รายงานการสอบทานงบการเงินไตรมาสที่ 1/2538
16 พฤษภาคม 2538
เสนอ ผู้ถือหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
ข้าพเจ้าได้สอบทานงบดุล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2538 และ 2537 และงบกำไรขาดทุน
สำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันเดียวกันของแต่ละงวดของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส
จำกัด (มหาชน) ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย
การสอบทานงบการเงินระหว่างกาลนี้ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยการทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ
ในการจัดทำงบการเงิน การใช้วิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน และการสอบ
ถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทางการเงินและบัญชี ซึ่งการสอบทานนี้มีขอบเขตจำกัดกว่า
การตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินมาก ดังนั้น
ข้าพเจ้าจึงไม่อาจแสดงความเห็นต่องบการเงินที่สอบทานได้
ข้าพเจ้าไม่พบสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งควรนำมาปรับปรุงงบการเงินระหว่างกาลนี้ให้เป็นไป
ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป จากการสอบทานของข้าพเจ้าดังกล่าวข้างต้น
(ดร. พยอม สิงห์เสน่ห์)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 18
กรุงเทพฯ 28 เมษายน 2538
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
งบดุล
(ยังไม่ได้ตรวจสอบ)
(จำนวนเงินพันบาท) 31 มีนาคม
2538 2537
สินทรัพย์
สินทรัพย์หมุนเวียน
เงินสดและเงินฝากธนาคาร 583,374 434,368
ตั๋วเงินรับจากบริษัทการเงิน 3,632,004 1,233,150
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ - สุทธิ (หมายเหตุ 3) 911,920 776,992
ลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทใหญ่และบริษัทอื่น
ที่เกี่ยวข้องกัน (หมายเหตุ 2) 241,989 91,186
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 222,368 150,618
เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วมและบริษัทอื่น - สุทธิ
(หมายเหตุ 3 และ 4) 810,458 689,634
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ (หมายเหตุ 3) 329,549 162,178
สินทรัพย์อื่น
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี - สุทธิ (หมายเหตุ 2 และ 3) 10,836,615 4,722,261
เงินมัดจำและอื่นๆ 15,968 17,118
รวมสินทรัพย์ 17,584,245 8,277,505
ดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
งบดุล
(ยังไม่ได้ตรวจสอบ)
(จำนวนเงินพันบาท) 31 มีนาคม
2538 2537
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
หนี้สินหมุนเวียน
เงินกู้ยืมจากธนาคาร 573,028 338,528
เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (หมายเหตุ 5) 4,947,209 1,096,875
ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนด
ชำระภายในหนึ่งปี 791,182 313,860
ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 542,490 418,912
เจ้าหนี้บริษัทใหญ่และบริษัทอื่น
ที่เกี่ยวข้องกัน (หมายเหตุ 2) 12,986 4,242
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 71,294 7,732
เงินมัดจำรับจากลูกค้า 1,528,563 906,021
เงินกู้ยืมระยะยาว - สุทธิ 2,377,077 919,830
ส่วนของผู้ถือหุ้น (หมายเหตุ 6) 6,740,416 4,271,505
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 17,584,245 8,277,505
ดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
งบกำไรขาดทุน
(ยังไม่ได้ตรวจสอบ)
(จำนวนเงินพันบาท ระยะเวลา 3 เดือน
เว้นแต่กำไรต่อหุ้น) สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
2538 2537
รายได้
รายได้ค่าบริการ (หมายเหตุ 3) 1,609,321 1,101,545
ผลสุทธิจากการลงทุนในบริษัทย่อย (หมายเหตุ 3) (405) (4,023)
รายได้อื่น 164,481 52,115
รวมรายได้ 1,773,397 1,149,637
ค่าใช้จ่าย
ต้นทุนบริการ (หมายเหตุ 3) 714,652 411,248
ค่าใช้จ่ายอื่น 304,425 183,038
ภาษีเงินได้ 226,565 171,607
รวมค่าใช้จ่าย 1,245,642 765,893
กำไรสุทธิ 527,755 383,744
กำไรต่อหุ้น (บาท) (หมายเหตุ 3) 2.26 4.92
ดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
หมายเหตุประกอบงบการเงิน
31 มีนาคม 2538 และ 2537
(ยังไม่ได้ตรวจสอบ)
หมายเหตุ 1 - การจัดทำงบการเงิน
งบการเงินของบริษัทฯได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปและตามข้อกำหนดของตลาดหลัก
ทรัพย์แห่งประเทศไทย การแสดงรายการในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31
มีนาคม 2538 และ 2537 ได้แสดงตามแบบย่อที่กำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
หมายเหตุ 2 - ข้อมูลทั่วไป
บริษัทฯเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ โดยมีบริษัท
ชินวัตรคอมพิวเตอร์แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ ถือหุ้นของบริษัทฯ
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2538 และ 2537 ร้อยละ 57.69
บริษัทฯประกอบธุรกิจหลักในการเป็นผู้ดำเนินงานเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900-MHz
CELLULAR โดยได้รับสัมปทานจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยตามสัญญาลงวันที่ 27 มีนาคม
2533
ภายใต้สัญญาดังกล่าวข้างต้นบริษัทฯจะต้องจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนรายปีแก่องค์การโทรศัพท์
แห่งประเทศไทยในอัตราร้อยละของรายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออย่างน้อยเท่ากับเงิน
ขั้นต่ำที่ระบุไว้ในสัญญา
นอกจากนั้น ภายใต้สัญญาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯยอมให้บรรดาเครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่น
ที่บริษัทฯได้จัดหามาไว้สำหรับดำเนินการระบบ 900-MHz CELLULAR ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ
องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเมื่อได้ดำเนินการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2538 และ 2537 เครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นตามที่กล่าวในวรรค
ก่อนซึ่งมีมูลค่าสุทธิตามบัญชีรวมประมาณ 10,751.46 ล้านบาทและ 4,637.71 ล้านบาท ตาม
ลำดับ แสดงเป็นค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีในงบดุล โดยตัดบัญชีตามอายุที่เหลือของสัญญาจนถึงวันที่ 30
กันยายน 2553
งบการเงินนี้ได้รวมรายการทางบัญชีกับบริษัทใหญ่ บริษัทย่อยและบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ผลของ
รายการเหล่านี้ได้แสดงในงบการเงินตามเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกันโดยบริษัทฯและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ 3 - สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ
วิธีการรับรู้รายได้และต้นทุนบริการ
บริษัทฯรับรู้รายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อให้บริการแก่ลูกค้าแล้ว ต้นทุนบริการทั้งสิ้นที่เกิด
ขึ้นระหว่างงวดถือเป็นต้นทุนสำหรับงวด
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ
บริษัทฯตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเท่าจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ โดยประมาณจาก
ประสบการณ์ในการเก็บหนี้และการประมาณโดยฝ่ายบริหารของบริษัทฯ
วิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุน
บริษัทฯบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสียส่วนเงินลงทุนในบริษัทอื่น
บันทึกบัญชีตามวิธีราคาทุน
ส่วนต่างระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชีของเงินลงทุน ณ วัน
ที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้นได้บันทึกรวมในเงินลงทุนมีกำหนดตัดจ่ายโดยวิธีเส้นตรงภายในระยะเวลา
15 ปี
ส่วนในกำไรสุทธิในบริษัทย่อยสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2538 และ 2537
ตัดรายการกำไรหรือขาดทุนจากรายการค้าที่เป็นสาระสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯและบริษัทย่อย
และหักรายการตัดจ่ายของส่วนต่างระหว่างราคาทุนของเงินลงทุนที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชี ณ วัน
ที่ใกล้เคียงกับวันที่ซื้อหุ้น แสดงเป็นผลสุทธิจากการลงทุนในบริษัทย่อยในงบกำไรขาดทุน
เนื่องจากบริษัทร่วม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2537 มีผลขาดทุนในปีก่อนๆ ภายหลังจากวันที่ลงทุน
ในบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวนมากกว่าราคาทุนของเงินลงทุน บริษัทฯจึงไม่ได้บันทึกผลสุทธิจากการ
ลงทุนในบริษัทร่วมดังกล่าวตามวิธีส่วนได้เสียในงบกำไรขาดทุนสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุด
วันที่ 31 มีนาคม 2537
การบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสีย มีความมุ่งหมายเพียงเพื่อ
ให้ทราบสถานะและผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทดังกล่าว ดังนั้นบริษัทฯจึงไม่ได้นำผลสุทธิจาก
การลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2538
และ 2537 มาใช้ในการพิจารณาคำนวณภาษีเงินได้ของแต่ละงวดดังกล่าว
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แสดงในราคาทุนสุทธิจากค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสะสม ค่าเสื่อม
ราคาและรายการตัดบัญชีคำนวณโดยวิธีเส้นตรงตามเกณฑ์อายุการใช้งานโดยประมาณของสินทรัพย์
5 -20 ปี ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
2538 และ 2537 มีจำนวนประมาณ 12.09 ล้านบาท และ 7.50 ล้านบาท ตามลำดับ
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว
และเครื่องมือ อุปกรณ์และสินทรัพย์อื่นที่มอบกรรมสิทธิ์หรือที่จะต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การ
โทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยมีกำหนดตัดจ่ายดังนี้
- ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเพิ่มทุน มีกำหนดตัดจ่ายภายในระยะเวลา 5 ปี
- ค่าธรรมเนียมสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุของสัญญากู้ยืมเงินแต่ละราย
- เครื่องมืออุปกรณ์ และสินทรัพย์อื่นที่มอบกรรมสิทธิ์หรือพร้อมที่จะมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่องค์การ
โทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีกำหนดตัดจ่ายตามอายุที่เหลือของสัญญาจนถึงวันที่ 30 กันยายน
2553
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีตัดจ่ายสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2538 และ 2537
มีจำนวน 170.33 ล้านบาท และ 90.93 ล้านบาท ตามลำดับ
รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ บันทึกเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดขึ้นของ
รายการ สินทรัพย์และหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ในงบดุล แปลงค่าเป็นเงิน
บาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันนั้น กำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถือเป็นรายได้หรือ
ค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน
กำไรต่อหุ้น
กำไรต่อหุ้นสำหรับระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2538 คำนวณโดยการหารกำไร
สุทธิสำหรับงวดด้วยหุ้นสามัญจำนวน 234,000,000 หุ้น กำไรต่อหุ้นสำหรับระยะเวลา 3
เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2537 คำนวณโดยการหารกำไรสุทธิสำหรับงวดด้วยหุ้นสามัญจำนวน
78,000,000 หุ้น
หมายเหตุ 4 - เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วมและบริษัทอื่น
เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วมและบริษัทอื่น ณ วันที่ 31 มีนาคม ประกอบด้วย
ถือหุ้นร้อยละ มูลค่าเงินลงทุน (จำนวนเงินพันบาท)
2538 2537 2538 2537
บริษัทย่อย 59.99 59.99 729,592 601,180
บริษัทร่วม - 25.00 - 0
บริษัทอื่น 17.80-18.00 17.80-18.00 113,066 113,066
842,658 714,246
หัก สำรองเผื่อมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทอื่นที่ลดลง 32,200 24,612
รวม 810,458 689,634
หมายเหตุ 5 - เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ณ วันที่ 31 มีนาคม ประกอบด้วย
(จำนวนเงินพันบาท)
2538 2537
บริษัทใหญ่ 66,256 36,316
บริษัทย่อย 92 91
บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 54,357 27,696
เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่ายแก่บริษัทอื่นๆ 4,826,504 1,032,772
รวม 4,947,209 1,096,875
หมายเหตุ 6 - การเปลี่ยนแปลงทุนเรือนหุ้น
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2537 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นมีมติให้ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จาก
หุ้นสามัญ 100,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นสามัญ 78,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ
10 บาท บริษัทฯได้จดทะเบียนการลดทุนจดทะเบียนดังกล่าวกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 7
ตุลาคม 2537
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดังกล่าวยังมีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากหุ้นสามัญ 78,000,000 หุ้น มูลค่า
หุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นสามัญ 500,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดยให้นำหุ้นสามัญที่จด
ทะเบียนเพิ่มออกจำหน่ายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 156,000,000 หุ้น ในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 2
หุ้นใหม่ บริษัทฯได้จดทะเบียนเพิ่มทุนดังกล่าวกับกระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน
2537
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2538 และ 2537 บริษัทฯมีหุ้นสามัญที่จดทะเบียนและออกจำหน่ายแล้วจำนวน
234,000,000 หุ้น และ 78,000,000 หุ้น ตามลำดับ
หมายเหตุ 7 - ข้อมูลอื่น
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2538 ที่ประชุมคณะกรรมการได้อนุมัติการออกหุ้นกู้ชนิดไม่มีหลักประกัน
เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาหรือประมาณ 2,500 ล้านบาท เพื่อเสนอ
ขายต่อผู้ลงทุนในต่างประเทศทั้งจำนวน โดยมีระยะเวลาไถ่ถอนไม่เกิน 3 ปี
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2538 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ได้มีมติอนุมัติการออกหุ้นกู้ดังกล่าวข้างต้น
หมายเหตุ 8 - เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2538 ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปีได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผล
ระหว่างกาลและการจัดสรรสำรองตามกฎหมายระหว่างปี 2537 จำนวน 390 ล้านบาทและ
39.50 ล้านบาท ตามลำดับ ที่ประชุมดังกล่าวยังได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลและจัดสรรสำรอง
ตามกฎหมายประจำปี 2537 เพิ่มเติมอีกจำนวน 351 ล้านบาทและ 37.80 ล้านบาท ตามลำดับ
หมายเหตุ 9 - การจัดประเภทรายการใหม่
รายการบางรายการในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2537
ได้จัดประเภทใหม่ให้สอดคล้องกับการแสดงรายการในงบการเงินสำหรับระยะเวลา 3 เดือน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 25