อนำส่งงบการเงินรวมประจำปี 2539
27 กุมภาพันธ์ 2540
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 เครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นตามที่กล่าวในวรรค
ก่อนซึ่งมีมูลค่าสุทธิตามบัญชีรวมประมาณ 15,592.41 ล้านบาทและ 11,320.82 ล้านบาท ตามลำ
ดับ แสดงเป็นค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีในงบดุลรวม โดยตัดบัญชีตามอายุที่เหลือของสัญญาของแต่ละ
บริษัทที่ได้รับจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย สัญญาที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส
จำกัด (มหาชน) ได้รับ ครบกำหนดวันที่ 30 กันยายน 2558 และสัญญาที่บริษัท ชินวัตร เพจจิ้ง
จำกัด ได้รับครบกำหนดวันที่ 11 มิถุนายน 2548
หมายเหตุ 3 - รายการกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
งบการเงินรวมนี้ได้รวมรายการทางบัญชีกับบริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ผลของรายการ
เหล่านี้ได้แสดงในงบการเงินรวมตามเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกันโดยบริษัทที่เกี่ยวข้อง
ยอดลูกหนี้และเจ้าหนี้คงเหลือที่สำคัญ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทใหญ่ และบริษัทอื่น
ที่เกี่ยวข้องกัน และแสดงรวมเป็นส่วนหนึ่งในบัญชีลูกหนี้การค้า และเจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่าย
ค้างจ่ายสรุปได้ดังนี้
ล้านบาท
2539 2538
ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ เจ้าหนี้
บริษัทใหญ่ 0.53 215.46 0.30 175.93
บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 0.80 104.37 3.59 117.53
รวม 1.33 319.83 3.89 293.46
ยอดบัญชีที่สำคัญ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่
เกี่ยวข้องกัน นอกเหนือไปจากที่แสดงรวมในบัญชีลูกหนี้การค้า เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
มีดังนี้
ลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม ประกอบด้วย
2539 2538
บาท บาท
ลูกหนี้บริษัทใหญ่ 103,546,449.76 114,778,134.70
ลูกหนี้บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 301,226,172.17 474,708,614.31
เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 125,500,000.00 114,900,000.00
530,272,621.93 704,386,749.01
หัก สำรองเผื่อผลขาดทุนจากการเรียกเก็บหนี้จาก
บริษัทที่เกี่ยวข้องกันไม่ได้ 39,823,423.43 366,363.15
รวม 490,449,198.50 704,020,385.86
ยอดลูกหนี้บริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ส่วนใหญ่เกิดจากดอกเบี้ยค้างรับจากบริษัทที่
เกี่ยวข้องกันและรายการที่บริษัทฯและบริษัทย่อยจ่ายแทนบริษัทเหล่านั้น
ยอดลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538
จำนวนประมาณ 246.81 ล้านบาทและ 494.44 ล้านบาท ตามลำดับ เป็นลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมที่
ปรากฎในบัญชีของบริษัทย่อย และได้รับการค้ำประกันโดยผู้ถือหุ้นของบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว
ตามสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละราย
เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกันเป็นเงินให้กู้ยืมระยะสั้น โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราใกล้เคียงกับ
อัตราขั้นต่ำสุดของสินเชื่อเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมจากธนาคาร
เจ้าหนี้บริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม ประกอบด้วย
2539 2538
บาท บาท
เจ้าหนี้บริษัทใหญ่ 389,196.47 1,524,993.17
เจ้าหนี้บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 68,367,742.25 218,518,627.98
รวม 68,756,938.72 220,043,621.15
ยอดเจ้าหนี้บริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ส่วนใหญ่เกิดจากรายการที่บริษัทดังกล่าวจ่ายแทน
บริษัทฯและบริษัทย่อย
รายการบัญชีที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทใหญ่ และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกันในระหว่างปีสิ้นสุดวันที่ 31
ธันวาคม สรุปได้ดังนี้
จำนวนเงินล้านบาท
2539 2538
จ่ายค่าเช่าและค่าบริการอื่นๆ 456.28 372.33
จ่ายค่าโฆษณา 345.05 258.85
จ่ายค่าปรึกษาและบริหารงาน 250.00 161.61
ซื้ออุปกรณ์เพื่อใช้ดำเนินงานทั่วไป 135.05 81.87
ซื้ออุปกรณ์เพื่อใช้กับระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
และโทรศัพท์ติดตามตัว 259.97 174.30
ดอกเบี้ยรับ 47.33 47.30
รายได้ค่าบริการ 21.66 7.14
รายการอื่นๆ นอกเหนือจากรายการที่กล่าวข้างต้น มีดังนี้
- เงินกู้ยืมระยะยาวจากบริษัทต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 จำนวนประมาณ 97.85
ล้านบาท ตามลำดับ ได้รับการค้ำประกันโดยบริษัทใหญ่
- ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากการ
ค้ำประกันการกู้ยืมจากธนาคารและบริษัทการเงินของบริษัทที่เกี่ยวข้องกันเป็นจำนวนเงินรวม
ประมาณ 30 ล้านบาทและ 34.20 ล้านบาท ตามลำดับ
- ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 บริษัทฯมีภาระผูกพันตามสัญญาซื้ออุปกรณ์สำหรับดำเนินการระบบ
900-MHz CELLULAR และสัญญารับบริการวงจรดาวเทียมกับบริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้อง
กันเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 183.34 ล้านบาท
- บริษัทฯและบริษัทย่อยได้ทำสัญญาเช่าที่ทำการสำนักงาน รถยนต์ และสัญญาบริการที่เกี่ยวข้องกับ
บริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน โดยมีระยะเวลาตั้งแต่ 8 เดือน ถึง 14 ปี และอาจต่อ
อายุสัญญาได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 บริษัทฯและบริษัทย่อยผูกพันที่จะจ่ายค่าเช่าและค่า
บริการตามสัญญาดังกล่าวข้างต้นเป็นจำนวนเงินรวมประมาณเดือนละ 13.18 ล้านบาท
หมายเหตุ 4 - สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ
วิธีการรับรู้รายได้และต้นทุนบริการ
บริษัทฯและบริษัทย่อยรับรู้รายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และค่าบริการโทรศัพท์ติดตามตัวเมื่อให้
บริการแก่ลูกค้าแล้ว ต้นทุนบริการทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นระหว่างปีถือเป็นต้นทุนสำหรับปี
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ
บริษัทฯและบริษัทย่อยตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเท่าจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้
โดยประมาณจากประสบการณ์ในการเก็บหนี้และการประมาณโดยฝ่ายบริหารของบริษัทฯและ
บริษัทย่อย
วิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุน
บริษัทฯบันทึกบัญชีเงินลงทุน ซึ่งไม่ใช่บริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม ตามวิธีราคาทุนสุทธิจากสำรองเผื่อ
มูลค่าเงินลงทุนที่ลดลง
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แสดงในราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสะสม ค่าเสื่อมราคา
และรายการตัดบัญชีคำนวณโดยวิธีเส้นตรงตามเกณฑ์อายุการใช้งานโดยประมาณของสินทรัพย์ 5 -
20 ปี ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสำหรับปี 2539 และ 2538 มีจำนวนรวมประมาณ
166.70 ล้านบาท และ 108.53 ล้านบาท ตามลำดับ
ในปี 2539 บริษัทฯได้ทำสัญญาเช่าการเงินหลายฉบับเพื่อจัดหารถยนต์มาใช้ในการดำเนินงานของ
บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำงบการเงินของบริษัทฯ จึงได้บันทึกบัญชีมูลค่ารถยนต์และ
จำนวนหนี้สินที่เกี่ยวข้องด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำที่จะต้องชำระตามสัญญาเช่าการเงินหักด้วยส่วนลด ซึ่ง
คำนวณโดยใช้อัตราคิดลดที่กำหนดไว้ในแต่ละสัญญา หรือมูลค่ายุติธรรมของรถยนต์ ณ วันเริ่มต้น
ของแต่ละสัญญา แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า ค่าเสื่อมราคาคำนวณโดยวิธีเส้นตรงตามเกณฑ์อายุการ
ใช้งานโดยประมาณของรถยนต์ 5 ปี ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี 2539 ของรถยนต์ภายใต้สัญญาเช่า
การเงินมีจำนวนรวมประมาณ 0.24 ล้านบาท ได้รวมอยู่ในค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชี
ประจำปี 2539 ที่เปิดเผยในวรรคก่อน
ค่าความนิยม
ค่าความนิยมได้แก่ส่วนต่างระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนในหุ้นของบริษัทย่อย ที่สูงกว่าราคาตาม
บัญชีของบริษัทย่อย ณ วันที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้น โดยมีกำหนดตัดจ่ายโดยวิธีเส้นตรงภายในเวลา
15 ปี ค่าความนิยมตัดจ่ายสำหรับปี 2539 และ 2538 มีจำนวนประมาณ 36.60 ล้านบาท
ในแต่ละปี
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว
เครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นที่ได้มอบหรือที่จะต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่ง
ประเทศไทย และต้นทุนของการเช่าสถานที่ตั้งสถานีฐานระยะยาว โดยมีกำหนดตัดจ่ายดังนี้
- ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน มีกำหนดตัดจ่ายภายในระยะเวลา 5 ปี
- ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุของสัญญากู้ยืมเงินแต่ละราย
- เครื่องมือ อุปกรณ์ และสินทรัพย์อื่นที่ได้มอบกรรมสิทธิ์หรือที่จะต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การ
โทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุที่เหลือของสัญญาของแต่ละบริษัทที่ได้รับจาก
องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2558 สำหรับบริษัท แอดวานซ์
อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และจนถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2548 สำหรับบริษัท
ชินวัตรเพจจิ้ง จำกัด
- ต้นทุนของการเช่าสถานที่ตั้งสถานีฐานระยะยาว มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุของสัญญาเช่าแต่ละราย
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีตัดจ่ายสำหรับปี 2539 และ 2538 มีจำนวนรวมประมาณ 859.19 ล้านบาท
และ 573.96 ล้านบาท ตามลำดับ
รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ บันทึกเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดขึ้นของ
รายการ สินทรัพย์และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ในงบดุล แปลงค่าเป็นเงินบาท
โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันนั้น กำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่าถือเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่าย
ในงบกำไรขาดทุน ส่วนเกินหรือส่วนลดจากการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ามีกำหนด
ตัดบัญชีเป็นค่าใช้จ่าย หรือรายได้ในงบกำไรขาดทุนรวมตามระยะเวลาของสัญญาซื้อขายเงินตรา
ต่างประเทศล่วงหน้าแต่ละสัญญา
บริษัทฯและบริษัทย่อยมิได้แสดงกำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่าที่มิได้รับหรือจ่ายเป็นเงินสดของ
รายการสินทรัพย์และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ในงบดุลเป็นส่วนหนึ่งของ
งบกระแสเงินสดรวม เนื่องจากรายการดังกล่าวไม่มีสำระสำคัญเมื่อเปรียบเทียบต่อกระแสเงินสด
รวมของแต่ละปี
กำไรต่อหุ้น
กำไรต่อหุ้นคำนวณโดยการหารกำไรสุทธิรวมประจำปีของแต่ละปีหลังจากพิจารณากำไรสุทธิของผู้ถือ
หุ้นส่วนน้อยในบริษัทย่อยด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว ณ วันสิ้นปีของแต่ละปี
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 บริษัทฯมีหุ้นสามัญที่จดทะเบียนจำนวน 500,000,000 หุ้น
และออกจำหน่ายแล้วจำนวน 234,000,000 หุ้น
หมายเหตุ 5 - ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงาน
บริษัทฯและบริษัทย่อยประกอบธุรกิจหลัก 2 ประเภท ได้แก่การเป็นผู้ดำเนินงานเครือข่ายโทรศัพท์
เคลื่อนที่ระบบ 900-MHz CELLULAR และการให้บริการโทรศัพท์ติดตามตัวระบบ DIGITAL
DISPLAY PAGING ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานตามประเภทส่วนงานทางธุรกิจซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมด
ในประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 มีดังต่อไปนี้
จำนวนเงินล้านบาท
2539 2538
รายได้ค่าบริการ
บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 11,375.20 8,608.79
บริการโทรศัพท์ติดตามตัว 1,348.00 1,346.27
ปรับปรุงรายการระหว่างบริษัทฯและบริษัทย่อย (2.31) -
รวมรายได้ค่าบริการ 12,720.89 9,955.06
กำไรจากการดำเนินงาน
บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4,854.95 4,113.13
บริการโทรศัพท์ติดตามตัว 166.38 48.66
รวมกำไรจากการดำเนินงาน 5,021.33 4,161.79
จำนวนเงินล้านบาท
จำนวนเงินล้านบาท
2539 2538
รายได้อื่น 594.51 595.89
ค่าใช้จ่ายอื่น (77.06) (52.59)
ดอกเบี้ยจ่าย (253.08) (314.94)
ภาษีเงินได้ (1,664.59) (1,371.11)
กำไรสุทธิก่อนพิจารณาส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัทย่อย 3,621.11 3,019.04
หัก กำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัทย่อย 57.83 24.70
กำไรสุทธิ 3,563.28 2,994.34
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 568.41 402.25
บริการโทรศัพท์ติดตามตัว 97.19 106.45
ปรับปรุงรายการระหว่างบริษัทฯและบริษัทย่อย (0.05) (0.05)
รวมที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 665.55 508.65
สินทรัพย์อื่น
มูลค่าสุทธิของเครื่องมือ อุปกรณ์ และสินทรัพย์อื่นที่ได้มอบหรือ
จะต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 14,765.13 10,631.98
บริการโทรศัพท์ติดตามตัว 827.28 688.84
สินทรัพย์อื่น 5,539.79 8,277.61
สินทรัพย์รวม 21,797.75 20,107.08
กำไรจากการดำเนินงานของแต่ละส่วนงานเกิดขึ้นจากรายได้ค่าบริการหักด้วยต้นทุนบริการและค่า
ใช้จ่ายในการขายและการบริหาร และไม่มีรายการโอนระหว่างส่วนงาน
สินทรัพย์ถาวรของแต่ละส่วนงานเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินงานของส่วนงานนั้นๆ ส่วนสินทรัพย์
อื่นประกอบด้วย เงินสดและเงินฝากธนาคาร ตั๋วเงินรับจากบริษัทการเงิน ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงิน
รับ ลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น เงินลงทุน
ในบริษัทอื่น ค่าความนิยม ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี เงินมัดจำและอื่นๆ
หมายเหตุ 6 - สินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกัน
เงินฝากธนาคาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 จำนวนประมาณ 18.21 ล้านบาทและ
243.98 ล้านบาท ตามลำดับ ได้ใช้เป็นหลักประกันในการใช้สินเชื่อจากธนาคารในประเทศและ
บริษัทการเงินต่างประเทศของบริษัทฯและบริษัทย่อย
หมายเหตุ 7 - เงินลงทุน
เงินลงทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม ประกอบด้วยเงินลงทุนในหุ้นทุนของบริษัทดังต่อไปนี้
ถือหุ้นร้อยละ มูลค่าเงินลงทุน (จำนวนเงินล้านบาท)
2539 2538
บริษัท ชินวัตรดาต้าคอม จำกัด 18.00 95.86 95.86
บริษัท โฟนพ้อยต์ (ประเทศไทย) จำกัด 17.80 17.20 17.20
113.06 113.06
หัก สำรองเผื่อมูลค่าเงินลงทุนที่ลดลง 49.20 48.20
เงินลงทุน - สุทธิ 63.86 64.86
บริษัทฯไม่มีอิทธิพลอย่างเป็นสาระสำคัญในกิจการของบริษัทดังกล่าวข้างต้น
หมายเหตุ 8 - ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ประกอบด้วย
ประมาณอายุ 2539 2538
การใช้ ( ปี ) บาท บาท
ที่ดิน 5,924,045.00 5,924,045.00
อาคาร 5-20 32,726,495.90 32,162,884.02
ส่วนปรับปรุงอาคารเช่า 5-15 81,884,193.72 61,990,034.22
เครื่องตกแต่ง ติดตั้งและเครื่องใช้สำนักงาน 5-10 923,504,095.44 624,849,857.54
ยานพาหนะ 5 29,198,941.19 25,599,318.59
ยานพาหนะภายใต้สัญญาเช่าการเงิน 5 3,426,600.00 -
สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและติดตั้ง 11,690,872.91 31,071,810.15
เงินล่วงหน้าค่าซื้อสินทรัพย์ 2,759,870.74 -
1,091,115,114.90 781,597,949.52
หัก ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสะสม 425,569,482.93 272,945,122.32
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ 665,545,631.97 508,652,827.20
หมายเหตุ 9 - ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2539 องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้ขยายระยะเวลาสัมปทานที่ให้
แก่บริษัทฯ เพื่อดำเนินงานเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900-MHz CELLULAR เพิ่มเติมอีกเป็น
เวลา 5 ปี จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2558 ซึ่งแต่เดิมระยะเวลาสัมปทานสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน
2553
ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น ประมาณการทางบัญชีเกี่ยวกับการตัดจ่ายเครื่องมือ อุปกรณ์ และสินทรัพย์
อื่นที่ได้มอบกรรมสิทธิ์หรือพร้อมที่จะส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จึงได้
มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาสัมปทานที่ขยายออกไป โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20
กันยายน 2539 เป็นต้นไป
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลทำใหกำไรสุทธิรวมและกำไรต่อหุ้นสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
2539 เปลี่ยนแปลงดังนี้
- กำไรสุทธิรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 เพิ่มขึ้นประมาณ 47.70 ล้านบาท
- กำไรต่อหุ้นสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 เพิ่มขึ้นหุ้นละ 0.20 บาท
หมายเหตุ 10 - หนี้สินระยะยาว
หนี้สินระยะยาว ณ วันที่ 31 ธันวาคม ประกอบด้วย
2539 2538
บาท บาท
เงินกู้จากธนาคารต่างประเทศ 333,580,000.00 321,809,250.00
เงินกู้ร่วมจากธนาคารต่างประเทศ 667,160,000.00 1,312,480,000.00
เงินกู้จากบริษัทการเงินต่างประเทศ 1,189,507,990.83 1,015,884,024.54
เงินกู้จากบริษัทต่างประเทศ 108,887,535.41 282,432,332.08
หนี้สินภายใต้สัญญาเช่าการเงิน 2,954,904.98 -
2,302,090,431.22 2,932,605,606.62
หัก ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระ
ภายในหนึ่งปี 465,537,047.90 1,125,429,467.30
รวม 1,836,553,383.32 1,807,176,139.32
เงินกู้จากธนาคารต่างประเทศ
เงินกู้จากธนาคารต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 เป็นเงินกู้ยืมจากธนาคารสามแห่ง
ประกอบด้วยสัญญาเงินกู้จำนวนสามสัญญา เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับแรกมีกำหนดชำระเงินกู้เป็นงวด
รายครึ่งปีจำนวนเท่ากันรวม 4 งวด ครบกำหนดชำระงวดแรกในวันที่ 12 ธันวาคม 2538 โดย
ชำระดอกเบี้ยทุกงวดครึ่งปีในอัตรา LIBOR ประเภท 6 เดือน บวกด้วยอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา
เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่สอง มีกำหนดชำระเงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากันรวม 5 งวด
ครบกำหนดชำระงวดแรกในวันที่ 10 สิงหาคม 2538 เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่สาม มีกำหนดชำระ
เงินกู้ทั้งจำนวนในวันที่ 16 พฤษภาคม 2541 เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่สองและฉบับที่สามมีกำหนด
ชำระดอกเบี้ยในอัตรา SIBOR ประเภท 1 เดือนหรือ 3 เดือนหรือ 6 เดือนตามที่ได้ตกลงร่วมกัน
บวกด้วยอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา บริษัทฯได้ชำระคืนเงินกู้ทั้งสามสัญญาหมดแล้วในปี 2539
ส่วนเงินกู้จากธนาคารต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 เป็นเงินกู้ยืมจากธนาคารสอง
แห่งประกอบด้วยสัญญาเงินกู้จำนวนสองสัญญา มีกำหนดชำระเงินกู้ทั้งจำนวนทั้งสองสัญญาในวันที่
26 ธันวาคม 2542 และมีกำหนดชำระดอกเบี้ยในอัตรา LIBOR ประเภท 1 เดือนหรือ 3 เดือน
หรือ 6 เดือนตามที่ได้ตกลงร่วมกัน บวกด้วยอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ณ วันที่ 31 ธันวาคม
2539 ยอดคงเหลือตามสัญญาเงินกู้ทั้งสองฉบับมีจำนวนรวมประมาณ 333.58 ล้านบาท
เงินกู้ร่วมจากธนาคารต่างประเทศ
เงินกู้ร่วมจากธนาคารต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 จำนวน 1,312.48 ล้านบาท
ประกอบด้วยสัญญาเงินกู้ร่วมจำนวนสองสัญญา เงินกู้ร่วมภายใต้สัญญาฉบับแรกเป็นเงินกู้ร่วมจาก
ธนาคารรวมสิบแห่ง มีกำหนดชำระเงินกู้ทั้งจำนวนในวันที่ 7 กันยายน 2539 และมีกำหนดชำระ
ดอกเบี้ยในอัตรา LIBOR ประเภท 3 เดือนหรือ 6 เดือน ตามที่ได้ตกลงร่วมกันบวกด้วยอัตรา
ที่กำหนดไว้ในสัญญา บริษัทฯ ชำระคืนเงินกู้ร่วมดังกล่าวหมดแล้วในปี 2539 ส่วนเงินกู้ภายใต้สัญญา
ฉบับที่สองซึ่งเป็นของบริษัทย่อยเป็นเงินกู้ร่วมจากธนาคารรวมแปดแห่ง มีกำหนดชำระเงินกู้ทั้ง
จำนวนในวันที่ 5 กันยายน 2541 โดยชำระดอกเบี้ยในอัตรา SIBOR ประเภท 1 เดือนหรือ
3 เดือนหรือ 6 เดือนตามที่ได้ตกลงร่วมกัน บวกด้วยอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ณ วันที่ 31
ธันวาคม 2539 และ 2538 ยอดคงเหลือตามสัญญาเงินกู้ดังกล่าวมีจำนวนเงินรวม 667.16
ล้านบาทและ 656.24 ล้านบาท ตามลำดับ
(ยังมีต่อ)