นำส่งงบการเงินประจำปี 2539

27 กุมภาพันธ์ 2540
ส่วนในกำไรสุทธิในบริษัทย่อยสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 ตัดรายการ กำไรหรือขาดทุนจากรายการค้าที่เป็นสาระสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯและบริษัทย่อยและ หักรายการตัดจ่ายของส่วนต่างระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้น แสดงเป็นผลสุทธิจากการลงทุนในบริษัทย่อยในงบกำไรขาดทุน การบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีส่วนได้เสีย มีความมุ่งหมายเพียงเพื่อให้ทราบสถานะ และผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทดังกล่าว ดังนั้นบริษัทฯจึงไม่ได้นำผลสุทธิจากการลงทุนใน บริษัทย่อยสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 มาใช้ในการพิจารณาคำนวณภาษี เงินได้ของแต่ละปีดังกล่าว ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แสดงในราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสะสม ค่าเสื่อมราคา และรายการตัดบัญชีคำนวณโดยวิธีเส้นตรงตามเกณฑ์อายุการใช้งานโดยประมาณของสินทรัพย์ 5 - 20 ปี ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสำหรับปี 2539 และ 2538 มีจำนวนรวมประมาณ 131.78 ล้านบาทและ 72.76 ล้านบาท ตามลำดับ ในปี 2539 บริษัทฯได้ทำสัญญาเช่าการเงินหลายฉบับเพื่อจัดหารถยนต์มาใช้ในการดำเนิน งานของบริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำงบการเงินของบริษัทฯ จึงได้บันทึกบัญชีมูลค่า รถยนต์และจำนวนหนี้สินที่เกี่ยวข้องด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำที่จะต้องชำระตามสัญญาเช่าการเงิน หักด้วยส่วนลด ซึ่งคำนวณโดยใช้อัตราคิดลดที่กำหนดไว้ในแต่ละสัญญา หรือมูลค่ายุติธรรม ของรถยนต์ ณ วันเริ่มต้นของแต่ละสัญญา แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า ค่าเสื่อมราคาคำนวณ โดยวิธีเส้นตรงตามเกณฑ์อายุการใช้งานโดยประมาณของรถยนต์ 5 ปี ค่าเสื่อมราคาสำหรับ ปี 2539 ของรถยนต์ภายใต้สัญญาเช่าการเงินมีจำนวนรวมประมาณ 0.24 ล้านบาท ได้ รวมอยู่ในค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีประจำปี 2539 ที่เปิดเผยในวรรคก่อน ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะ ยาว เครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นที่ได้มอบกรรมสิทธิ์หรือที่จะต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้ แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และต้นทุนของการเช่าสถานที่ตั้งสถานีฐานระยะยาว โดยมีกำหนดตัดจ่ายดังนี้ - ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน มีกำหนดตัดจ่ายภายในระยะเวลา 5 ปี - ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุของสัญญากู้ยืมเงินแต่ ละราย - เครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นที่ได้มอบกรรมสิทธิ์หรือที่จะต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุที่เหลือของสัญญาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2558 - ต้นทุนของการเช่าสถานที่ตั้งสถานีฐานระยะยาว มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุของสัญญาเช่า แต่ละราย ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีตัดจ่ายสำหรับปี 2539 และ 2538 มีจำนวนรวมประมาณ 773.13 ล้านบาทและ 518.07 ล้านบาท ตามลำดับ รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ บันทึกเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิด ขึ้นของรายการ สินทรัพย์และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ในงบดุลแปลงค่า เป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันนั้น กำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่าถือเป็นรายได้ หรือค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน ส่วนเกินหรือส่วนลดจากการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ล่วงหน้า มีกำหนดตัดบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายหรือรายได้ในงบกำไรขาดทุนตามระยะเวลาของสัญญา ซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าแต่ละสัญญา บริษัทฯมิได้แสดงกำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่าที่มิได้รับหรือจ่ายเป็นเงินสดของสินทรัพย์ และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ในงบดุล เป็นส่วนหนึ่งของงบกระแส เงินสด เนื่องจากรายการดังกล่าวไม่มีสาระสำคัญเมื่อเปรียบเทียบต่อกระแสเงินสดของ แต่ละปี กำไรต่อหุ้น กำไรต่อหุ้นสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 คำนวณโดยการหารกำไร สุทธิของแต่ละปีด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว ณ วันสิ้นปีของแต่ละปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 บริษัทฯมีหุ้นสามัญที่จดทะเบียนจำนวน 500,000,000 หุ้น และออกจำหน่ายแล้วจำนวน 234,000,000 หุ้น หมายเหตุ 5 - สินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกัน เงินฝากธนาคาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 จำนวนประมาณ 7.5 ล้านบาท และ 179.94 ล้านบาท ตามลำดับ ได้ใช้เป็นหลักประกันในการใช้สินเชื่อจากธนาคารและ บริษัทการเงินต่างประเทศของบริษัทฯ หมายเหตุ 6 - เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทอื่น เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทอื่น ณ วันที่ 31 ธันวาคม ประกอบด้วยเงินลงทุนในหุ้นทุน ของบริษัทดังต่อไปนี้ ถือหุ้นร้อยละ มูลค่าเงินลงทุน (จำนวนเงินล้านบาท) 2539 2538 บริษัทย่อย บริษัท ชินวัตรเพจจิ้ง จำกัด 59.99 780.59 730.45 บริษัทอื่น บริษัท ชินวัตรดาต้าคอม จำกัด 18.00 95.86 95.86 บริษัท โฟนพ้อยต์ (ประเทศไทย) จำกัด 17.80 17.20 17.20 893.65 843.51 หัก สำรองเผื่อมูลค่าเงินลงทุนที่ลดลง 49.20 48.20 เงินลงทุน - สุทธิ 844.45 795.31 บริษัทฯไม่มีอิทธิพลอย่างเป็นสาระสำคัญในกิจการของบริษัทอื่นดังกล่าวข้างต้น หมายเหตุ 7 - ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ประกอบด้วย ประมาณอายุ 2539 2538 การใช้ ( ปี ) บาท บาท ที่ดิน 2,525,000.00 2,525,000.00 อาคาร 20 7,575,000.00 7,575,000.00 ส่วนปรับปรุงอาคารเช่า 10 40,411,383.65 27,173,460.25 เครื่องตกแต่ง ติดตั้งและ เครื่องใช้สำนักงาน 5-10 743,276,149.59 463,014,632.39 ยานพาหนะ 5 23,467,893.31 18,044,706.31 ยานพาหนะภายใต้สัญญาเช่าการเงิน 5 3,426,600.00 - สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและติดตั้ง 11,690,872.91 28,667,979.91 832,372,899.46 547,000,778.86 หัก ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสะสม 263,961,585.63 144,749,426.50 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ 568,411,313.83 402,251,352.36 หมายเหตุ 8 - ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2539 องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้ขยายระยะเวลา สัมปทานที่ให้แก่บริษัทฯ เพื่อดำเนินงานเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900-MHz CELLULAR เพิ่มเติมอีกเป็นเวลา 5 ปี จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2558 ซึ่งแต่เดิมระยะเวลาสัมปทานสิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2553 ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น ประมาณการทางบัญชีเกี่ยวกับการตัดจ่ายเครื่องมือ อุปกรณ์ และ สินทรัพย์อื่นที่ได้มอบกรรมสิทธิ์หรือพร้อมที่จะส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาสัมปทานที่ขยายออกไป โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2539 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลทำให้กำไรสุทธิและกำไรต่อหุ้นสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 เปลี่ยนแปลงดังนี้ - กำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 เพิ่มขึ้นประมาณ 47.70 ล้านบาท - กำไรต่อหุ้นสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 เพิ่มขึ้นหุ้นละ 0.20 บาท หมายเหตุ 9 - หนี้สินระยะยาว หนี้สินระยะยาว ณ วันที่ 31 ธันวาคม ประกอบด้วย 2539 2538 บาท บาท เงินกู้จากธนาคารต่างประเทศ 333,580,000.00 321,809,250.00 เงินกู้ร่วมจากธนาคารต่างประเทศ - 656,240,000.00 เงินกู้จากบริษัทการเงินต่างประเทศ 1,189,507,990.83 1,015,884,024.54 เงินกู้จากบริษัทต่างประเทศ 108,887,535.41 282,432,332.08 หนี้สินภายใต้สัญญาเช่าการเงิน 2,954,904.98 - 1,634,930,431.22 2,276,365,606.62 หัก ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปี 465,537,047.90 1,125,429,467.30 รวม 1,169,393,383.32 1,150,936,139.32 เงินกู้จากธนาคารต่างประเทศ เงินกู้จากธนาคารต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 เป็นเงินกู้ยืมจากธนาคาร สามแห่ง ประกอบด้วยสัญญาเงินกู้จำนวนสามสัญญา เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับแรกมีกำหนดชำระ เงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากันรวม 4 งวด ครบกำหนดชำระงวดแรกในวันที่ 12 ธันวาคม 2538 โดยชำระดอกเบี้ยทุกงวดครึ่งปีในอัตรา LIBOR ประเภท 6 เดือน บวก ด้วยอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่สอง มีกำหนดชำระเงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปี จำนวนเท่ากันรวม 5 งวด ครบกำหนดชำระงวดแรกในวันที่ 10 สิงหาคม 2538 เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่สาม มีกำหนดชำระเงินกู้ทั้งจำนวนในวันที่ 16 พฤษภาคม 2541 เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่สองและฉบับที่สามมีกำหนดชำระดอกเบี้ยในอัตรา SIBOR ประเภท 1 เดือนหรือ 3 เดือนหรือ 6 เดือนตามที่ได้ตกลงร่วมกัน บวกด้วยอัตราที่กำหนดไว้ใน สัญญา บริษัทฯได้ชำระคืนเงินกู้ทั้งสามสัญญาหมดแล้วในปี 2539 ส่วนเงินกู้จากธนาคาร ต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 เป็นเงินกู้ยืมจากธนาคารสองแห่งประกอบด้วย สัญญาเงินกู้จำนวนสองสัญญา มีกำหนดชำระเงินกู้ทั้งจำนวนทั้งสองสัญญาในวันที่ 26 ธันวาคม 2542 และมีกำหนดชำระดอกเบี้ยในอัตรา LIBOR ประเภท 1 เดือนหรือ 3 เดือนหรือ 6 เดือน ตามที่ได้ตกลงร่วมกัน บวกด้วยอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 ยอดคงเหลือตามสัญญาเงินกู้ทั้งสองฉบับมีจำนวนรวมประมาณ 333.58 ล้านบาท เงินกู้ร่วมจากธนาคารต่างประเทศ เงินกู้ร่วมจากธนาคารต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 จำนวน 656.24 ล้านบาท เป็นเงินกู้ร่วมจากธนาคารต่างประเทศรวมสิบแห่ง มีกำหนดชำระเงินกู้ทั้งจำนวนในวันที่ 7 กันยายน 2539 และมีกำหนดชำระดอกเบี้ยในอัตรา LIBOR ประเภท 3 เดือนหรือ 6 เดือน ตามที่ได้ตกลงร่วมกันบวกด้วยอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา บริษัทฯชำระคืนเงินกู้ร่วมดังกล่าว หมดแล้วในปี 2539 เงินกู้จากบริษัทการเงินต่างประเทศ เงินกู้จากบริษัทการเงินต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 เป็นเงินกู้ยืมจากบริษัท การเงินแห่งหนึ่ง ประกอบด้วยสัญญาเงินกู้จำนวนห้าสัญญา เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับแรกและ สัญญาฉบับที่สองมีกำหนดชำระเงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากันรวม 15 งวด ครบกำหนด ชำระงวดแรกในวันที่ 15 มีนาคม 2536 และวันที่ 23 มิถุนายน 2536 ตามลำดับ เงินกู้ภายใต้ สัญญาฉบับที่สามและสัญญาฉบับที่สี่มีกำหนดชำระเงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากันรวม 10 งวด ครบกำหนดชำระงวดแรกในวันที่ 30 ธันวาคม 2536 และวันที่ 30 ธันวาคม 2537 ตามลำดับ ส่วนเงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่ห้ามีกำหนดชำระเงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากัน รวม 10 งวด ครบกำหนดชำระงวดแรกในวันที่ 15 กรกฎาคม 2539 สัญญาเงินกู้ทั้งห้าฉบับมี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุกงวดครึ่งปีในอัตราร้อยละ 5.95 - 7.40 ต่อปี ส่วนเงินกู้จากบริษัท การเงินต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 เป็นเงินกู้ยืมจากบริษัทการเงินแห่งเดียว กันกับปี 2538 ประกอบด้วยสัญญาเงินกู้จำนวนห้าสัญญา โดยเงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับแรกและฉบับ ที่สองเป็นสัญญาเงินกู้ฉบับเดียวกันกับที่มีอยู่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 และมีกำหนดชำระดอกเบี้ย ทุกงวดครึ่งปีในอัตราร้อยละ 6.78 - 7.40 ต่อปี เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่สามเป็นสัญญาเงินกู้ที่ ทำขึ้นใหม่โดยรวมสัญญาเงินกู้ฉบับที่สามและฉบับที่สี่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 และได้เปลี่ยน แปลงกำหนดการชำระเงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากันรวม 4 งวด ครบกำหนดชำระงวดแรก ในวันที่ 15 มกราคม 2540 และมีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุกงวดครึ่งปีในอัตรา LIBOR ประเภท 6 เดือนบวกด้วยอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่สี่เป็นสัญญาเงินกู้ฉบับเดียวกันกับ สัญญาเงินกู้ฉบับที่ห้า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 และมีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุกงวดครึ่งปีในอัตรา ร้อยละ 6.88 ต่อปี เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับที่ห้ามีกำหนดชำระเงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากัน รวม 9 งวด ครบกำหนดชำระงวดแรกในวันที่ 15 มกราคม 2540 และมีกำหนดชำระดอกเบี้ย ทุกงวดครึ่งปีในอัตราร้อยละ 6.10 ต่อปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 ยอดคงเหลือ ตามสัญญาเงินกู้ทั้งห้าฉบับมีจำนวนรวมประมาณ 1,189.51 ล้านบาทและ 1,015.88 ล้านบาท ตามลำดับ เงินกู้จากบริษัทต่างประเทศ เงินกู้จากบริษัทต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 เป็นเงินกู้ยืมจากบริษัท สองแห่ง สัญญาเงินกู้กับบริษัทแห่งแรกซึ่งค้ำประกันโดยบริษัทใหญ่มีจำนวนหนึ่งสัญญา มีกำหนด ชำระเงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากันรวม 15 งวด ครบกำหนดชำระงวดแรกในวันที่ 16 มิถุนายน 2535 โดยชำระดอกเบี้ยทุกงวดครึ่งปีในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี บริษัทชำระคืน เงินกู้ดังกล่าวหมดแล้วในปี 2539 ส่วนสัญญาเงินกู้ที่ทำกับบริษัทแห่งที่สอง ประกอบด้วยสัญญา เงินกู้จำนวนสี่ฉบับ เงินกู้ภายใต้สัญญาฉบับแรก ฉบับที่สองและฉบับที่สาม มีกำหนดชำระเงินกู้ เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากันรวม 10 งวด ครบกำหนดชำระงวดแรกในวันที่ 30 ธันวาคม 2535 และวันที่ 30 มิถุนายน 2536 และวันที่ 31 มกราคม 2537 ตามลำดับ สัญญาเงินกู้ทั้ง สามฉบับมีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุกงวดครึ่งปีในอัตราร้อยละ 5.875 - 6.75 ต่อปี ส่วนเงินกู้ ภายใต้สัญญาฉบับที่สี่มีกำหนดชำระเงินกู้เป็นงวดรายครึ่งปีจำนวนเท่ากันรวม 10 งวด ครบกำหนด ชำระงวดแรกในวันที่ 29 เมษายน 2537 โดยชำระดอกเบี้ยในอัตรา LIBOR ประเภท 6 เดือน บวกด้วยอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538 ยอดคงเหลือตาม สัญญาเงินกู้ทั้งสี่ฉบับจากบริษัทแห่งที่สองมีจำนวนรวมประมาณ 108.89 ล้านบาทและ 184.58 ล้านบาท ตามลำดับ สัญญาเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร บริษัทการเงิน และบริษัทต่างประเทศดังกล่าวข้างต้น มีข้อกำหนดต่างๆ ให้บริษัทฯปฎิบัติตามสัญญา หนี้สินภายใต้สัญญาเช่าการเงิน บริษัทฯได้ทำสัญญาเช่าการเงินกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันแห่งหนึ่งจำนวน 4 สัญญา เพื่อจัดหา รถยนต์สำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ สัญญาเช่าการเงินดังกล่าวเป็นสัญญาที่ยกเลิกไม่ได้และ มีกำหนดชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนในเวลา 60 งวด โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 19.81- 23.648 ต่อปี สัญญาเช่าการเงินดังกล่าวยังได้ระบุว่าบริษัทฯมีสิทธิที่จะซื้อกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ที่เช่าได้ในราคาร้อยละ 10 ของราคาทุนหรือราคาที่ซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายของผู้ให้เช่า เมื่อบริษัทฯได้ชำระค่าเช่าครบตามเงื่อนไขในสัญญา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 บริษัทฯมีภาระการชำระเงินรายปีตามสัญญาเช่าการเงินในมูลค่า ปัจจุบันซึ่งคิดจากอัตราคิดลดระหว่างร้อยละ 19.81 - 23.648 ต่อปีดังนี้ ปี จำนวนเงิน(บาท) 2540 421,470.48 2541 517,449.69 2542 642,733.14 2543 798,577.83 2544 574,673.84 รวม 2,954,904.98 ภาระการชำระเงินในปี 2540 ได้รวมเป็นส่วนหนึ่งของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายใน หนึ่งปีตามที่เปิดเผยไว้ข้างต้น หมายเหตุ 10 - การพิจารณาต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนของทรัพย์สิน บริษัทฯมิได้บันทึกดอกเบี้ยจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและติดตั้งสินทรัพย์ เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุน ของเครื่องมือ อุปกรณ์ และสินทรัพย์อื่นในการดำเนินการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900-MHz CELLULAR เนื่องจากสินทรัพย์ส่วนใหญ่ใช้ระยะเวลาอันสั้นในการติดตั้งและจำนวน ดอกเบี้ยจ่ายที่จะบันทึกเป็นต้นทุนของเครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นซึ่งจัดหาเพื่อส่งมอบ กรรมสิทธิ์แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยไม่เป็นสาระสำคัญ สำหรับสินทรัพย์ที่ใช้สำหรับ การดำเนินงานทั่วไปและไม่ต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์แก่องค์การโทรศัพท์ส่วนใหญ่ใช้เงินทุนหมุนเวียน ที่ได้จากการดำเนินงาน จึงไม่มีการปรับปรุงต้นทุนเงินกู้ยืมเข้าสินทรัพย์ดังกล่าว หมายเหตุ 11 - ค่าใช้จ่ายอื่น ค่าใช้จ่ายอื่นสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ประกอบด้วย 2539 2538 บาท บาท ค่าเผื่อมูลค่าเงินลงทุนที่ลดลง (หมายเหตุ 6) 1,000,000.00 16,000,000.00 ประมาณเผื่อผลขาดทุนจากการเรียกเก็บหนี้จาก บริษัทที่เกี่ยวข้องกันไม่ได้ (หมายเหตุ 3) 39,457,060.28 - รวม 40,457,060.28 16,000,000.00 หมายเหตุ 12 - การจัดสรรกำไร เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2538 ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปีได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผล ระหว่างกาล และการจัดสรรสำรองตามกฎหมายระหว่างปี 2537 จำนวน 390 ล้านบาทและ 39.50 ล้านบาท ตามลำดับ ที่ประชุมดังกล่าวยังได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลและจัดสรรสำรอง ตามกฎหมายประจำปี 2537 เพิ่มเติมอีกจำนวน 351 ล้านบาทและ 37.80 ล้านบาท ตามลำดับ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2538 ที่ประชุมคณะกรรมการได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่าง กาลและการจัดสรรสำรองตามกฎหมายระหว่างปี 2538 จำนวน 468 ล้านบาทและ 61.75 ล้านบาท ตามลำดับ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2539 ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปีได้อนุมัติการจ่ายเงิน ปันผลระหว่างกาล และการจัดสรรสำรองตามกฎหมายระหว่างปี 2538 จำนวน 468 ล้านบาทและ 61.75 ล้านบาท ตามลำดับ ที่ประชุมดังกล่าวยังได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผล และจัดสรรสำรองตามกฎหมายประจำปี 2538 เพิ่มเติมอีกจำนวน 702 ล้านบาทและ 88.05 ล้านบาท ตามลำดับ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2539 ที่ประชุมคณะกรรมการได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่าง กาลและการจัดสรรสำรองตามกฎหมายระหว่างปี 2539 จำนวน 702 ล้านบาทและ 89.50 ล้านบาท ตามลำดับ หมายเหตุ 13 - สำรองตามกฎหมาย สำรองตามกฎหมายตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 โดยจัดสรร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิประจำปี จนกว่าสำรองจะมีจำนวนถึงร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียน สำรองนี้จะนำไปจ่ายเงินปันผลไม่ได้ หมายเหตุ 14 - กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทฯ ได้จัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ได้แยกตั้งเป็นกองทุนไว้ต่างหากจึงไม่ปรากฎในงบดุล หมายเหตุ 15 - ภาระผูกพันที่สำคัญ สัญญาเช่า นอกจากภาระตามสัญญาเช่าตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 3 บริษัทฯได้ ทำสัญญาเช่าที่ทำการสำนักงานสาขา สถานีฐาน และอื่นๆ โดยมีระยะเวลาตั้งแต่ 15 เดือน ถึง 6 ปี และอาจต่ออายุสัญญาได้ โดยบริษัทฯผูกพันที่จะจ่ายค่าเช่าตามสัญญาดังกล่าวเป็น จำนวนเงินรวมประมาณเดือนละ 6.97 ล้านบาท สัญญาค้ำประกัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 บริษัทฯมีภาระผูกพันในการให้ธนาคารออกหนังสือเพื่อค้ำประกัน สัญญาทางธุรกิจ การใช้ไฟฟ้าและอื่นๆ เป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 2,780.10 ล้านบาท สัญญาก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 บริษัทฯมีภาระผูกพันคงเหลือตามสัญญางานก่อสร้างและติดตั้ง อุปกรณ์เพื่อใช้กับระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 3,281.56 ล้านบาท สัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศและแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย บริษัทฯได้ทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าและแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยจำนวนสาม ฉบับ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการชำระเงินกู้และดอกเบี้ยภายใต้สัญญาเงินกู้ที่เป็นเงิน ตราต่างประเทศเป็นจำนวนเงินรวม 44,106,558.58 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ในมูลค่าที่ สัญญาไว้เป็นจำนวนเงินรวม 1,117,313,049.15 บาท และแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย ของมูลค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ซึ่งประกอบด้วยอัตราคงที่ร้อยละ 6.88 ต่อปีและ อัตรา LIBOR ประเภท 6 เดือน บวกด้วยอัตราต่อปีที่กำหนดไว้ในแต่ละสัญญา) เป็นอัตรา ดอกเบี้ยคงที่จากมูลค่าเงินบาทในอัตราร้อยละ 9.44 - 9.68 ต่อปี สัญญาทั้งสามฉบับมี ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2539 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2544 สัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า บริษัทฯได้ทำสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าจำนวนสามฉบับเป็นจำนวนเงินรวม 50,000,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ในมูลค่าที่สัญญาไว้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2540 เป็น จำนวนเงินรวม 1,287,660,000 บาท เลตเตอร์ออฟเครดิต ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 บริษัทฯมีภาระผูกพันตามเลตเตอร์ออฟเครดิตกับผู้ขายสินค้าใน ต่างประเทศเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 3.19 ล้านบาท หมายเหตุ 16 - ข้อมูลอื่น เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2538 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ได้มีมติอนุมัติการออกหุ้นกู้ชนิดไม่มี หลักประกันเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือประมาณ 2,500 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนในต่างประเทศทั้งจำนวน โดยมีระยะเวลาไถ่ถอนไม่เกิน 3 ปี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2540 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้มีมติให้ยกเลิกมติที่ประชุมวิสามัญ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2538 และอนุมัติการออกหุ้นกู้ชนิดไม่มีหลักประกันเป็นจำนวนเงิน ไม่เกิน 4,000 ล้านบาทและหรือในวงเงินสกุลอื่นที่เทียบเท่า เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั้งใน ประเทศและหรือต่างประเทศ โดยมีระยะเวลาไถ่ถอนไม่เกิน 10 ปี หมายเหตุ 17 - การจัดประเภทรายการใหม่ รายการบางรายการในงบการเงินปี 2538 ได้จัดประเภทใหม่ให้สอดคล้องกับการแสดง รายการในงบการเงินปี 2539