รายงานการสอบทานงบการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2539
13 พฤศจิกายน 2539
รายงานการสอบทานงบการเงินระหว่างกาล
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2539 และ 2538
เสนอ ผู้ถือหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
ข้าพเจ้าได้สอบทานงบดุล ณ วันที่ 30 กันยายน 2539 และ 2538 และงบกำไร
ขาดทุน สำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันเดียวกันของแต่ละงวดของบริษัท
แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสมาคมนักบัญชีและผู้สอบ
บัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย
การสอบทานงบการเงินระหว่างกาลนี้ ส่วนใหญ่ประกอบด้วย การทำความเข้าใจ
เกี่ยวกับระบบในการจัดทำงบการเงิน การใช้วิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบในการวิเคราะห์ข้อมูล
ทางการเงินและการสอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทางการเงินและบัญชี ซึ่งการ
สอบทานนี้มีขอบเขตจำกัดกว่าการตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป เพื่อแสดง
ความเห็นต่องบการเงินมาก ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่อาจแสดงความเห็นต่องบการเงินที่สอบทานได้
ข้าพเจ้าไม่พบสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งควรนำมาปรับปรุงงบการเงินระหว่างกาลนี้
ให้เป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป จากการสอบทานของข้าพเจ้าดังกล่าวข้างต้น
(ดร. พยอม สิงห์เสน่ห์)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 18
บริษัท สำนักงาน พีทมาร์วิค สุธี จำกัด
กรุงเทพฯ 31 ตุลาคม 2539
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
งบดุล
(ยังไม่ได้ตรวจสอบ)
(จำนวนเงินพันบาท) 30 กันยายน
2539 2538
สินทรัพย์
สินทรัพย์หมุนเวียน
เงินสดและเงินฝากธนาคาร 1,287,038 651,311
ตั๋วเงินรับจากบริษัทการเงิน 1,260,000 3,700,000
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ - สุทธิ
(หมายเหตุ 2 และ 3 และ 4) 1,957,401 1,534,157
ลูกหนี้บริษัทใหญ่ บริษัทย่อยและบริษัทอื่น
ที่เกี่ยวข้องกัน - สุทธิ (หมายเหตุ 2) 175,207 150,718
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 273,203 124,610
เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทอื่น - สุทธิ
(หมายเหตุ 3 และ 5) 815,929 806,598
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ (หมายเหตุ 3) 558,069 371,586
สินทรัพย์อื่น
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี - สุทธิ
(หมายเหตุ 2 และ 3 และ 6) 12,787,017 9,639,521
เงินมัดจำและอื่นๆ 44,370 18,845
รวมสินทรัพย์ 19,158,234 16,997,346
ดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
งบดุล
(ยังไม่ได้ตรวจสอบ)
(จำนวนเงินพันบาท) 30 กันยายน
2539 2538
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
หนี้สินหมุนเวียน
เงินกู้ยืมจากธนาคาร 305,640 861,616
เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
(หมายเหตุ 2 และ 7) 5,025,988 3,939,891
ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 429,276 1,105,789
ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 390,637 368,023
เจ้าหนี้บริษัทใหญ่ บริษัทย่อยและบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน
(หมายเหตุ 2) 5,090 87,919
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 102,353 35,651
เงินมัดจำรับจากลูกค้า 2,558,604 1,925,745
เงินกู้ยืมระยะยาว - สุทธิ 683,961 1,175,609
ส่วนของผู้ถือหุ้น (หมายเหตุ 8) 9,656,685 7,497,103
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 19,158,234 16,997,346
ดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
งบกำไรขาดทุน
(ยังไม่ได้ตรวจสอบ)
(จำนวนเงินพันบาท ระยะเวลา 3 เดือน ระยะเวลา 9 เดือน
เว้นแต่กำไรต่อหุ้น) สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน
2539 2538 2539 2538
รายได้
รายได้ค่าบริการ (หมายเหตุ 3) 2,845,454 2,347,454 8,439,279 6,015,043
ผลสุทธิจากการลงทุนในบริษัทย่อย
(หมายเหตุ 3) 5,053 (5,013) 21,616 (4,264)
รายได้อื่น 105,360 131,359 421,045 371,380
รวมรายได้ 2,955,867 2,473,800 8,881,940 6,382,159
ค่าใช้จ่าย
ต้นทุนบริการ (หมายเหตุ 3) 1,096,673 747,472 3,460,469 2,213,169
ค่าใช้จ่ายอื่น 572,535 481,358 1,555,733 1,152,411
ภาษีเงินได้ 398,709 377,073 1,193,055 913,137
รวมค่าใช้จ่าย 2,067,917 1,605,903 6,209,257 4,278,717
กำไรสุทธิ 887,950 867,897 2,672,683 2,103,442
กำไรต่อหุ้น (บาท)
(หมายเหตุ 3 และ 6) 3.79 3.71 11.42 8.99
ดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
หมายเหตุประกอบงบการเงิน
30 กันยายน 2539 และ 2538
(ยังไม่ได้ตรวจสอบ)
หมายเหตุ 1 - การจัดทำงบการเงิน
งบการเงินของบริษัทฯได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และตามข้อกำหนดของ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การแสดงรายการในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3
เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2539 และ 2538 ได้แสดงตามแบบย่อที่กำหนด
โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงไม่ได้เสนอข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน
และไม่ได้จัดทำงบกระแสเงินสดสำหรับระยะเวลาดังกล่าว
หมายเหตุ 2 - ข้อมูลทั่วไป
บริษัทฯเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ โดยมีบริษัท
ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ ถือหุ้นของ
บริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2539 และ 2538 ร้อยละ 57.69
บริษัทฯประกอบธุรกิจหลักในการเป็นผู้ดำเนินงานเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900-MHz
CELLULAR โดยได้รับสัมปทานจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยตามสัญญาลงวันที่ 27 มี
นาคม 2533 และข้อตกลงต่อท้ายสัญญาที่เกี่ยวข้องซึ่งจัดทำขึ้นภายหลัง
ภายใต้สัญญาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯจะต้องจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนรายปีแก่องค์การ
โทรศัพท์แห่งประเทศไทย ในอัตราร้อยละของรายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออย่าง
น้อยเท่ากับเงินขั้นต่ำที่ระบุไว้ในสัญญา
นอกจากนั้น ภายใต้สัญญาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯยอมให้บรรดาเครื่องมือ อุปกรณ์และสิน
ทรัพย์อื่น ที่บริษัทฯได้จัดหามาไว้สำหรับดำเนินการระบบ 900-MHz CELLULAR ตกเป็นกรรม
สิทธิ์ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเมื่อได้ดำเนินการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
ณ วันที่ 30 กันยายน 2539 และ 2538 เครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นตามที่กล่าวใน
วรรคก่อนซึ่งมีมูลค่าสุทธิตามบัญชีรวมประมาณ 12,730.22 ล้านบาทและ 9,553.47 ล้าน
บาท ตามลำดับ แสดงเป็นค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีในงบดุล โดยตัดบัญชีตามอายุที่เหลือของสัญญา
จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2558
งบการเงินนี้ได้รวมรายการทางบัญชีกับบริษัทใหญ่ บริษัทย่อยและบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ผล
ของรายการเหล่านี้ได้แสดงในงบการเงินตามเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกันโดยบริษัทฯและบริษัทที่
เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ 3 - สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ
วิธีการรับรู้รายได้และต้นทุนบริการ
บริษัทฯรับรู้รายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อให้บริการแก่ลูกค้าแล้ว ต้นทุนบริการทั้งสิ้น
ที่เกิดขึ้นระหว่างงวดถือเป็นต้นทุนสำหรับงวด
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ
บริษัทฯตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเท่าจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ โดยประมาณ
จากประสบการณ์ในการเก็บหนี้และการประมาณโดยฝ่ายบริหารของบริษัทฯ
วิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุน
บริษัทฯบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีส่วนได้เสีย ส่วนเงินลงทุนในบริษัทอื่นบันทึก
บัญชีตามวิธีราคาทุนหักสำรองเผื่อมูลค่าเงินลงทุนที่ลดลง
ส่วนต่างระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชีของเงินลงทุน ณ
วันที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้นได้บันทึกรวมในเงินลงทุน มีกำหนดตัดจ่ายโดยวิธีเส้นตรงภายใน
ระยะเวลา 15 ปี
ส่วนในกำไรสุทธิในบริษัทย่อยสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30
กันยายน 2539 และ 2538 ตัดรายการกำไรหรือขาดทุนจากรายการค้าที่เป็นสาระ
สำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯและบริษัทย่อย และหักรายการตัดจ่ายของส่วนต่างระหว่าง
ราคาทุนของเงินลงทุนที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้น แสดงเป็นผล
สุทธิจากการลงทุนในบริษัทย่อยในงบกำไรขาดทุน
การบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีส่วนได้เสีย มีความมุ่งหมายเพียงเพื่อให้ทราบ
สถานะและผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทดังกล่าว ดังนั้นบริษัทฯจึงไม่ได้นำผลสุทธิจากการ
ลงทุนในบริษัทย่อยสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2539
และ 2538 มาใช้ในการพิจารณาคำนวณภาษีเงินได้ของแต่ละงวดดังกล่าว
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แสดงในราคาทุนสุทธิจากค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสะสม ค่า
เสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีคำนวณโดยวิธีเส้นตรง ตามเกณฑ์อายุการใช้งานโดยประมาณ
ของสินทรัพย์ 5 - 20 ปี ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสำหรับระยะเวลา 3
เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2539 มีจำนวนรวมประมาณ 34.13 ล้าน
บาทและ 96.78 ล้านบาท ตามลำดับ ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสำหรับระยะเวลา
3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2538 มีจำนวนรวมประมาณ 19.33 ล้าน
บาทและ 50.45 ล้านบาท ตามลำดับ
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืม
ระยะยาว และเครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นที่ได้มอบกรรมสิทธิ์หรือที่จะต้องส่งมอบกรรม
สิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยมีกำหนดตัดจ่ายดังนี้
- ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน มีกำหนดตัดจ่ายภายในระยะเวลา 5 ปี
- ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุของสัญญากู้ยืมเงิน
แต่ละราย
- เครื่องมือ อุปกรณ์ และสินทรัพย์อื่นที่ได้มอบกรรมสิทธิ์หรือพร้อมที่จะส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้
แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุที่เหลือของสัญญาและข้อ
ตกลงต่อท้ายสัญญาที่เกี่ยวข้องซึ่งจัดทำขึ้นภายหลังจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2558
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีตัดจ่ายสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30
กันยายน 2539 มีจำนวนรวมประมาณ 206.63 ล้านบาทและ 592.32 ล้านบาท
ตามลำดับ และสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน
2538 มีจำนวนรวมประมาณ 178.00 ล้านบาทและ 565.52 ล้านบาท ตามลำดับ
รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ บันทึกเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิด
ขึ้นของรายการ สินทรัพย์และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ในงบดุล แปลง
ค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันนั้น กำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่าถือเป็น
รายได้หรือค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน ส่วนเกินหรือส่วนลดจากการทำสัญญาซื้อขายเงินตรา
ต่างประเทศล่วงหน้า มีกำหนดตัดบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายหรือรายได้ในงบกำไรขาดทุนตามระยะ
เวลาของสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าแต่ละสัญญา
กำไรต่อหุ้น
กำไรต่อหุ้นสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2539 และ
2538 คำนวณโดยการหารกำไรสุทธิของแต่ละงวดด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว ณ
วันสิ้นงวดของแต่ละงวด
หมายเหตุ 4 - ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ ณ วันที่ 30 กันยายน ประกอบด้วย
(จำนวนเงินพันบาท)
2539 2538
บริษัทใหญ่ 181 233
บริษัทย่อย 31 27
บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 6,444 6,186
ลูกหนี้การค้าอื่นๆ 2,145,258 1,569,286
2,151,914 1,575,732
หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 194,513 41,575
รวม 1,957,401 1,534,157
หมายเหตุ 5 - เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทอื่น
เงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทย่อยและบริษัทอื่น ณ วันที่ 30 กันยายน ประกอบด้วย
ถือหุ้นร้อยละ มูลค่าเงินลงทุน (จำนวนเงินพันบาท)
2539 2538 2539 2538
บริษัทย่อย 59.99 59.99 752,063 725,732
บริษัทอื่น 17.80-18.00 17.80-18.00 113,066 113,066
865,129 838,798
หัก สำรองเผื่อมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทอื่นที่ลดลง 49,200 32,200
รวม 815,929 806,598
บริษัทฯไม่มีอิทธิพลอย่างเป็นสาระสำคัญในการบริหารกิจการของบริษัทอื่น
หมายเหตุ 6 - ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2539 องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้ขยายระยะเวลา
สัมปทานที่ให้แก่บริษัทฯ เพื่อดำเนินงานเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900-MHz
CELLULAR เพิ่มเติมอีกเป็นเวลา 5 ปี จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2558 ซึ่งแต่เดิมระยะ
เวลาสัมปทานสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553
ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น ประมาณการทางบัญชีเกี่ยวกับการตัดจ่ายเครื่องมือ อุปกรณ์ และ
สินทรัพย์อื่นที่ได้มอบกรรมสิทธิ์หรือพร้อมที่จะส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์
แห่งประเทศไทย จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาสัมปทานที่ขยาย
ออกไป โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2539 เป็นต้นไป
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลทำให้ผลการดำเนินงานสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9
เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2539 เปลี่ยนแปลงดังนี้
- กำไรสุทธิสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2539
เพิ่มขึ้นเท่ากันประมาณ 4.49 ล้านบาท
- กำไรต่อหุ้นสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2539
เพิ่มขึ้นเท่ากันหุ้นละ 0.02 บาท
หมายเหตุ 7 - เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ณ วันที่ 30 กันยายน ประกอบด้วย
(จำนวนเงินพันบาท)
2539 2538
บริษัทใหญ่ 58,947 74,645
บริษัทย่อย 155 -
บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 108,670 68,279
เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่ายแก่บริษัทอื่นๆ 4,858,216 3,796,967
รวม 5,025,988 3,939,891
หมายเหตุ 8 - ส่วนของผู้ถือหุ้น
ณ วันที่ 30 กันยายน 2539 และ 2538 บริษัทฯมีหุ้นสามัญที่จดทะเบียนจำนวน
500,000,000 หุ้น และออกจำหน่ายแล้วจำนวน 234,000,000 หุ้น
หมายเหตุ 9 - เงินปันผลและสำรองตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2539 ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปีได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผล
ระหว่างกาล และการจัดสรรสำรองตามกฎหมายระหว่างปี 2538 จำนวน 468 ล้าน
บาทและ 61.75 ล้านบาท ตามลำดับ ที่ประชุมดังกล่าวยังได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลและ
จัดสรรสำรองตามกฎหมายประจำปี 2538 เพิ่มเติมอีกจำนวน 702 ล้านบาทและ 88.05
ล้านบาท ตามลำดับ
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2539 ที่ประชุมคณะกรรมการได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
และการจัดสรรสำรองตามกฎหมายระหว่างปี 2539 จำนวน 702 ล้านบาทและ 89.50
ล้านบาท ตามลำดับ
หมายเหตุ 10 - ข้อมูลอื่น
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2538 ที่ประชุมคณะกรรมการได้อนุมัติการออกหุ้นกู้ชนิดไม่มีหลัก
ประกันเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือประมาณ 2,500 ล้านบาท
เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนในต่างประเทศทั้งจำนวน โดยมีระยะเวลาไถ่ถอนไม่เกิน 3 ปี
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2538 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ได้มีมติอนุมัติการออกหุ้นกู้ดังกล่าว
ข้างต้น
จนถึง ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2539 บริษัทฯยังไม่ได้ดำเนินการออกหุ้นกู้ดังกล่าว
หมายเหตุ 11 - การจัดประเภทรายการใหม่
รายการบางรายการในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่
30 กันยายน 2538 ได้จัดประเภทใหม่ให้สอดคล้องกับการแสดงรายการในงบการเงิน
สำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2539