รายงานการสอบทานงบการเงิน ไตรมาสที่ 3 ปี 2538

14 พฤศจิกายน 2538
รายงานการสอบทานงบการเงินระหว่างกาล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2538 และ 2537 เสนอ ผู้ถือหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ข้าพเจ้าได้สอบทานงบดุล ณ วันที่ 30 กันยายน 2538 และ 2537 และงบ กำไรขาดทุน สำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันเดียวกันของแต่ละงวด ของบริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสมาคม นักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย การสอบทานงบการเงินระหว่างกาลนี้ ส่วนใหญ่ประกอบด้วย การทำความ เข้าใจเกี่ยวกับระบบในการจัดทำงบการเงิน การใช้วิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบในการ วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินและการสอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทาง การเงินและบัญชี ซึ่งการสอบทานนี้มีขอบเขตจำกัดกว่าการตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบ บัญชีที่รับรองทั่วไป เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินมาก ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่อาจแสดง ความเห็นต่องบการเงินที่สอบทานได้ ข้าพเจ้าไม่พบสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งควรนำมาปรับปรุงงบการเงินระหว่าง กาลนี้ให้เป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป จากการสอบทานของข้าพเจ้าดังกล่าว ข้างต้น (ดร. พยอม สิงห์เสน่ห์) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 18 กรุงเทพฯ 31 ตุลาคม 2538 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) งบดุล (ยังไม่ได้ตรวจสอบ) (จำนวนเงินพันบาท) 30 กันยายน 2538 2537 สินทรัพย์ สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสดและเงินฝากธนาคาร 651,311 470,119 ตั๋วเงินรับจากบริษัทการเงิน 3,700,000 2,003,150 ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ - สุทธิ (หมายเหตุ 3)1,534,157 782,242 ลูกหนี้บริษัทใหญ่ บริษัทย่อยและบริษัทอื่น ที่เกี่ยวข้องกัน - สุทธิ (หมายเหตุ 2) 150,718 133,104 สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 124,610 146,392 เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทอื่น - สุทธิ (หมายเหตุ 3 และ 4) 806,598 812,021 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ (หมายเหตุ 3) 371,586 199,138 สินทรัพย์อื่น ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี - สุทธิ (หมายเหตุ 2 และ 3) 9,639,521 6,748,917 เงินมัดจำและอื่นๆ 18,845 15,263 รวมสินทรัพย์ 16,997,346 11,310,346 ดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) งบดุล (ยังไม่ได้ตรวจสอบ) (จำนวนเงินพันบาท) 30 กันยายน 2538 2537 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินหมุนเวียน เงินกู้ยืมจากธนาคาร 861,616 860,628 เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (หมายเหตุ 2 และ 5) 3,939,891 2,147,210 ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปี 1,105,789 455,786 ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 368,023 167,425 เจ้าหนี้บริษัทใหญ่และบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน (หมายเหตุ 2) 87,919 24,478 หนี้สินหมุนเวียนอื่น (หมายเหตุ 6) 35,651 178,779 เงินมัดจำรับจากลูกค้า 1,925,745 1,134,393 เงินกู้ยืมระยะยาว - สุทธิ 1,175,609 2,048,915 ส่วนของผู้ถือหุ้น (หมายเหตุ 7) 7,497,103 4,292,732 รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 16,997,346 11,310,346 ดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) งบกำไรขาดทุน (ยังไม่ได้ตรวจสอบ) (จำนวนเงินพันบาท ระยะเวลา 3 เดือน ระยะเวลา 9 เดือน เว้นแต่กำไรต่อหุ้น) สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2538 2537 2538 2537 รายได้ รายได้ค่าบริการ (หมายเหตุ 3) 2,347,454 1,280,069 6,015,043 3,571,084 ผลสุทธิจากการลงทุนใน บริษัทย่อย (หมายเหตุ 3) (5,013) 5,562 (4,264) 6,965 รายได้อื่น 131,359 57,970 371,380 176,217 รวมรายได้ 2,473,800 1,343,601 6,382,159 3,754,266 ค่าใช้จ่าย ต้นทุนบริการ (หมายเหตุ 3) 737,321 522,780 2,188,343 1,430,942 ค่าใช้จ่ายอื่น 491,509 249,292 1,177,237 623,352 ภาษีเงินได้ 377,073 170,924 913,137 515,001 รวมค่าใช้จ่าย 1,605,903 942,996 4,278,717 2,569,295 กำไรสุทธิ 867,897 400,605 2,103,442 1,184,971 กำไรต่อหุ้น(บาท) (หมายเหตุ 3) 3.71 5.14 8.99 15.19 ดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หมายเหตุประกอบงบการเงิน 30 กันยายน 2538 และ 2537 (ยังไม่ได้ตรวจสอบ) หมายเหตุ 1 - การจัดทำงบการเงิน งบการเงินของบริษัทฯได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และตามข้อกำหนด ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การแสดงรายการในงบการเงินสำหรับ ระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2538 และ 2537 ได้ แสดงตามแบบย่อที่กำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงไม่ได้เสนอข้อมูล ทางการเงินจำแนกตามส่วนงานและไม่ได้จัดทำงบกระแสเงินสดสำหรับระยะเวลา ดังกล่าว หมายเหตุ 2 - ข้อมูลทั่วไป บริษัทฯเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ โดย มีบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น บริษัทใหญ่ ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2538 และ 2537 ร้อยละ 57.69 บริษัทฯประกอบธุรกิจหลักในการเป็นผู้ดำเนินงานเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900-MHz CELLULAR โดยได้รับสัมปทานจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ตามสัญญาลงวันที่ 27 มีนาคม 2533 ภายใต้สัญญาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯจะต้องจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนรายปีแก่ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในอัตราร้อยละของรายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออย่างน้อยเท่ากับเงินขั้นต่ำที่ระบุไว้ในสัญญา นอกจากนั้น ภายใต้สัญญาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯยอมให้บรรดาเครื่องมือ อุปกรณ์ และสินทรัพย์อื่น ที่บริษัทฯได้จัดหามาไว้สำหรับดำเนินการระบบ 900-MHz CELLULAR ตกเป็นกรรมสิทธิ์ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเมื่อได้ดำเนินการ ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ณ วันที่ 30 กันยายน 2538 และ 2537 เครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นตามที่ กล่าวในวรรคก่อนซึ่งมีมูลค่าสุทธิตามบัญชีรวมประมาณ 9,553.47 ล้านบาท และ 6,661.57 ล้านบาท ตามลำดับ แสดงเป็นค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีในงบดุล โดยตัดบัญชี ตามอายุที่เหลือของสัญญาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2553 งบการเงินนี้ได้รวมรายการทางบัญชีกับบริษัทใหญ่บริษัทย่อยและบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ผลของรายการเหล่านี้ได้แสดงในงบการเงินตามเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกันโดยบริษัทฯและ บริษัทที่เกี่ยวข้อง หมายเหตุ 3 - สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ วิธีการรับรู้รายได้และต้นทุนบริการ บริษัทฯรับรู้รายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อให้บริการแก่ลูกค้าแล้ว ต้นทุนบริการ ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นระหว่างงวดถือเป็นต้นทุนสำหรับงวด ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ บริษัทฯตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเท่าจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ โดย ประมาณจากประสบการณ์ในการเก็บหนี้และการประมาณโดยฝ่ายบริหารของบริษัทฯ วิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุน บริษัทฯบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีส่วนได้เสีย ส่วนเงินลงทุนในบริษัทอื่น บันทึกบัญชีตามวิธีราคาทุนหักสำรองเผื่อมูลค่าเงินลงทุนที่ลดลง ส่วนต่างระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชีของเงิน ลงทุน ณ วันที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้นได้บันทึกรวมในเงินลงทุน มีกำหนดตัดจ่าย โดยวิธีเส้นตรงภายในระยะเวลา 15 ปี ส่วนในกำไรสุทธิในบริษัทย่อยสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2538 และ 2537 ตัดรายการกำไรหรือขาดทุนจากรายการค้าที่เป็นสาระ สำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯและบริษัทย่อย และหักรายการตัดจ่ายของส่วนต่าง ระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้น แสดงเป็นผลสุทธิจากการลงทุนในบริษัทย่อยในงบกำไรขาดทุน การบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีส่วนได้เสีย มีความมุ่งหมายเพียงเพื่อให้ ทราบสถานะและผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทดังกล่าว ดังนั้นบริษัทฯจึงไม่ได้นำผล สุทธิจากการลงทุนในบริษัทย่อยสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2538 และ 2537 มาใช้ในการพิจารณาคำนวณภาษีเงินได้ของแต่ละ งวดดังกล่าว ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แสดงในราคาทุนสุทธิจากค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชี สะสมค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีคำนวณโดยวิธีเส้นตรง ตามเกณฑ์อายุการ ใช้งานโดยประมาณของสินทรัพย์5 -20 ปี ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชี สำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2538 มีจำนวน รวมประมาณ 19.33 ล้านบาทและ 50.45 ล้านบาท ตามลำดับ ค่าเสื่อมราคา และรายการตัดบัญชีสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2537 มีจำนวนรวมประมาณ 9.83 ล้านบาทและ 26.81 ล้านบาท ตาม ลำดับ ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืม ระยะยาว และเครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นที่มอบกรรมสิทธิ์หรือที่จะต้องส่งมอบ กรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยมีกำหนดตัดจ่ายดังนี้ - ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน มีกำหนดตัดจ่ายภายในระยะเวลา 5 ปี - ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุของสัญญากู้ยืมเงิน แต่ละราย - เครื่องมือ อุปกรณ์ และสินทรัพย์อื่นที่มอบกรรมสิทธิ์หรือพร้อมที่จะมอบกรรมสิทธิ์ให้ แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุที่เหลือของสัญญาจน ถึงวันที่ 30 กันยายน 2553 ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีตัดจ่ายสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2538 มีจำนวนรวมประมาณ 178.00 ล้านบาทและ 565.52 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2537 มีจำนวนรวมประมาณ 120.38 ล้านบาทและ 319.04 ล้านบาท ตามลำดับ รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ บันทึกเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดขึ้นของรายการ สินทรัพย์และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ในงบดุล แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันนั้น กำไรหรือขาดทุน จากการแปลงค่าถือเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน กำไรต่อหุ้น กำไรต่อหุ้นสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2538 คำนวณโดยการหารกำไรสุทธิของแต่ละงวดด้วยหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว ณ วันสิ้น งวดจำนวน 234,000,000 หุ้น กำไรต่อหุ้นสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2537 คำนวณโดยการหารกำไรสุทธิของแต่ละงวด ด้วยหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว ณ วันสิ้นงวดจำนวน 78,000,000 หุ้น หมายเหตุ 4 - เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทอื่น เงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทย่อยและบริษัทอื่น ณ วันที่ 30 กันยายน ประกอบด้วย ถือหุ้นร้อยละ มูลค่าเงินลงทุน (จำนวนเงินพันบาท) 2538 2537 2538 2537 บริษัทย่อย 59.99 59.99 725,732 732,167 บริษัทอื่น 17.80-18.00 17.80-18.00 113,066 113,066 838,798 845,233 หัก สำรองเผื่อมูลค่า เงินลงทุนใน บริษัทอื่นที่ลดลง 32,200 33,212 รวม 806,598 812,021 หมายเหตุ 5 - เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ณ วันที่ 30 กันยายน ประกอบด้วย (จำนวนเงินพันบาท) 2538 2537 บริษัทใหญ่ 74,645 8,915 บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 68,279 35,823 เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย แก่บริษัทอื่นๆ 3,796,967 2,102,472 รวม 3,939,891 2,147,210 หมายเหตุ 6 - หนี้สินหมุนเวียนอื่น หนี้สินหมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 30 กันยายน 2537 รวมเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน จำนวน 160 ล้านบาท หมายเหตุ 7 - การเปลี่ยนแปลงทุนเรือนหุ้น เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2537 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นมีมติให้ลดทุนจดทะเบียนของ บริษัทฯจากหุ้นสามัญ 100,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นสามัญ 78,00 0,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท บริษัทฯได้ทะเบียนดังกล่าวกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อ วันที่ 7 ตุลาคม 2537 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดังกล่าวยังมีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากหุ้นสามัญ 78,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นสามัญ 500,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดยให้นำหุ้นสามัญที่จดทะเบียนเพิ่มออกจำหน่ายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 156,000,000 หุ้น ในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ บริษัทฯได้จดทะเบียนเพิ่มทุนดังกล่าวกับ กระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2537 ณ วันที่ 30 กันยายน 2538 และ 2537 บริษัทฯมีหุ้นสามัญที่จดทะเบียนและออก จำหน่ายแล้วจำนวน 234,000,000 หุ้นและ 78,000,000 หุ้น ตามลำดับ หมายเหตุ 8 - เงินปันผลและสำรองตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2538 ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปีได้อนุมัติการจ่ายเงิน ปันผลระหว่างกาล และการจัดสรรสำรองตามกฎหมายระหว่างปี 2537 จำนวน 390 ล้านบาทและ 39.50 ล้านบาท ตามลำดับ ที่ประชุมดังกล่าวยังได้อนุมัติการจ่ายเงิน ปันผลและจัดสรรสำรองตามกฎหมายประจำปี2537 เพิ่มเติมอีกจำนวน 351 ล้านบาท และ 37.80 ล้านบาท ตามลำดับ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2538 ที่ประชุมคณะกรรมการได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผล ระหว่างกาลและการจัดสรรสำรองตามกฎหมายระหว่างปี 2538 จำนวน 468 ล้านบาท และ 61.75 ล้านบาท ตามลำดับ หมายเหตุ 9 - ข้อมูลอื่น เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2538 ที่ประชุมคณะกรรมการได้อนุมัติการออกหุ้นกู้ชนิดไม่มี หลักประกันเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือประมาณ 2,500 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนในต่างประเทศทั้งจำนวน โดยมีระยะเวลา ไถ่ถอนไม่เกิน 3 ปี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2538 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติการออกหุ้นกู้ ดังกล่าวข้างต้น จนถึง ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2538 บริษัทฯยังไม่ได้ดำเนินการออกหุ้นกู้ดังกล่าว หมายเหตุ 10 - การจัดประเภทรายการใหม่ รายการบางรายการในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2537 ได้จัดประเภทใหม่ให้สอดคล้องกับการแสดงรายการในงบ การเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 25