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขยายกำลังการใช้ไฟฟ้าที่สถานีฐาน มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุที่เหลือของ สัญญาสัมปทาน - ต้นทุนของอุปกรณ์เสริมเพื่อใช้ในการดำเนินงานโครงข่ายโทรศัพท์ติดตามตัว ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ ในสัญญาสัมปทาน และได้มอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีกำหนดตัด จ่ายภายในระยะเวลา 5 ปี - ค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีกำหนดตัดจ่ายภายในระยะเวลา 10 ปี รายจ่ายรอการตัดบัญชีตัดจ่ายสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม มีดังนี้ จำนวนเงินล้านบาท 2541 2540 บันทึกในงบกำไรขาดทุนรวม 20.38 7.48 บันทึกในงบกำไรขาดทุนเฉพาะของบริษัทฯ 20.37 7.48 รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ บันทึกเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดขึ้น ของรายการ สินทรัพย์และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ในงบดุล แปลงค่าเป็น เงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันนั้น กำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่าถือเป็นรายได้หรือค่า ใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน สินทรัพย์ หนี้สิน และรายการค้าที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมโดยสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า บันทึกบัญชีและแสดงในงบการเงิน ตามมาตรฐานการบัญชีของสหรัฐอเมริกา (FAS) ฉบับที่ 52 กำไรต่อหุ้น กำไรต่อหุ้นคำนวณโดยวิธีต่อไปนี้ - กำไรต่อหุ้นในงบการเงินรวม สำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2541 และ 2540 คำนวณโดยการหารกำไรสุทธิรวมสำหรับแต่ละงวด ภายหลังการพิจารณา ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัทย่อยด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว ณ วันสิ้นงวด ของแต่ละงวด - กำไรต่อหุ้นในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ สำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2541 และ 2540 คำนวณโดยการหารกำไรสุทธิสำหรับแต่ละงวด ด้วยจำนวนหุ้นสามัญ ที่ออกจำหน่ายแล้ว ณ วันสิ้นงวดของแต่ละงวด (ยังมีต่อ)